Home Investment Finance สินเชื่อบุคคล Payday Loan คืออะไร? ทำไมมันถึงอันตรายมาก

สินเชื่อบุคคล Payday Loan คืออะไร? ทำไมมันถึงอันตรายมาก

เพย์เดย์ - สินเชื่อประเภทนี้อันตรายมาก ไม่แน่ชัดว่ามีในไทยหรือยัง แต่ไม่ควรยุ่งเป็นอย่างยิ่ง

ในวันที่หลายคนเดือดร้อน ต้องการใช้เงินด่วนสิ่งหนึ่งที่คิดได้คือยืมเงินคนรู้จัก หรือไปหาแหล่งสินเชื่อส่วนบุคคล ทั้งที่แบบต้องเอาทรัพย์สิน (เช่นรถ) ไปค้ำ เพื่อเอาเงินออกมาใช้ บางกลุ่มเอาสะดวก ไปหาแหล่งเงินกู้นอกระบบ เอาง่ายเข้าไว้ และ เจอดอกเบี้ยมหาโหด ไม่ตามกฎหมาย และยังผิดกฎหมายทั้งผู้ยืมและผู้ปล่อยกู้ และวันนี้ เรามาถึงวันที่ มีคนค้นหาสินเชื่อบุคคลอีกประเภทหนึ่งซึ่งที่เรียกว่า “เพย์เดย์” ซึ่งเป็นสินเชื่อสำหรับคนที่มีเงินเดือนโดยเฉพาะ และวันนี้เรามาทำความรู้จักกับมันก่อนดีกว่า

สินเชื่อส่วนบุคคล เพย์เดย์ คืออะไร? (What is Payday Loan)

สินเชื่อบุคคล เพย์เดย์ คือ แหล่งเงินกู้ ที่เป็นร้านหรือบริษัท ที่อาจจะถูกกฎหมายหรือไม่ถูกกฎหมายก็ตาม ที่มีต้นกำเนิดมาจากต่างประเทศ สำหรับคนที่ร้อนเงินต้องการใช้เงินในเวลาฉุกเฉิน โดยมากแล้ว จะเป็นการกู้ยืมเงินก่อนเงินเดือนออก และใช้ระยะเวลาในการกู้ยืมจนถึงได้เงิน ภายใน 24 ชั่วโมง หรือแทบจะทันทีหลังยื่นเอกสารเสร็จ จุดประสงค์คือ ก่อนถึงวันเงินเดือนออก เงินไม่พอใช้ หรือมีเหตุฉุกเฉินต้องใช้เงิน และในต่างประเทศ เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลฉุกเฉิน จาก Non-Bank และส่วนใหญ่จะถูกใช้บริการโดยกลุ่มคนที่ มีเงินเดือนไม่พอใช้ ใช้แบบเดือนชนเดือน และ ชักหน้าไม่ถึงหลัง และที่เค้าตั้งชื่อกันว่า Payday Loan (เพย์ เดย์ โลน ) ก็เพราะว่า คำว่า Payday แปลว่า วันเงินเดือนออก และ คำว่า Loan แปลว่าการกู้ยืมเงิน หากรวมกันแล้วความหมายก็คือ “การกู้ยืมเงินก่อนวันเงินเดือนออก” นั่นเอง

เงินกู้ แบบ เพย์ เดย์ มีการทำงานอย่างไร?

การยื่นเอกสารสำหรับการกู้เงินแบบ Payday Loan เป็นเรื่องที่ง่ายกว่าการขอยื่นกู้ทั่วไป แค่เพียง ส่งบัตรประชาชน บัญชีธนาคาร และ เอกสารอื่นๆอีกไม่มาก และเมื่อ ได้รับการอนุมัติสินเชื่อ ก็จะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีทันที หรือภายใน 1 วัน

