หากพูดถึงการขอสินเชื่อในปี 2562 นี้ โดยเฉพาะสินเชื่อที่เป็นแบบ Unsecured หรือ สินเชื่อแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือที่เรียกว่า สินเชื่อส่วนบุคคล นั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะล่าสุด หนี้สินครัวเรือนนั้น ยกตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเปรียบเทียบจาก ไตรมาสที่ 2 ของปี 2560 กับ ไตรมาสที่ 3 ของ 2561 จากธนาคารแห่งประเทศไทย และเมื่อหนี้ครัวเรือนยกระดับสูงขึ้นต่อครัวเรือน ธนาคารและสถาบันการเงินจะปล่อยสินเชื่อได้ยากขึ้น ซึ่งหลายคนอาจได้สมัครสินเชื่อจากหลากหลายธนาคารไปแล้ว และอาจพบว่า บางแห่งมีอัตราดอกเบี้ยสูง บางแห่งไม่อนุมัติสินเชื่อ และบางแห่ง อาจให้วงเงินต่ำๆ นั้นเลยกลายเป็นคำถามที่ตามมาว่า จะหา สินเชื่อบุคคล แบบ Perfect หรือ ดีที่สุดได้จาก สถาบันการเงินไหนบ้าง? มีหรือไม่ที่จะได้สินเชื่อที่ดีที่สุด? อันนี้จะต้องอธิบายให้ฟัง โดยเริ่มจาก ปัจจัยในการพิจารณาสินเชื่อของแต่ละธนาคารก่อน

5 ปัจจัยหลัก ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของแต่ละธนาคาร

หากเราจะให้ใครยืมเงินของเราเอง แน่นอนว่าเราก็ต้องมั่นใจว่าเค้าเหล่านั้นจะต้องจ่ายคืน และนั่นคือการยืมแบบ 1 on 1 หรือ 1 ต่อ 1 แต่หากเป็นสถาบันการเงิน เค้าต้องเปิดให้คนเป็นหมื่นเป็นแสนมายืมเงิน เค้าจึงต้องมีมาตรการ หรือ จุดที่บอกว่าคนนี้สามารถกู้ยืมได้ คนนี้ไม่ได้ โดยแบ่งออกเป็น 5 ข้อหลักๆดังนี้

  1. ความสามารถในการจ่ายคืน – เช่นจะเอาเงินไปทำอะไร มีรายได้กลับมาเท่าไหร่ มีหนี้สินเท่าไหร่ (เช็คบูโรได้)
  2. คุณสมบัติของผู้ขอกู้เงินสินเชื่อ – ประวัติการชำระหนี้ อายุ วัย ฯลฯ มีอายุการทำงานตามที่กำหนด
  3. เงินที่ต้องการขอกู้ – ต้องการวงเงินเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับ ความสามารถในการจ่ายคืน
  4. มีอะไรมาค้ำประกันมั้ย? – ถ้าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล ที่ไม่ได้มีรถยนต์ หรือที่เรียกว่า สินเชื่อรถยนต์ มาเกี่ยวข้อง โดยมากก็จะไม่มีอะไรค้ำประกัน ที่เค้าเรียกกันว่า (unsecured loan)
  5. สภาพเศรษฐกิจ ภาวะหนี้สินในประเทศ – ตรงนี้ โดยมากแล้วทาง BOT หรือ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้กำหนด อ้างอิง : Library.tu.ac.th

สินเชื่อที่ดีไม่ใช่สินเชื่อที่ธนาคารนั้นธนาคารนี้บอกว่าดี หรือเพื่อนบอกมาว่าดี มันขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจ ณ ขณะนั้น, การวิเคราะห์เลือกสินเชื่อของแต่ละบุคคล, และ การวางแผนการสมัคร และการใช้เงินจากสินเชื่อก้อนนั้นด้วย

