สินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์ คุ้มจริงหรือ? หรือแค่ทำตามกัน?

ads

ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยจาก showroom ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนก็ตาม ก็เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น รถก็ติด ถนนไม่เคยโล่ง และส่วนหนึ่งนั้นมาจากการซื้อรถป้ายแดงที่ง่ายขึ้น และที่เราเห็นกันบ่อยๆคือ ดาวน์น้อย ผ่อนนาน และผ่อนเดือนละไม่กี่บาท หรือเราจะพูดง่ายๆภาษาชาวบ้านก็คือ เงินกู้ซื้อรถ (finance รถยนต์) มันของ่ายกว่าเดิม เมื่อเทียบกับในอดีต ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถตู้ รถมอเตอร์ไซด์ Big Bike ฯลฯ ก็ง่ายกว่าเดิมทั้งนั้น

แต่อย่างไรก็ดี จากสถิติในต่างประเทศ คือเมื่อมีการซื้อรถใหม่แล้ว รถยนต์ส่วนใหญ่จะถูก Refinance มากกว่าครึ่ง และนั่นทำให้ตลาดการเงินเกี่ยวกับสินเชื่อรถยนต์ โตแบบก้าวกระโดด ซึ่งอาจทำให้ก่อเกิดหนี้เสียในระบบได้มากกว่าเดิมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ การ Refinance รถยนต์ เพื่อนำเงินออกมาใช้ หรือที่เรียกว่า Refinance Auto Loan นั้นเป็นอะไรที่ง่าย และที่ง่ายก็คือ มันผ่านง่ายกว่าสินเชื่อบุคคล และแม้กระทั่ง สินเชื่อโอนหนี้ เสียอีก

หากดอกเบี้ยธนาคารอื่นถูกกว่า 1% จะทำให้ ลดรายจ่ายลงไปประมาณเดือนละ 200 บาท ในระยะเวลา 2 ปี นั่นเท่ากับว่า 2 ปี x 12 X 200 บาท = 2,800 บาท นั่นแปลว่า หากคุณกำลังหาที่รีไฟแนนซ์ รถยนต์ ควรหาอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงกว่าเดิมค่อนข้างมากเช่น ลดลงกว่าเดิมซัก 3%-5% ซึ่งหากหาที่ลดได้ถึง 5% ได้ คุณจะประหยัดค่าผ่อนรถไป ประมาณ 14,000 บาท ต่อ 2 ปีเลยทีเดียว

นอกจากนั้นการ รีไฟแนนซ์ รถยนต์ สำหรับเงินก้อน ก็มีการโฆษณาผ่านตามสื่อต่างๆ แจกโปรโมชั่น ดอกเบี้ยกันอย่างมากมาย และมันง่ายกว่าการรีไฟแนนซ์บ้าน ซึ่งเจ้าของรถก็มองว่ามีความเสี่ยงต่ำกว่าการนำบ้านไปค้ำประกัน แถมยังได้วงเงินหลักแสนที่ค่อนข้างน่าพอใจซะด้วย  และคนส่วนใหญ่มีเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะจำเป็นจริงๆ แม้ว่ามันจะไม่คุ้มค่า หรือ ได้ไปเจอโปรโมชั่นดีๆ ของทางธนาคาร หรือ non-bank ต่างๆ และเห็นว่ามันเป็นการเอาเงินสดออกมาใช้โดยมีดอกเบี้ยที่ค่อนข้างถูก วันนี้เราจะมาดูกัน

รีไฟแนนซ์รถยนต์ คุ้มค่าหรือเปล่า?