บริษัทที่ทำ สินเชื่อ เพย์เดย์ นั้น จะหักค่าดำเนินการ ค่าธรรมเนียม ทันที จากเงินที่ให้กู้ยืม ยกตัวอย่างเช่น กู้ยืม 10,000 บาท เค้าจะหักค่าดำเนินการจาก ยอดกู้ เช่น 500 บาท เหลือเงินแค่ 9,500 บาท แต่ ผู้กู้ ยังคงต้องใช้คืนเงิน 100,000 บาท + ดอกเบี้ย ให้กับสถาบันการเงินแบบ Non-Bank แห่งนั้นๆ

แหล่งเงินกู้ในลักษณะนี้ จะชอบเปิดตัวในหลายๆชื่อ และโดยมากจะปล่อยกู้ในวงเงินแคบๆ ไม่เกิน 20,000 บาท (ในต่างประเทศ) โดยการ นำเอาบัญชีเงินเดือน หรือเช็คเงินเดือน เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งจะมีการเก็บค่าดำเนินการสูง และดอกเบี้ยสูงมาก ในต่างประเทศมีรายงานว่า Payday Loan บางแห่ง เก็บดอกเบี้ยสูงถึง 400% ต่อปี เลยทีเดียว


อ่านมาถึงตอนนี้ รู้หรือยังว่า ทำไมไม่ควรไปยุ่งกับ Payday Loan?

บริษัทเพย์เดย์ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่น่ากลัวและอันตรายมาก และอันตรายกับการเงินของผู้กู้ อย่างที่สุด ซึ่งหากจะเปรียบเทียบ ก็อาจเหมือนกันกับ การกู้นอกระบบ ในคราบของบริษัทแบบ Non-Bank นั่นเอง เพราะ บริษัทเหล่านี้ จะให้ผู้กู้จ่ายคืน ในจำนวนเงิน ที่โดยมากแล้วไม่สามารถจ่ายได้ และเป็นการยากมากสำหรับผู้กู้เงิน ที่จะจ่ายคืนทั้งหมดได้ รวมถึง ผู้กู้เงินในลักษณะนี้ โดยมากแล้ว จะติดหนี้จากบัตรเครดิต หรือหนี้จากสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทอื่นๆ อยู่แล้ว จึงไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ประเภทนี้ได้หมด

ทางบริษัทจะให้เซ็นต์สัญญาเงินกู้ กับทางบริษัทและ ต้องเซ็นต์ยอมรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงลิ่ว และมากไปกว่านั้น เนื่องจากว่า เค้าจะเอาบัญชีเงินเดือนเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน หากเงินไม่พอ ทางบริษัทเค้ามีสิทธิ์ ที่จะริบเงินในบัญชีเมื่อมีเงินเดือนเข้าได้เลยทันที โดยที่จะมีการตัดเงินต้นนิดเดียวเท่านั้น ที่เหลือเป็นดอกเบี้ย ค่าปรับ และค่าทวงถามอีกต่างหาก

อันตรายแบบนี้ทำไมคนยังใช้ บริการ Payday Loan กัน?

  1. มันเป็นเพียงเงินกู้ ที่มีจำนวนไม่มาก (ไม่ถึงแสน แค่หลักหมื่นต้นๆ)
  2. ระยะเวลาการกู้สั้นกว่า ใช้เวลาอนุมัติเร็วกว่า
  3. ระยะเวลาผ่อนได้ยาวได้เป็นปี
  4. ดอกเบี้ยที่แสดงคือ ไม่กี่ % เช่น 3% (อ่านไม่ละเอียด) แต่ดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมค่าปรับรวมๆแล้ว 400%
  5. ไม่เช็คประวัติค้างชำระหนี้ นั่นก็คือไม่เช็คเครดิต
  6. เงินที่จ่ายคืน จะถูกหักจากบัญชีเงินเดือนโดยตรง
  7. payday loan บางแห่ง อนุญาตให้ คนรีไฟแนนซ์เงินกู้ได้ โดยมีดอกเบี้ยอีกอัตราหนึ่ง

โดยมากแล้วในต่างประเทศ ใครใช้บริการ สินเชื่อ เพย์เดย์ มากที่สุด?

