ads

มาจำนำทะเบียนรถแบบเข้าใจก่อน และทำถูกต้องดีกว่า

สินเชื่ออีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมมานาน ไม่แพ้สินเชื่อส่วนบุคคลนั่นก็คือ สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ หรือ หากจะใช้คำที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินก็คือ “สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน” หรือถ้าพูดภาษาชาวบ้านง่ายๆ ก็คือ การจำนำทะเบียนรถยนต์นั่นเอง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินอีกประเภทหนึ่งซึ่งเหมาะสำหรับการกู้ยืมแบบมีหลักทรัพย์ นั่นก็คือ ทะเบียนรถยนต์ ไว้เป็นหลักทรัพย์สำหรับการรับประกันว่าลูกหนี้จะต้องใช้หนี้ตามที่ได้กำหนดไว้ ในระยะเวลาที่กำหนดไว้นั่นเอง

สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันคืออะไร?

ภาพจาก PDF คู่มือความรู้เกี่ยวกับธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน จาก https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutions/Publications/CarFinance1/Infographic.pdf

จากข้อมูลของ Bot.or.th สินเชื่อที่ใช้ทะเบียนรถเป็นประกันก็คือ “สินเชื่อที่ผู้ประกอบธุรกิจจะรับเอาสมุดคู่มือทะเบียนรถมาเป็นประกันการชำระหนี้ (หรือทำสัญญาอื่นๆ เพื่อให้สามารถนำรถมาชำระหนี้ได้) โดยที่ลูกหนี้ยังคงเป็นเจ้าของและมีรถไว้ใช้อยู่ นั่นเอง นั่นแปลว่า ถึงแม้ว่าเราจะเอาทะเบียนรถยนต์ไปค้ำประกันการชำระหนี้ โดยต้องจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นตามที่กำหนด ตกลงกันไว้แล้ว เราจะยังคงมีรถยนต์สำหรับไว้ใช้งานได้อยู่ โดยที่ทางสถาบันการเงินที่มีการรับการจำนำทะเบียนในรูปแบบนี้ ไม่สามารถยึดรถของเราเอาไว้ได้ หากไม่ได้มีการผิดนัดชำระ ซึ่งนั่นหมายความว่า เจ้าของรถจะยังคงมีรถใช้งาน ขับอยู่ได้ทุกวันนั่นเอง

ซึ่งก่อนเราจะไปดูข้อดีของการจำนำทะเบียนรถยนต์ หรือ มอเตอร์ไซค์ เราควรเรียนรู้เกี่ยวกับที่มา ของการกำกับ รวมถึงหลักการในการคิดดอกเบี้ยของการจำนำทะเบียนรถยนต์ หรือการใช้ทะเบียนเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเสียก่อน


การจำนำทะเบียนรถยนต์ (สินเชื่อทะเบียนรถ) ปลอดภัยหรือไม่?

หากถามถึงความปลอดภัย หากต้องการขอสินเชื่อ ก็ควรที่จะต้องเป็นสินเชื่อที่อยู่ในระบบ โดยการกำกับดูแลของทางหน่วยงานรัฐ ซึ่งหากเป็นสินเชื่อนอกระบบ การ จำนำทะเบียนรถที่ไม่ได้มีการกำกับดูแล ก็จะเจอกับดอกเบี้ยที่สูงเกินกฎหมายกำหนด (มากกว่า 28%) และอาจเจอกับการทวงถามหนี้ที่เกิดการทำร้ายร่างกาย ที่เราพบเห็นกันในข่าวหน้าหนึ่งค่อนข้างบ่อย ซึ่งการจำนำทะเบียนรถภายใต้การกำกับดูแลนั้นปลอดภัยกว่ามาก

จากคลิปวีดีโอเราจะเห็นว่า มีการทวงถามหนี้ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และอาจถึงขั้นบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้

คำถามก็คือ การกำกับดูแลของสินเชื่อทะเบียนรถยนต์นั้นคืออะไร? – มันก็คือการที่ สถาบันการเงินหรือธนาคาร ที่มีการเปิดผลิตภัณฑ์ให้ประชาชนมาขอสินเชื่อทะเบียนรถได้ อยู่ภายใต้การควบคุมของ สศค (สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ตัวย่อ : FPO) และ ธนาคารแห่งประเทศไทย นั่นเอง ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆดังนี้

