Home Investment Finance เงินด่วนออนไลน์โอนเข้าบัญชี 1000% – ยังจะเชื่ออยู่อีกหรอ?

เงินด่วนออนไลน์โอนเข้าบัญชี 1000% – ยังจะเชื่ออยู่อีกหรอ?

เงินด่วนออนไลน์โอนเข้าบัญชี 1000% - ยังจะเชื่ออยู่อีกหรอ?

ขอกู้ธนาคารแล้วไม่ผ่าน เพราะไม่มีสลิปเงินเดือน

ใจร้ายไปไหม? ถ้าผู้เขียนจะออกมาบอกว่า “เงินด่วน” “เงินกู้” ออนไลน์ หรือ นอกระบบ มักจะหลอกลวงเสมอ สมัครแล้วไม่ได้เงินจริงหรอก ที่ต้องพูดแบบนี้ก็เพราะขอเตือนสติคนที่กำลังจะเดินออกไปโอนเงินให้แก่มิจฉาชีพ  ให้ลองคิดแบบใจเขาใจเรา ใครจะมากล้าปล่อยกู้ให้กับคนแปลกหน้า (ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน) หลักฐานการเงินจากที่ทำงานก็ไม่มี .. แบบนี้ธนาคารยังไม่กล้าเสี่ยงเลย!

เพื่อความชัดเจนของการแฉ  เมื่อเร็ว ๆ นี้มีผู้ที่เคยโดนหลอกมาก่อน ได้นำมาเผยไต๋ของมิจฉาชีพในพันทิป เพื่อให้คุณได้รู้เทคนิคกันก่อน!

“เหยื่อ” ที่มักถูกหลอก

ในกรณีนี้น่าแปลกใจมากที่เจ้าของกระทู้ผู้มีเงินหมุนเวียนในบัญชี มากว่า 800,000 บาท กลับมาถูกหลอกให้โอนแก่พวกเงินด่วนออนไลน์ ได้เป็นหลักแสน นั่นก็เพราะมิจฉาชีพ รู้ว่าคนแบบไหนที่จะหลอกได้สำเร็จ ได้แก่

  1. ผู้ที่ร้อนเงิน
  2. ผู้ที่เป็นหนี้พนัน
  3. ผู้ที่ไม่ค่อนทันเล่ห์เหลี่ยม

วิธีการของผู้หลอกลวงเงินกู้ออนไลน์

ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่มาเป็นเหยื่อของเงินกู้ออนไลน์ มักจะต้องการวงเงินมากกว่า 100,000 บาทขึ้นไป เพราะหากขาดเงินเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่กี่ 10,000 บาท มันพอยืมเพื่อนยืมญาติได้ แต่หากเป็นแสน ก็ยากที่จะเจอว่าจะมีใครให้ยืม

ใน Pantip จะมีหลายเคส คือคนที่ต้องการเงินไปหมุนเวียนในกิจการเป็นส่วนใหญ่ เพราะขาดสลิปเงินเดือน จึงกู้ธนาคารไม่ได้ (แต่หากมีการนำเงินเข้าไปคงค้างไว้ในบัญชี ยอดจำนวนมากทุกเดือน ก็อาจจะมีสิทธิ์กู้ผ่านได้)

อยากอ่านบทความฉบับเต็ม ให้เข้าไปที่กระทู้  pantip.com/topic/36309761 หัวข้อ “เงินกู้ด่วน กู้เงินด่วน นัดทำสัญญาที่ธนาคาร โกง เตือนภัย มิจฉาชีพ 100%”

โดยขั้นตอนที่ทำให้เข้าไปสู่กับดักของมิจฉาชีพ มีดังนี้

1. มิจฉาชีพประกาศข้อมูลไว้บนอินเตอร์เน็ตว่า ปล่อยกู้ง่าย ให้กู้ง่าย นัดหมายให้ไปทำสัญญาที่ธาคาร และแจ้งว่าให้กู้ได้มากทีสุด 1 ล้าน คนที่ต้องการวงเงินเท่านั้นก็ตามไปติดต่อ

2. มิจฉาชีพหลอกขอเอกสารแค่ 2 อย่าง คือ Statement และ สำเนาบัตรประชาชน ให้ดูกู้ง่าย

