Home Investment Finance สินเชื่อทองคำ คืออะไร? ในไทยจะเอาไปจำนำกับใครได้บ้าง และคุ้มหรือไม่?

สินเชื่อทองคำ คืออะไร? ในไทยจะเอาไปจำนำกับใครได้บ้าง และคุ้มหรือไม่?

การขอสินเชื่อไม่ว่าครั้งใดๆ ก็ตาม ผู้ขอสินเชื่อมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินที่ตัวเองไม่มี เพื่อที่จะกระทำการใดๆกับเงินจำนวนนั้นๆ โดยที่การกู้ยืมสินเชื่อ ผู้กู้ก็จะต้องจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ให้กู้ นั่นก็คือธนาคาร หรือ สถาบันการเงินต่างๆ โดยยืนพื้นจากเงินต้นที่ทำการกู้ยืมนั่นเอง

แต่เมื่อมีการกู้ยืมในจำนวนมากๆ เช่นเป็นหลักหลายๆแสน หรือ หลักล้านขึ้นไป ในบ้านเรามีการควบคุมสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทนี้อยู่ โดยที่ทางสถาบันการเงินจะไม่สามารถอนุมัติเงินกู้ให้ได้เกิน 5 เท่าของเงินเดือน นั่นแปลว่า หากอยากกู้เงินจำนวนซัก 500,000 บาท ผู้กู้จำเป็นจะต้องมีเงินเดือนมากถึง 100,000 บาท ขึ้นไป นั่นเอง และนี่คือจุดที่ สินเชื่อส่วนบุคคลประเภทมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเข้ามาเป็นตัวเลือก ซึ่งโดยมากเราก็จะได้เห็นสินเชื่อประเภท รีไฟแนนซ์รถยนต์ หรือ การรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อนำเงินออกมาใช้จ่ายในเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งจะได้วงเงินสูงกว่า เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Secured Loan) แต่ในวันนี้เราจะได้รู้จัก กับสินเชื่ออีกประเภทหนึ่ง นั่นก็คือ สินเชื่อทองคำ หรือ “Gold Loan” ซึ่งเป็นสินเชื่ออีกประเภทหนึ่งที่น่าสนใจ

อะไรคือสินเชื่อทองคำ? Gold Loan

สินเชื่อทองคำก็คือ เงินกู้ที่นำเอาทองคำเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ref: https://www.icicibank.com) ซึ่งมันก็คือการเอาทรัพย์สิน ที่เปลี่ยนจากการเอารถ ทะเบียนรถยนต์ เอาบ้าน มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน มาเป็นทองคำแทนนั่นแหละ หลายแห่งใช้ชื่อสินเชื่อว่า สินเชื่อทองแลกเงิน และนี่คือเหตุผลที่สินเชื่อทองคำ กำลังเป็นที่นิยม

ข้อดีของสินเชื่อทองคำ

  1. เพราะมันมีดอกเบี้ยถูกกว่า สินเชื่อบุคคลทั่วไป – ไม่แตกต่างอะไรจากการเอารถหรือบ้านค้ำ ซึ่งการค้ำประกันด้วยทรัพย์สินย่อมได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าอยู่แล้ว
  2. อนุมัติสินเชื่อได้เร็วกว่า – การตรวจสอบทองคำ ว่ามีมูลค่านั้น ง่ายกว่าการประเมินราคารถยนต์ หรือ บ้าน และธนาคารชอบทองคำมากกว่า ดังนั้นการอนุมัติก็เร็วกว่า
  3. ไม่ต้องมีคุณสมบัติมาก – เนื่องจากทองคำเป็น หนึ่งในการแลกเปลี่ยนเงินตรา ที่ทั่วโลกยอมรับ ดังนั้น คุณสมบัติผู้กู้อาจไม่ต้องมีเงินเดือนเลยก็เป็นได้
  4. ไม่ต้องเช็คเครดิต – เพราะทองคำ นับวันยิ่งมีมูลค่าเพิ่ม หากทางสถาบันการเงินยึดไป ก็สามารถนำไปขายได้ราคาดีกว่าซะอีก

ข้อเสียของสินเชื่อทองคำ

  1. ธนาคารมักประเมินราคาให้ต่ำ – นั่นก็คือ จะอยู่ที่ประมาณ 75% ของราคาจริง ดังนั้น หากผู้กู้เอาทองคำมูลค่า 100,000 มา ค้ำ ธนาคารจะตีให้แค่ 75,000 บาท โดยเฉลี่ย
  2. หากโดนยึด ก็สูญหมด – เช่นเกียวกันกับ สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ประเภทอื่นๆ ถ้า ผิดนัดชำระหนี้ ก็จะโดนยึดทองคำ นั่นเอง
  3. ระยะเวลาการกู้ยืม สั้นกว่า – สินเชื่อส่วนบุคคลประเภทอื่นๆ อาจมีให้กู้ยืมได้ยาวถึง 5 ปี และ ถ้าเป็นสินเชื่อรถยนต์ อาจได้ยาวถึง 7 ปี เลยทีเดียว แต่สำหรับทองคำนั้น จะอยู่ที่ 3 ปี เท่านั้น

ข้อมูลข้อดีข้อเสียจาก https://www.news18.com

ในไทยมีใครเปิดสินเชื่อทองคำ เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินบ้าง?