1 สินเชื่อทะเบียนรถ ระดับจังหวัด 

สศค เป็นผู้ดูแล ภายใต้ใบอนุญาตสินเชื่อรายย่อย ระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (Pico Finance) สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงิน ภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โดยบริษัทที่เปิดสินเชื่อประเภทนี้ จะต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท โดยสามารถให้วงเงินสินเชื่อได้ไม่เกิน 50,000 บาท ต่อ คน โดยที่มีเพดานดอกเบี้ยสูงสุด 36%

สำหรับรายชื่อบริษัท ที่เปิดบริการสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ภายใต้ Pico Finance มีอยู่ทั้งหมด 337 บริษัท ภูมิภาค โดยแบ่งเป็นตามภาคดังนี้

  • ภาคเหนือ – 53 บริษัท
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – 181 บริษัท
  • ภาคกลาง – 54 บริษัท
  • ภาคตะวันออก – 28 บริษัท
  • ภาคใต้ – 21 บริษัท
  • รวมทั้งหมด 337 บริษัท ณ เดือน เมษายน 2562 ดูจำนวนบริษัทที่เปิดให้บริการทั้งหมดที่นี่ 
  • สำหรับผู้ที่ต้องการเช็ครายชื่อบริษัทสามารถเช็คได้ที่ 1359.go.th โดยตรง 
2 สินเชื่อทะเบียนรถ ระดับประเทศ

ธนาคารแห่งประเทศไทยฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน เป็นผู้ดูแล โดยต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท สามารถให้ สินเชื่อได้ไม่จำกัด ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับความสามารถการชำระหนี้ของผู้ยื่นขอสินเชื่อ และมีเพดานดอกเบี้ยสูงสุดที่ 28%

ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า หากมีการกำกับดูแล ด้วยรายชื่อบริษัท และสถาบันการเงินต่างๆ ตามที่ทางรัฐบาลกำหนดไว้ ก็จะสามารถมั่นใจได้ระดับหนึ่งว่า การคิดดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด หรือเรื่องการทวงถามหนี้ที่ไม่เป็นธรรมก็อาจจะไมีมีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

กฎหมายกำหนดไว้ว่า ดอกเบี้ยห้ามเกิน 15% แต่ทำไม สินเชื่อทะเบียนรถมีสูงถึง 36%?

หากอ้างอิงกฎหมายห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา จาก สภาผู้แทนราษฎร ถูกหนดเอาไว้ว่า

๑) ก าหนดให้บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระท าการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอ าพรางการให้กู้ยืมเงิน โดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายก าหนดไว้หรือโดยก าหนดข้อความอันเป็นเท็จในเรื่องจ านวนเงินกู้หรือเรื่องอื่น ๆ ไว้ในหลักฐานการกู้ยืมหรือตราสารที่เปลี่ยนมือได้เพื่อปิดบังการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายก าหนด หรือโดยก าหนดจะเอาหรือรับเอาซึ่งประโยชน์อย่างอื่นนอกจากดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็นเงิน หรือสิ่งของหรือโดยวิธีการใด ๆ จนเห็นได้ชัดว่าประโยชน์ที่ได้รับนั้นมากเกินส่วนอันสมควรตามเงื่อนไขแห่งการกู้ยืมเงินต้องระวางโทษจ าคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจ าทั้งปรับ(มาตรา ๔)สามารถแยกพิจารณาฐานความผิดได้ ดังนี้บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระท าการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอ าพรางการให้กู้ยืมเงิน(การอ าพรางการให้กู้ยืมเงิน เช่น ท าสัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาซื้อขายที่ดินเพื่ออ าพรางการให้กู้ยืมเงินเป็นต้น) โดยมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายก าหนดไว้ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่กฎหมายก าหนดในการกู้ยืมเงินเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๔ ที่ก าหนดว่า ห้ามมิให้เรียกดอกเบี้ยในการให้กู้ยืมเกินกว่าร้อยละ ๑๕ ต่อปีดังนั้น บุคคลที่ให้กู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ ๑๕ ต่อปี จึงถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัตินี้  เอกสารจาก Parliament.go.th

แต่สำหรับกฎหมายข้อนี้ เป็นระหว่างบุคคลต่อบุคคล ซึ่งไม่ใช่ สถาบันการเงินกับบุคคลนั่นเอง แต่สำหรับ ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กำหนดออกมาแล้ว Pico Finance สามารถเก็บดอกเบี้ยต้องไม่เกิน 36% โดยที่มีเพดานสูงสุดที่ 50,000 บาท ต่อราย และสำหรับ บริษัททั่วไป อยู่ที่ 28% รวมค่าปรับด้วย