จาก 5 ข้อที่ผ่านมานั้น เราจะเห็นได้ว่า 4 ข้อแรกนั้นเป็นปัจจัยที่มาจากตัวเราเอง หรือตัวผู้กู้เอง และปัจจัยที่ 5 ก็คือ ปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถกำหนดได้ และไม่สามารถคาดการณ์ได้ จากบุคคล คนหนึ่งนั่นเอง ซึ่งก็จะมีคำถามตามมาว่า แล้วถ้าหากว่า เราจะมีเทคนิคอะไรมั้ย ที่จะสามารถเข้าไปที่ธนาคารหรือ สถาบันการเงินหนึ่งๆ และบอกว่า สินเชื่อตัวนี้ จากธนาคารนี้ หรือสถาบันการเงินนี้ดีที่สุด? ก่อนอื่น เราก็ต้องเข้าใจคำว่า สินเชื่อที่ดีที่สุด คืออะไรซะก่อน

เวลามองสินเชื่อตัวนี้ปุ๊ป รู้ปั๊ป เลยว่าเป็นสินเชื่อที่ดี ต้องดูตรงไหน?

อะไรคือสินเชื่อที่ดีกว่าสินเชื่อเจ้าอื่นๆหล่ะ? อันนี้มีหลายๆจุดที่ต้องดู เช่น

  1. อัตราดอกเบี้ย – ซึ่งบางคนเห็นอัตราดอกเบี้ย 28% หรือ 18% แค่นี้ก็ร้อนๆหนาวๆแล้ว แปลว่า ถ้ากู้ 100,000 ต้องจ่าย 128,000 หรือเปล่า? จริงๆแล้ว อัตราดอกเบี้ยที่ดี ต้องเป็นแบบ compound หรือ ที่สามารถลดต้นลดดอกได้ เพราะหากสามารถโปะได้ จะทำให้เราสามารถลดดอกเบี้ยได้มหาศาลเลยทีเดียว
  2. ค่าธรรมเนียม และ กติกา – สินเชื่อบางแห่ง ที่พอกู้ 100,000 แล้ว จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมวงเงินกู้  หรือ ต้องสอบถามให้ดีว่า ถ้าปิดบัญชี หรือจ่ายหนี้ครบก่อน โดยการโปะ หรือ ปิด จะเสียค่าธรรมเนียมมั้ย? อันนี้ต้องคิดด้วย
  3. หลักการจ่ายคืน ค่างวด – บางแห่งให้จ่ายดอกเบี้ยก่อนในเดือนแรกๆ หรือ ปีแรกๆ แล้วค่อยมาจ่ายต้น บางแห่งให้จ่ายน้อยๆก่อน แล้วมา จ่ายก้อนโตทีหลัง (ที่เค้าเรียกว่า ผ่อนแบบ Balloon ) สินเชื่อที่ดี เวลาจ่ายคืนควรจะต้องตัดต้นให้ได้เยอะที่สุด
  4. หลักทรัพย์ค้ำประกัน – สินเชื่อบางประเภท ต้องเอารถมาค้ำ ต้องเอาทรัพย์สินมาค้ำ และวิธีนี้เค้าเรียกกันว่า การรีไฟแนนซ์รถยนต์ หรือ รีไฟแนนซ์บ้าน นั่นเอง ซึ่งจะดีกว่าตรงมีดอกเบี้ยต่ำกว่าแบบไม่มีหลักทรัพย์มาค้ำ
  5. มีช่องทางการจ่ายคืนหลากหลาย และ ชัดเจน – ทุกๆเดือน ลูกหนี้ต้องจ่ายหนี้คืน ยิ่งมีช่องทางการจ่ายคืนกับเจ้าหนี้มากเท่าไหร่ โอกาสที่จะผิดนัดชำระหนี้จะน้อยลงมากเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นหากกู้เงินจากแหล่งการเงินที่ ไม่ค่อยมีช่องทางการชำระเงิน การจ่ายคืนยาก อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้จ่ายล่าช้า และทำให้เสียดอกเบี้ย และค่าปรับเพิ่มได้