สำหรับในไทย ที่เห็นๆ ก็จะมีอยู่เจ้าเดียวก็คือ ธนาคารไทยเครดิต ที่ มีการประกาศรับจำนำทองคำ (สินเชื่อทองคำ) มาตั้งแต่ปลายปี 2009 แล้ว และการจำนำทองคำ กับทางธนาคารไทยเครดิต ก็จะมีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้

  • ผ่อนได้ยาวที่สุดที่ 18 เดือน หรือ 1 ปี ครึ่ง
  • รับทองคำบริสุทธิ์เกิน 93.5% เฉพาะทองคำแท่ง และ รูปพรรณ
  • ถ้ากู้ไม่เกิน 100,000 บาท ประเมินราคาได้ที่ 95% ของราคาทอง ด้วยดอกเบี้ย 1.1% ต่อเดือน
  • ถ้ากู้ตั้งแต่ 100,000 บาท ไปถึง 2 ล้านบาท จะประเมินได้ที่ 90% ของราคาทอง ด้วยดอกเบี้ย 0.9% ต่อเดือน

ที่มา https://www.tcrbank.com

ทีนี้เรามาดูกันว่า จริงๆแล้ว อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อทองคำของ ธนาคารไทยเครดิต หากกู้ที่ 18 เดือน จะอยู่ที่เท่าไหร่? โดยการใช้เครื่องคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่นี่ 

กู้ 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 1.1% ต่อเดือน หรือประมาณ 14.03% ต่อปี ระยะเวลา 18 เดือน จะต้องจ่ายคืนเท่าไหร่?

จำนำทองคำ 100,000 บาท จะต้องจ่ายเท่าไหร่ต่อเดือน และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเป็นเท่าไหร่?

กู้ 1,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0.9% ต่อเดือน หรือประมาณ 11.35% ต่อปี ระยะเวลา 18 เดือน จะต้องจ่ายคืนเท่าไหร่?

จำนำทองคำ 1,000,000 บาท จะต้องจ่ายเท่าไหร่ต่อเดือน และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเป็นเท่าไหร่?

สามารถอธิบายได้เลยว่า ยิ่งกู้เงินด้วยการจำนำทอง ยิ่งยอดเยอะ ยิ่งได้เปรียบ เพราะ ตัวแปรสำคัญก็คือ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในระยะเวลา 18 เดือน (ที่สั้นมากๆ) ทำให้ จ่ายดอกเบี้ยน้อยมาก เรียกได้ว่า หากใครจะซื้อรถใหม่หรือมือสอง อาจเอาทองคำไปจำนำ แล้วมาผ่อนค่าทอง ยังประหยัดกว่าผ่อนค่ารถยนต์เลยด้วยซ้ำ!!


บทสรุป

อาจพูดได้ว่า การจำนำทองคำนั้น มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง แต่อาจเหมาะสำหรับคนที่มีทองคำเยอะๆ เป็นจำนวนหลักล้านบาทขึ้นไป ถึงจะเอามาแล้วคุ้ม และการจำนำทองนั้น ดูเหมือนจะเป็นการจำนำที่มีดอกเบี้ยที่ต่ำมาก เหมาะสำหรับการนำเงินออกมาเพื่อซื้อรถยนต์ หรือ แม้แต่ซื้อบ้านเลยด้วยซ้ำ (เพราะดอกถูกกว่ากันมาก) แต่อย่างไรก็ดี ด้วยระยะเวลาผ่อนจ่าย ที่สั้นเกินไป จะทำให้ วงเงินที่จะต้องผ่อนต่อเดือนมากขึ้น ก็ต้องมาวัดกันว่า ตัวเราเองเหมาะกับสินเชื่อประเภทนี้หรือไม่?

อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำจำนวนมากขนาดนั้น ก็คงต้องมามองหา สินเชื่อประเภทอื่นๆเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่อนุมัติง่ายๆ อย่าง Citibank หรือ จะเป็นสินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเช่นรถยนต์ ทะเบียนรถ อย่าง SCB ที่ให้วงเงินสูงถึง 5 ล้าน ลองไปดูกันก่อนว่า สินเชื่อประเภทนี้เหมาะกับแต่ละคนหรือไม่?

สินเชื่ออเนกประสงค์ วงเงินสูงสุด 1.5 ล้านบาท

Citi Personal Loan – วงเงินสูงสุด 1,500,000 บาท เหมาะสำหรับกู้เงินไปใช้แบบอเนกประสงค์ ได้แบบเหลือๆ แม้ว่า จะอนุมัติ หรือ มีความสามารถในการกู้มากเป็นหลักล้านบาท หากต้องการแค่ ไม่กี่แสนบาทก็ทำได้เช่นเดียวกัน และ สินเชื่อส่วนบุคคล Citi สามารถสมัครออนไลน์ได้ที่นี่ >> https://www.citibank.co.th/citi/wedding/th/apply/plonline-campaign/index.html

รีไฟแนนซ์รถ เอาเงินออกมาใช้ ยอดจัดสูงสุด 5 ล้าน

เอารถยนต์เข้าไฟแนนซ์กับ SCB ได้วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท – แน่นอนว่า รถยนต์ หากเป็นรถรุ่นใหญ่ ก็จะได้เยอะกว่า แต่ถ้าเป็นรุ่นเล็ก ก็จะได้ 95% ของราคากลาง แต่มีข้อดีที่มีดอกเบี้ยน้อยกว่า ลองไปสมัครกันดูได้ที่ SCB โดยตรง ที่ https://car.scb/requests/personalloan

Exit mobile version