ระยะเวลาในการผ่อนจ่ายยาวๆ หลายๆปี 5-6 ปี หรือบางทีเป็น 10 ปี ก็จะทำให้ภาระในการขอสินเชื่อ และต้องจ่ายรายเดือนนั้นเบาลงต่อเดือน แต่ดอกเบี้ย หรือสิ่งที่ต้องจ่ายให้กับบริษัทสินเชื่อนั้นสูงขึ้นกว่าเดิมมาก จริงๆแล้วเรียกได้ว่า 7 ปี ก็เป็นจุดที่เรียกได้ว่านานที่สุดแล้ว ไม่ต้องพูดถึง 10 ปี ตัวอย่างเช่น

นาย A ไปจัดไฟแนนซ์ รถยนต์ เพื่อซื้อรถยนต์ใหม่ราคาอยู่ที่ 600,000 บาท ด้วยอัตราดอกเบี้ย 10.4% และต้องจ่ายต่อเดือนที่ 11,250 บาท เป็นระยะเวลา 2 ปี และเมื่อธนาคารเค้าประเมินราคารถออกมาแล้ว ได้อยู่ที่ 437,010 บาท แต่ สุดท้ายแล้ว เมื่อจบสองปี นาย A จะต้องจ่ายคืนธนาคารที่ 540,000 และมียอดแต่ต่างกันค่อนข้างมาก

แต่ถ้าหากว่า ได้ทำการ Refinance ราคาต่อเดือนที่ต้องจ่ายอาจอยู่ที่ 9,720 บาท ต่อเดือน ประหยัดไป พันกว่าบาทต่อเดือน และยอดเงินที่ต้องจ่ายธนาคารอาจอยู่ที่ 466,560 บาท คือประหยัดไปเกือบเสนบาทเลยทีเดียว

โดยสรุปในหัวข้อนี้ก็คือ การหา บริษัท รีไฟแนนซ์รถยนต์ เพื่อทำให้มูลค่าในการผ่อนรถยนต์ถูกลงกว่าเดิม และสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัด จริงๆ แล้วก็ต้องหา บริษัทรีไฟแนนซ์ มาเปรียบเทียบให้เยอะเข้าไว้

เมื่อไหร่ที่ควร Refinance รถยนต์หล่ะ?

ถ้าจะถามพนักงานแบงค์ พนักงานไฟแนนซ์ เค้าก็ต้องบอกว่าไม่มีสูตรสำเร็จหรอก เพียงแต่ว่า การรีไฟแนนซ์รถยนต์ ต้องดูหลายปัจจัย เช่นกฎระเบียบของธนาคาร ค่าปรับ (เพราะจริงๆแล้ว มันคือการเดินไปบอกอีกธนาคารนึงว่า ชั้นจะย้ายการจ่ายรายเดือนจากธนาคารแรก มาจ่ายกับคุณ ช่วยมาทำเรื่องให้หน่อย และเมื่อมีการปิดบัญชีไฟแนนซ์กับธนาคารแรกอาจมีค่าปรับเกิดขึ้นได้) แต่ถ้าจะบอกว่าไม่มีสูตรสำเร็จเลย ก็คงไม่ใช่ประโยชน์ของบทความนี้ เพราะ ในต่างประเทศ เค้ามีสูตรต่างๆดังนี้เช่น

หากดอกเบี้ยธนาคารอื่นถูกกว่า 1% จะทำให้ ลดรายจ่ายลงไปประมาณเดือนละ 200 บาท ในระยะเวลา 2 ปี นั่นเท่ากับว่า 2 ปี x 12 X 200 บาท = 2,800 บาท นั่นแปลว่า หากคุณกำลังหาที่รีไฟแนนซ์ รถยนต์ ควรหาอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงกว่าเดิมค่อนข้างมากเช่น ลดลงกว่าเดิมซัก 3%-5% ซึ่งหากหาที่ลดได้ถึง 5% ได้ คุณจะประหยัดค่าผ่อนรถไป ประมาณ 14,000 บาท ต่อ 2 ปีเลยทีเดียว 

ทีนี้เราจะเห็นได้แล้วว่า การที่เราหาที่ รีไฟแนนซ์รถยนต์ เป็นอะไรที่ ไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่ และบางครั้งก็น่าจะจำเป็นด้วยซ้ำไป เพราะ หากรถยนต์ที่ซื้อมีมูลค่าเป็นหลักล้านบาท การที่สามารถประหยัดดอกเบี้ยได้เพิ่มทุกๆ 1% จะทำให้ประหยัดได้เพิ่มมากกว่านี้ และเผลอๆ ผ่อนรถหมดเร็วกว่าเดิมเป็นปีๆ เลยทีเดียว