หลักการเก็บดอกเบี้ยของสินเชื่อรถที่มีทะเบียนเป็นประกัน

Pico Finance หรือบริษัทสินเชื่อทะเบียนรถขนาดเล็ก – จะต้องเก็บไม่เกิน 36% + ค่าติดตามทวงถามหนี้ แต่ห้ามคิดดอกเบี้ยบนดอกเบี้ย นั่นแปลว่าห้ามเอาดอกเบี้ยมาบวกเงินต้นแล้วคิดดอกเบี้ยทับ จะต้องแยกเงินต้นออกมาจากยอดรวมแล้วจึงคิดดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับบริษัทสินเชื่อทะเบียนรถขนาดใหญ่ – จะต้องเก็บไม่เกิน 28% + ค่าติดตามทวงถามหนี้ ห้ามคิดดอกเบี้ยบนดอกเบี้ย (ต้องคิดจากเงินต้นเท่านั้น ห้ามดอกเบี้ยทบ) และห้ามคิดค่า ชำระเงินคืนก่อนกำหนด ซึ่งถ้าหากมีการขายรถทอดตลาด จะต้องคืนเงินส่วนเกินให้กับลูกหนี้ด้วย


9 ข้อดีของสินเชื่อทะเบียนรถยนต์

แน่นอนว่าเมื่อมีการกำกับดูแลจาก Pico Finance และ BOT แล้ว ผู้บริโภค เจ้าของรถ จะต้องไม่เสียเปรียบ และ ทางสถาบันการเงินรวมถึงบริษัทต่างๆ ก็จะไม่สามารถเอาเปรียบได้เช่นเดียวกัน ซึ่งหลักๆแล้วจะมีข้อดีดังนี้

1ได้วงเงินที่เหมาะสม ไม่เกินตัว

ในบางครั้ง หลายคนต้องยอมรับว่า การขอสินเชื่อประเภทต่างๆ หากได้ยิ่งเยอะยิ่งดี (ซึ่งหลายคนอาจคิดแบบนี้) แต่จริงๆแล้ว การกู้หนี้ยืมสิน จะต้องดูความสามารถในการใช้หนี้ด้วย และเมื่อมีการกำกับดูแล สถาบันการเงิน บริษัท ธนาคารจะไม่สามารถปล่อยวงเงินกู้เกิน กำลังที่ทางลูกหนี้จะชำระได้ ซึ่งข้อดีระยะยาวก็คือ จะไม่ก่อให้เกิดหนี้เสียในระบบมากขึ้นนั่นเอง เช่นเดียวกับกฎของ ธปท ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้คือ การกำหนดเงินเดือนขั้นต่ำในการกู้ยืมสินเชื่อส่วนบุคคล

2

ไม่โดนเอาเปรียบ จากการคิดดอกเบี้ยบนดอกเบี้ย

เป็นกฎเหล็กของทางรัฐบาล ที่จะมากำหนดดอกเบี้ยว่าไม่เกิน 36% และ 28% และห้ามคิดดอกเบี้ยบนดอกเบี้ย รวมถึงการไม่อนุญาตให้เก็บค่าปรับหากมีการชำระคืนก่อนกำหนดด้วย

3

บริษัทสินเชื่อแข่งขันกันรุนแรงขึ้น เปรียบเทียบดอกเบี้ย และ ค่าบริการได้

ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับ บริษัทเดียว สถาบันการเงินแห่งเดียว เพราะสามารถเช็คอัตราดอกเบี้ยก่อนการใช้บริการ สินเชื่อทะเบียนรถได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อทุกแห่งโดนกำกับ การแข่งขันระหว่างบริษัทสินเชื่อจะเริ่มเกิดขึ้น ทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์มากขึ้นตามไปด้วย

4

ทุกบริษัทเคารพกฎ ทำให้ต้องแจ้งรายละเอียดกับลูกค้าก่อนการทำสัญญา

เพราะมีมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น บริษัท สถาบันการเงินทุกแห่ง จะต้องมีการแจ้งกฎระเบียบข้อบังคับก่อนการทำสัญญา เพื่อที่ว่า ลูกค้าจะได้รับทราบเกี่ยวกับข้อมูลนั้นๆ ซึ่งหากข้อมูลไม่ถูกต้อง ก็สามารถแจ้งสายด่วนได้ โดยสามารถแจ้งได้ที่