ก่อนตัดสินใจ เรามีแผน 5 อย่างแนะนำ เพื่อให้ได้สินเชื่อที่ดีที่สุด

1การเปรียบเทียบสินเชื่อก่อนสมัคร – มันคึอการใช้ Google หาสินเชื่อส่วนบุคคล นั่นแหละ และเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย เปรียบเทียบจำนวนเงินที่จะอนุมัติ ฯลฯ และกำหนดไว้เลยว่า ธนาคารไหน สถาบันการเงินใด ที่ดูแล้วถูกใจมากที่สุด มันคือการทำการบ้านก่อนที่จะไปสมัครจริง และไม่แนะนำการสมัครหลายๆที่ ซ้ำๆ เพราะมันมีผลกระทบต่อประวัติ และคะแนนเครดิตได้

2อย่ามองแต่ สินเชื่อบุคคล สินเชื่อรีไฟแนนซ์ น่าสนกว่าเยอะ – นั่นเป็นเพราะว่า สินเชื่อรีไฟแนนซ์ นั้นมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นรถยนต์ เมื่อธนาคารมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ความเสี่ยงของธนาคารลดลง เป็นผลให้ดอกเบี้ยลดลงตามไปด้วย ซึ่งสินเชื่อประเภทนี้ ควรที่ไปอยู่ใน List รายการ สินเชื่อที่น่ากู้ยืมด้วย

3พยายามปรับคะแนนเครดิตของตัวเองให้ดี – อันนี้ ต้องหมั่นเช็คกับเครดิตบูโร อยู่เป็นประจำ เพื่อตรวจสอบสถานะเครดิตของตัวเอง และควรตรวจสอบก่อนการกู้ยืม เพราะหากคะแนนต่ำ ก็ให้รู้ไว้เลยว่า มีสิทธิ์ที่จะกู้ไม่ผ่าน แต่จริงๆแล้วหากว่ากู้ไม่ผ่าน ก็คงต้องพึ่งพวกสินเชื่อบุคคลแบบไม่เช็คเครดิต ซึ่งยังไงก็ตาม ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันอยู่ดี

4หนึ่งในการวางแผน ต้องอ่านกฎข้อบังคับซะก่อน – ก่อนเซ็นต์เอกสารอะไรก็ตาม ควรต้องอ่านรายละเอียด เช่นเดียวกับการทำประกันกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ควรต้องอ่านกรมธรรม์ให้เข้าใจซะก่อน และหากมีคำถามให้ถามและจดคำตอบเอาไว้ จะได้ไม่ลืม

5 ต่อรอง มีชั้นเชิง และใจเย็นเข้าไว้ – แม้ว่าธนาคารหรือสถาบันการเงินแต่ละแห่ง จะมีกติกาของตัวเอง และกติการวม แต่การยืดหยุ่นนั้นมีทุกธุรกิจอยู่แล้ว ผู้กู้ยืมต้องจำเอาไว้ว่า ตอนเรากู้ยืม เราจะถือไพ่เหนือกว่า เพราะยังไม่ได้เป็นหนี้ แต่ถ้าได้เงินมาแล้วเมื่อไหร่ก็ตาม ตอนนั้น สถาบันการเงินจะถือไพ่เหนือกว่าทันที ก่อนกู้ยืม ควรมีชั้นเชิงในการต่อรองเรื่อง อัตราดอกเบี้ย และ การจ่ายคืน การโปะ เทคนิคคือ อย่าง้อสถาบันใดสถาบันหนึ่งมาก ให้เค้าพยายามมอบอะไรๆที่ดีกว่าให้เราจะดีกว่า อย่าใจร้อน


การทำทั้ง 5 ขั้นตอน และการอ่าน 10 ข้อด้านบน เราหวังว่า ทุกคนที่จะทำการกู้ยืมสินเชื่อบุคคลในปีนี้ จะได้รับประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย และ ทำให้มีประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าในการกู้ยืมเงินมากขึ้น อาจได้ดอกเบี้ยที่ต่ำลงกว่าเดิม และอาจได้รู้แง่มุมบางอย่างจากการวิเคราะห์สินเชื่อจากค่ายต่างๆด้วย

13 เหตุผลส่วนใหญ่ กู้เงินสินเชื่อส่วนบุคคล เอาไปทำอะไรกันนะ?

Read More :