เงินหายออกจากบัญชี ต้องทำอย่างไร?

เงินหายออกจากบัญชี ต้องทำอย่างไร?
ads

เงินหาย อย่าเพิ่งตกใจ ตั้งสติก่อน

ทุกวันนี้การฝากเงินไม่การฝากเพื่อเอาดอกเบี้ยเหมือนสมัยก่อนเสมอไป เนื่องจากการเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือ ฝากประจำ มีดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.25 – 1.75% แตกต่างจากเมื่อก่อนที่อาจให้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.75% เป็นอย่างน้อย (และบางเจ้าสูงถึง 3% กว่า ๆ ก็มี) และรูปแบบการเปิดบัญชีเงินฝากเล่มแรกของใครหลาย ๆ คน ต้องเป็นบัญชีเงินออม ส่วนบัญชีต่อ ๆ มา อาจจะเปิดเอาไว้เพื่อรับเงินเดือน หรือเพื่อค้าขาย เป็นต้น

มีข่าวเงินหายออกจากบัญชีหลายครั้ง บางข่าวก็หลักล้าน หากคุณกำลังมีประสบการณ์เงินหายออกจากบัญชีก็อย่าเพิ่งตกใจคิดว่าเป็นอาชญากรรมไซเบอร์ เพราะการตัดยอดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมถึงการหักค่าธรรมเนียม ก็จะปรากฎผ่านการอัพเดทสมุดเท่านั้น อาจไม่มีแจ้งทาง Notification ของแอป ฯ

7 อย่าง ที่อาจเป็นสาเหตุให้เงินหายออกจากบัญชี

1 ถูกสวมสิทธิ์ปลอมเลขบัญชี

สาเหตุแรกที่เรามักคิดไปก็คือต้องมีคนปลอมแปลงเข้าบัญชี ไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking หรือ Internet Banking เพราะการใช้รหัสยืนยันตัวตนด้วย เลขบัตรประชาชน,เลขวันเดือนปีเกิด, เบอร์โทรศัพท์มือถือ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นห้ามนำข้อมูลเหล่านี้โพสต์ลง Social Media หรือห้ามเขียนจดไว้ในที่พบง่าย และหากรู้ตัวว่าสมุดบัญชีหาย ก็รีบแจ้งความเปลี่ยนเล่ม และโทรแจ้งอายัดบัญชี

2 บัตรเดบิตหาย

หากกระเป๋าสตางค์หาย หรือลืมบัตรเดบิตไว้กับตู้เอทีเอ็ม อาจโดนขโมยนำไปกดถอนเงินได้ โดยเฉพาะตู้เอทีเอ็มหน้าร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ที่เจ้าของบัตรมักลืมไว้เป็นประจำ หากรู้ว่าบัตรเดบิตหายให้รีบอายัด

3 บัตรเดบิตเรียกเก็บค่าธรรมเนียม

หากยอดเงินหายไปจากบัญชี เมื่อเปิดแอป ฯ ดูแล้วว่าเงินถูกโอนหายไปยอดแปลก ๆ อาจจะมาจากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากบัตรเดบิต ให้สังเกตจากยอด 199, 599, 899, 999 ตามค่าธรรมเนียมที่บัตรนั้นเรียกเก็บ

4 ธนาคารเรียกเก็บค่าธรรมเนียม SMS

ส่วนใหญ่ธนาคารเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการแจ้งเตือน SMS ตั้งแต่ 10 บาท ต่อเดือนขึ้นไป หรือเรียกเก็บเป็นรายปีแล้วตัดเอาช่วงใดช่วงหนึ่ง ซึ่งจะมีโค้ดการถอนเงินออกจากบัญชี ในส่วนนี้หากคุณสมัครแล้วลืมไปว่าจะมีการตัดบัญชีก็โทรสอบถาม Call Center นั้นได้

5 ถูกตัดยอดชำระค่าสาธารณูปโภค

บางท่านผูกการชำระค่าอินเตอร์เน็ต ค่าน้ำ ค่าไฟ และอื่น ๆ ไว้กับการตัดผ่าน Internet Banking หรือจากบัตรเดบิต ในแต่ละเดือนจะตัดตามวันที่ไม่เท่ากัน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้กับ Call Center ได้เช่นกัน หรือหากไม่ต้องการรับบริการนี้แล้วก็ไปโทรยกเลิก

6 โดนแฮกข้อมูลรหัสผ่านจากเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์

การซื้อสินค้าผ่านเว็บ Shopping Online ที่ไม่น่าเชื่อถือ ในการเรียกเก็บข้อมูลรหัสบัตรเครดิต หรือ เลขบัญชีจะถูกเก็บไว้กับฐานข้อมูลของเว็บนั้นซึ่งอาจจะไปเรียกเก็บค่าบริการแปลก ๆ ซึ่งคุณควรจะหมั่นตรวจสอบยอดเงินเข้าออกของบัญชีตัวเองเสมอ

7 บัญชีไม่มีการเคลื่อนไหวนาน จึงมีการเก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี

ในการใช้บัญชีเงินฝากหลายเล่ม ในธนาคารเดียวกันหรือต่างธนาคาร คุณอาจจะลืมไปแล้วว่าเปิดบัญชีไว้กี่เล่ม หากไม่มียอดเคลื่อนไหวในระยะเวลาที่กำหนด ธนาคารมีสิทธิ์เรียกเก็บค่ารักษาบัญชี ตั้งแต่หลัก 10 บาท จนถึงหลัก 100 ก็มี หากคิดว่ามีบัญชีเล่มไหนที่เราไม่ใช่แล้วจริง ๆ ก็ให้รีบเอาเงินออกปิดบัญชีจะดีกว่า ยกตัวอย่างเช่นมีเงินเหลืออยู่ 2,000 บาท แล้วเราลืมปิด แล้วก็ลืมไปเลยว่ามีบัญชีนี้อยู่ เงิน 2,000 บาท ก็จะถูกหักค่ารักษาบัญชีไปเรื่อย ๆ ทุกปีจนอาจจะหมดเลยก็ได้ สู้ปิดบัญชีแล้วเอาเงิน 2,000 บาท นี้ไปใช้จ่ายอย่างอื่นดีกว่า

เพราะฉะนั้นหากคุณเป็น 1 ในผู้ที่กำลังตกอยู่ในเหตุการณ์นี้ ต้องรีบโทรถาม Call Center ของธนาคารก่อนว่าสามารถอายัดบัญชีชั่วคราวได้หรือไม่? หรือหากเป็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ ก็จะได้รู้ รวมถึงเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ป้องกันความเสี่ยงเพราะทุกครั้งก็อาจจะเกิดเป็นอาชญากรรมไซเบอร์ได้จริง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุด ควรอัพเดทบัญชีบ่อย ๆ และมีแอป ฯ ที่พ่วงกับการเปิดบัญชีนั้น ๆ จะได้รับทราบความเคลื่อนไหวเวลาเงินเข้าออกค่ะ

สมัครบัตรเครดิต และสินเชื่อทุกธนาคารได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม

ผ่อนมือถือ 40 เดือน 0%

กดเงินสดดอกเบี้ยฟรี 0% 3 รอบบัญชีแรก รับกระเป๋าเดินทาง Premium Trolley Bag 20 นิ้ว และสามารถใช้ผ่อน Smartphone ได้ยาวถึง 40 เดือน แบบ 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการ (เช่น AIS)

More Less