3. มิจฉาชีพให้คุณ Print เอกสารปลอมไว้ไปยื่นขอสินเชื่อบัตรกดเงินสดกับทางธนาคารจริง ๆ (แน่นอนว่าเอาไปยื่นกู้ก็ไม่ผ่านอยู่แล้ว)

4. มิจฉาชีพเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง ด้วยการให้ผู้ขอกู้โทรไปเช็ค หรือ ตรวจสอบที่ตั้งของบริษัทต้นฉบับเอกสารในข้อ 3 ซึ่งมีอยู่จริง แต่อาจโดนแอบอ้างชื่อมา

5. มิจฉาชีพหลอกให้ไปกรอกเอกสารกับ สถาบันการเงิน อย่าง อิออน หรือ เฟิร์สช้อยส์ ที่มีอยู่ในห้าง ซึ่งนัดหมายกันแล้วแต่มิจฉาชีพไม่มาพบ

6. ให้โทรไปเบอร์หลอก เพื่อฝากแจ้งว่าผู้กู้เป็นพนักงานบริษัทที่ถูกแอบอ้างจริงๆ

7. เมื่อผู้กู้ต้องการเร่งรัด ก็ถูกหลอกให้โอนเงิน 2,000 บาท เพื่อเป็นค่าแจ้งธนาคารว่าผู้กู้ทำงานที่บริษัทถูกแอบอ้างจริง ๆ (เริ่มต้องโอนเงินแล้ว)

8. มิจฉาชีพยังคงหลอกว่าให้รอต่อไป

สุดท้ายแล้วเมื่อผู้กู้ไปขอเร่ง กับถูกหลอกเพิ่มเติมว่า มีบัตรอนุมัติผ่านมา 2 ใบ ได้วงเงิน รวม 400,000 บาท แต่ถ้าจะได้รับการอนุมัติรับบัตรไปเลย ต้องโอนมา 10,000 บาท ต่อการเปิดบัตร 1 ใบ ค่าไปแก้เอกสารที่ผู้กู้สะกดผิด (หลอกไปอีก) ผู้กู้ก็หลงเชื่อ โอนไป 10,000 บาท .. จากนั้นเรื่องก็เงียบ ไม่มีอะไรติดต่อได้

แถมยังได้รับ SMS จากสถาบันการเงินจริง ๆ โทรมาบอกว่า “เงื่อนไขคุณสมบัติของคุณไม่ผ่าน” ก็จะให้ผ่านได้ยังไง ส่งเอกสารแบบปาหี่ไปขนาดนี้ ผ่านยากล่ะจ้าา  เจ้าหน้าที่สินเชื่อคงปวดหัว

 

ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้คือ ไม่ว่าจะเป็นบุคคล หรือ นิติบุคคล ต้องเก็บเอกสารที่เป็นความลับอย่างสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาจดทะเบียนบริษัทต่าง ๆ รวมถึง สลิปเงินเดือนส่วนตัวของคุณ ถ้าไม่ใช้ก็ฉีกทิ้งไป ไม่อย่างนั้น คนเก็บได้อาจเป็นมิจฉาชีพ เอาไปแอบอ้าง และการเซ็นต์สำเนาให้แก่ธนาคารต่าง ๆ ทุกครั้ง ต้องเซ็นกับกับเสมอว่า “สำเนาถูกต้อง สำหรับ……(วัตถุประสงค์) เท่านั้น”

สินเชื่อที่คล้ายกับเงินกู้ออนไลน์ แต่ปลอดภัย ได้เงินจริง ๆ

  • KTC สินเชื่อพร้อมใช้ – เป็นบัตรสินเชื่อ วงเงินสูงสุด 5 เท่า
  • CIMB สินเชื่อส่วนบุคคล ให้กู้เริ่มต้น 30,000 บาท และโปรเด่นคือ กู้ 90,000 บาท ผ่อน 12 เดือน
  • สินเชื่อบุคคลซิตี้ – รับเงินสูงสุด 5 เท่า สำหรับเจ้าของกิจการจดทะเบียน

 

Read More :