  • ผู้ที่มีอายุระหว่าง 25 ปี ถึง 44 ปี (จากสถิติต่างประเทศ)
  • ผู้ที่มีรายได้น้อย
  • ผู้ที่เช่าบ้านอยู่ ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง
  • ผู้ที่ไม่ได้รับการศึกษา
  • กลุ่มคนพิการ ที่ไม่มีสวัสดิการ และ ผู้ที่ตกงาน หรือไม่ได้ทำงาน
  • คนโสด หรือ คนที่หย่าร้างกัน

แล้วเค้าเอาเงินกู้แบบ เพย์เดย์ ไปทำอะไรกัน?

แน่นอนว่า หากคนต้องการใช้เงินแบบจำเป็นจริงๆ จะถูกใช้ในเรื่องฉุกเฉินเป็นส่วนใหญ่ เช่นการใช้ ซ่อมรถยนต์ จ่ายค่ารักษาพยาบาล ในกรณีที่ประกันสุขภาพที่ทำไว้ หรือ ประกันอุบัติเหตุ ไม่ครอบคลุม แต่ คนส่วนใหญ่ ที่ทำเรื่องกู้ Payday Loan จะใช้เงินสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจไม่ได้จำเป็น เช่น การจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟ และแม้แต่การจ่ายหนี้บัตรเครดิต และมีจำนวนน้อยเท่านั้น ที่จะเอาไปจ่ายค่าใช้จ่ายฉุกเฉินจริงๆ


ถ้าไม่ใช้ สินเชื่อ เพย์เดย์ ควรจะมีทางเลือกอื่นๆไหม?

จริงๆแล้ว มันมีสินเชื่ออีกประเภทหนึ่ง คือ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ ที่คล้ายคลึงกันกับประเภท Payday Loan มากๆ และ สินเชื่อทั้งสองประเภทนี้ ควรจะถูกกำจัดให้หมดไปจากโลกใบนี้เลยทีเดียว เพราะมันคือการเอาเปรียบผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องเงินกู้ ซึ่งเราอยากจะ แนะนำวิธีต่างๆ เหล่านี้ เพื่อการกู้ยืม หรือการปรับการดำเนินชีวิตให้ดีขึ้น เพื่อให้เป็นหนี้น้อยลง

ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปให้หมดจากชีวิต

รายจ่ายบางประเภท ไม่ควรจะมีอยู่ในชีวิตด้วยซ้ำ การที่มีรายจ่ายประเภทนี้อยู่ แม้ว่าจะทำให้ชีวิตมีอะไรมากขึ้น แต่ มันไม่ได้ทำให้ ชีวิตทางการเงินสดใสขึ้นเลยเช่น

  1. ค่าฟิตเนสรายปี – ไปออกกำลังกายที่อื่น ที่ไม่เสียเงินก็ได้
  2. ค่า Cable TV – หนัง ละคร ตัดออกไปก่อน มีเงินแล้วค่อยสมัครใหม่ได้
  3. ค่าเน็ต ที่ไม่จำเป็น – เช่นเน็ตสำหรับเล่นเกม
  4. ค่าเหล้า ค่าบุหรี่ – ไม่มีประโยชน์กับชีวิตเลย เลิกเถอะ
  5. ค่าเที่ยว ที่แพงๆ – มีเงินแล้วค่อยไปก็ได้
  6. รถยนต์ – หลายคนที่มีวินัยทางการเงินดีๆ เค้าก็ไม่ได้มีรถยนต์กันทุกคน แม้ว่าจำเป็น ทนลำบากหน่อยก็ได้

จ่ายบิลให้ช้าลง

พูดถึงการจ่ายบิล มันมีบิลค่าไฟ ค่าน้ำ บัตรเครดิต ฯลฯ จริงๆแล้ว บิลเหล่านี้ ไม่ต้องรีบจ่ายก็ได้ รอให้เงินเดือนออกแล้วค่อยเคลียร์ได้เช่นเดียวกัน เพราะ การจ่ายบิลช้า แม้โดนค่าปรับ แต่ค่าปรับเหล่านั้น มีราคาถูกกว่า ไปกู้ยืมเงินแบบ Payday Loan หลายเท่า 