  1. สายด่วน Pico Finance ร้องเรียน โทร 1359
  2. ธนาคารแห่งประเทศไทย โทร 02-283-5931

5

สามารถชำระหนี้ก่อนได้ ไม่มีค่าปรับ

กฎใหม่ออกมาแล้ว ทางสถาบันการเงิน และ Pico Finance ต้องอนุญาตให้ลูกหนี้จ่ายค่าหนี้ก่อนได้ โดยที่ไม่มีค่าปรับและสามารถได้ลดดอกเบี้ย 100% เต็ม และจ่ายค่าธรรมเนียมทวงถามหนี้ ตามจริงเท่านั้น ไม่มีเพิ่มกว่านั้น (ดอกเบี้ยบนดอกเบี้ย)

6

ได้รับการแจ้งเตือนก่อนจ่ายค่างวด

ด้วยกฎใหม่นี้ ทางบริษัทไฟแนนซ์ ต้องแจ้งเตือนการจ่ายหนี้กับลูกหนี้ ก่อนจ่ายค่างวด (ซึ่งปกติเราจะรู้มาว่าเค้าชอบเตือนทีหลัง) ทำให้ลดการผิดนัดชำระหนี้ให้น้อยที่สุด

7

การแจ้งล่วงหน้าก่อนการยึดรถ

หากว่าหนี้มาถึงจุดปลายทาง โดยที่ลูกหนี้ต้องโดนยึดรถจริงๆ ลูกหนี้ยังมีสิทธิ์ที่จะได้รับทราบก่อนว่า รถกำลังจะถูกยึดแล้ว และโดยปกติเช่นเดียวกันที่เราจะเห็นตามข่าวว่า มีเจ้าหนี้มายึดรถโดยที่ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า

8

โดนขายทอดตลาด ต้องได้รับส่วนต่างคืน

เมื่อไม่มีเงินจ่าย รถจะถูกยึด ซึ่งก่อนโดนยึดจะได้รับการแจ้งเตือนก่อน และถ้ารถถูกขายทอดตลาด ผ่านช่องทางใดๆก็ตามเช่นส่งประมูลรถ หากมีส่วนต่างในการขายรถได้ ที่เกินกว่าหนี้ที่ติดไว้ จะต้องถูกคืนให้เจ้าของรถ หรือลูกหนี้ นั่นแปลว่า ทางสถาบันการเงินจะไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินเกินจากที่ลูกหนี้ติดไว้จริงๆ

9

เมื่อมีการทวงถามหนี้ ต้องจ่ายตามปกติ แต่จ่ายตามจริง

กฎนี้ระบุไว้ว่า สามารถคิดดอกเบี้ย รวมถึงค่าติดตามทวงถามหนี้ได้ ซึ่งยังคงต้องมีอยู่ และ การติดตามทวงถามหนี้ จะต้องคิดตามจริงเท่านั้น กับค่าธรรมเนียมที่กำหนดไว้ชัดเจนตั้งแต่ตอนต้น ซึ่งห้ามไม่ให้เก็บค่าอื่นๆเพิ่มเติม

อ้างอิง : bot.or.th

สิ่งที่ประชาชนจะได้รับจากการกำกับดูแลสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ ภาพจาก https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutions/Publications/CarFinance1/Infographic.pdf

อื่นๆเกี่ยวกับการจำนำทะเบียนรถ

ข้อมูลเบื้องต้น เกี่ยวกับการจำนำทะเบียนรถมอเตอร์ไซด์

SINGER รถทำเงิน – จำนำทะเบียนรถ วงเงินสูงสุด 85%

Refinance รถยนต์ ผ่อนยังไม่จบทำได้หรือเปล่า? มีบริษัทไฟแนนซ์ไหนรับบ้าง?

เงินด่วนปี 2562 หาได้จากที่ไหน? กับ 3 แหล่งสินเชื่ออนุมัติเร็วที่สุด

คาใจมาก รีไฟแนนซ์รถยนต์ หลังผ่อนมาแล้ว 1 ปี สมควรทำหรือไม่?

ต้องการเงินด่วน 2562 เอารถไปเข้าลิสซิ่งไหนไวสุด?