3 ทางเลือกสำหรับผู้ที่ประวัติค้างชำระหนี้

เมื่อมีประวัติค้างชำระหนี้เกิดขึ้นนั่นหมายความว่า คุณมีการผิดชำระหนี้่บ่อย จึงทำให้ทางธนาคารและสถาบันทางการเงินก็มักจะไม่ปล่อยสินเชืื่อให้กับคุณอีกต่อไป! ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเองเป็นแน่

 

 

แต่ในเมื่อปัญหาเเกิดขึ้นมาแล้ว สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือหาวิธีแก้ไข เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปได้ เพราะยังมีความจำที่ต้องใช้เงินเพื่อหมุนเวียนสำหรับค่าใช้จ่ายในธรุกิจต่างๆ แล้วควรทำอย่างไรต่อไปดี ? หรือ มีวิธีทางเลือกไหนที่พอจะช่วยได้บ้าง ? หลายคนที่มีประวัติค้างชำระหนี้คงมีคำถามร้อยแปดวนเวียนอยู่ในหัว จนสอมงแทบระเบิด! และวันนี้เรามี 3 ทางเลือกที่สามารถต่อลมหายใจของคุณได้อีครั้ง! 

 

♦ สินเชื่อรถแลกเงินหรือจำนำทะเบียนรถยนต์สำหรับผู้ที่มีประวัติค้างชำระหนี้ 

สำหรับทางเลือกนี้เสมือนกับการนำนำรถยนต์ที่มีมาเป็นหลักประกัน จึงทำให้มีบริษัทลีซซิ่งต่างๆ ที่รับปล่อยเงินกู้ที่มีประวัติค้างชำระหนี้และไม่เช็คประวัติค้างชำระหนี้ โดยมีทั้งแบบโอมเล่ม และ ไม่โอนเล่มนั้นคือการจำนำทะเบียนรถ โดยจะทำให้ได้รับเงินกู้ตามราคาที่ประเมิณรถ ซึ่งไม่อิงกับรายได้ ในกรณ๊ที่รถที่นำมาเป็นหลักประกันได้รับความนิยมสูง ก็ยิ่งมีโอกาสหได้รับวงเงินที่สูงตามไปด้วย ถึงแม้จะได้วงเงินที่น้อยกว่าะนาคาร แต่ทางธนาคารจะตรวจสอบประวัติค้างชำระหนี้และรายได้ของผู้กู้ทุกครั้ง จึงทำให้การกู้ดูยากมากกว่าเดิม โดยดอกเบี้ยจะคิดตามความแปรผันของอายุรถและปีของรถ ในกรณีที่รถติดไฟแนนซ์ ก็สามารถทำเรื่องรีไฟแนนซ์รถยนต์ได้ ถ้าพบว่าวงงินไฟฟแนนซ์ใหม่ มากกว่าที่ต้องใช้ปิดที่เก่า ซึ่งถ้าผ่อนมาแล้วเกินครึ่งนึงของระยะเวลาผ่อน ก็ทำให้เกิดความคุ้มค่าในการรีไฟแนนซ์รถ

 

♦ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์สำหรับคนที่มีประวัติค้างชำระหนี้

แน่นอนว่ารถมอเตอร์ไซค์เป็นสิ่งที่แทบบ้านต้องมีอย่างแน่นอน และเมื่อถึงคราวจำเป็นเจ้าสิ่งนี้ก็สามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้ โดยสามารถนำเล่มทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ มาใช้เพื่อเป็นหลักประกันรับเงินกู้ ซึ่งคล้ายกับการจำนำทะเบียนรถยนต์ โดยจะได้รับวงเงิน 50-70% ของราคา โดยมีดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.2% ต่อเดือน โดยเป็ยวิธีที่ได้รับเงินง่าย รู้ผลรวกเร็วภายใน 20 นาที แต่! การจำนำทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ต้องเป็นรถที่ผ่อนหมดแล้วเท่านั้นถึงจะคุ้มสำหรับการจำนำในครั้งนี้

 

♦ ขายฝากเพื่อเปลี่ยนบ้านหรือที่ดินเป็นหลักประกันเงินกู้

การขายบ้าน หรือที่ดินจะมสิทธิ์ในกาีซื้อคืนในระยะเวลาที่ตกลงกัน โดยมีนายทุนนำการขายฝากมาใช้กับการปล่อยเงินกู้ ซึ่งถือมีหลักประกันค้ำกับการปล่อยกู้ ในกรณีที่ผู้กู้ไม่มาซื้อคืน หลักประกันนี้จะถือเป็นของผู้ที่ปล่อยกู้ทันที จึงทำให้นายทุนต่างๆ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับประวัติค้างชำระหนี้สักเท่าไหร่ เพราะถือว่ามีหลัค้ำประกันที่มั่่นคงอยู่แล้ว อีกทั้งสามารถขายฝากและเป็นสัญญาที่มีกฎหมายรองรับทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ ซึ่งทั้วไปจะขายฝากที่วงเงิน 50-70% ของราคาหลักประกัน และมีดอกเบีี้ยตั้งแต่ 1-2% ต่อเดือน ซึ่งระยะเวลาการซื้อคืนอยู่ที่ 6 เดือน-2 ปี

 

ถือเป็น 3 ทางเลือกที่ช่วยให้คนที่มีประวัติค้างชำระหนี้ที่ทางเดินต่อไปได้ และหายใจได้คล่องขึ้นเพื่อนำเงินไปหมุนใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ ส่วนในกรณีที่อยากจะกลับมากู้สินเชื่อจากธนาคารอีกครั้ง จะต้องชำระหนี้สินที่ค้างให้เรียบร้อยเสียก่อน จากนั้นทำการเปิดบัญชีสินเชื่อที่เคยปรับโครงสร้างหนี้ให้หมดเสียก่อน ซึ่งอาจต้องรอให้ครบ 3 ปี ประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีถึงจะถูกลบออกไป เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากเกิดความวุ่นวาย ที่มีความเสี่ยงต่อการมีประวัติการค้างชำระหนี้ สิ่งที่ดีที่สุดคือการบริการการเงินให้ดี และสามารถควบคุมได้ ซึ่งถ้าเกิดปัญหาทางการเงินขึ้นมาเพียงเล็กน้อยควรรีบแก่ทันที ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ มิเช่นนั้นอาจทำให้เกิดความยุ่งยากและหมดความน่าเชื่อถือได้