มีหนี้อยู่แล้ว ใช้สินเชื่อรวมหนี้ จะดีกว่า

เมื่อมีหนี้สิน และ โดนโทรตามเช้าเย็น ไม่ว่าจะเป็นหนี้จากบัตรเครดิต หรือ หนี้อะไรก็แล้วแต่ หากใจไม่แข็งพอ ก็จะต้องร้อนรน หาวิธีมาเคลียร์หนี้ให้ได้ โดยเฉพาะหนี้กับสถาบันการเงิน แต่จริงๆแล้ว มันมีทางออกเสมอ โดยแบ่งเป็นสองทางคือ

  1. หยุดจ่ายหนี้ – เมื่อหยุดจ่ายหนี้ ขั้นต่ำ เช่นบัตรเครดิต หากไม่ได้เจรจากับทางธนาคาร หรือ สถาบันการเงิน สุดท้ายแล้ว หนี้จะถูกขายทอดตลาดไป ให้กับสถาบันการเงินที่ซื้อหนี้ก้อนนั้นไป และจะมี มูลค่าน้อยกว่า ยกตัวอย่างเช่น นาย ก ติดหนี้กับธนาคาร A อยู่ 100,000 บาท รวมดอกเบี้ย (สมมติว่าเงินต้น 50,000 บาท ดอกเบี้ย 50,000 บาท), ธนาคาร A ไม่ได้รับเงินใช้หนี้ จึงขายหนี้ต่อให้กับธนาคาร B เป็นเงิน 70,000 บาท, ธนาคาร A จะยังคงกำไรอยู่ 20,000 บาท และ ธนาคาร B เมื่อซื้อหนี้ไปแล้วต้องติดตาม ก็มาเสนอให้นาย ก ให้จ่ายหนี้ เป็นจำนวนเงิน 90,000 บาท ซึ่งผลประโยชน์ที่จะได้รับสำหรับนาย ก ก็คือ จ่ายหนี้ได้ถูกลง และ ธนาคาร B ก็จะยังได้กำไรอยู่ที่ 20,000 บาท นั่นเอง
  2. ใช้สินเชื่อ โอนหนี้ – ประเด็นสำคัญ ที่หลายคนติดกับดักทางการเงินก็คือ มีหนี้หลายแห่ง ดังนั้น ธนาคาร และ สถาบันการเงิน ก็จะออกสินเชื่อมาตัวหนึ่งที่เรียกว่า สินเชื่อ โอนหนี้ คือเป็นการรวบหนี้ จากทุกแห่ง มาไว้ที่ธนาคารนั้นๆที่ให้บริการ ทำให้ลูกหนี้ ไม่จำเป็นต้องหมุนเงินเพื่อจ่ายเจ้านั้นเจ้านี้ ให้มาจ่ายที่เดียวไปเลย วิธีนี้ ใช้ได้ผลกับหลายคน และ ก็มีไม่น้อยที่หลุดจากวงจรอุบาทว์ นี้ไปได้ ท้ายที่สุด

ไปดูสินเชื่อ โอนหนี้ ทั้งหมด ที่หน้า นี้ >> 

โรงรับจำนำ ขายของที่ไม่ใช้แล้ว ดีกว่ายืม

ทางออกนี้ มันคือการช่วยเหลือตัวเองอย่างที่สุด คือการเอาของที่ไม่ได้ใช้แล้วในบ้าน หรือที่ไม่จำเป็น ไปขายซะ จะได้กระแสเงินสดกลับมา หรือ การเอาของไปขายและได้เงินสดกลับมา และเอามาเปิดร้านขายของ มาลงทุน ทำธุรกิจเพิ่มเติมได้ เพื่อหารายได้เสริมในการดำรงชีวิต ประเสริฐ กว่าการกู้ยืมเงินหลายเท่านั้น

สินเชื่อที่ผ่านง่าย สำหรับคนที่คะแนนเครดิตไม่ดี

สินเชื่อบุคคล และบัตรเครดิตที่ผ่านยาก ต้องมีคะแนนเครดิตดีเท่านั้น

https://promotions.co.th/%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%86/investment/finance/%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%81.html

Exit mobile version