รีไฟแนนซ์รถยนต์? – 5 เทคนิคไม่ลับที่จะทำให้อนุมัติง่ายขึ้น

ในปีที่ผ่านมา เราผ่านสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง และกำลังซื้อของแต่ละคนลดน้อยถอยลงไปทุกที พร้อมหนี้สินที่เพิ่มมากขึ้นทุกๆวัน การทำสินเชื่อบุคคลยากขึ้น การขอบัตรเครดิตก็ทำได้ยากขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งสำหรับคนที่อยากได้เงินด่วนมาใช้ในกิจการ หรือด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มันทำได้ยากขึ้น และตัวเลือกสุดท้ายในการหาเงินก้อนเพื่อมาใช้หนี้ หรือ ใช้จ่ายก็คงหนีไม่พ้นการ Refinance สินทรัพย์ เช่นบ้านหรือรถยนต์ เพื่อให้มีเงินออกมาใช้ได้คล่องขึ้น

การรีไฟแนนซ์บ้าน โดยมากแล้วก็จะทำเพื่อการจ่ายดอกเบี้ยที่ต่ำลงและทำให้ผ่อนหมดเร็วขึ้นเป็นปีๆ และไม่ค่อยจะนำมา รีไฟแนนซ์ เพื่อนำเงินออกมาใช้เท่าไหร่นัก เพราะบ้านมีมูลค่าสูง ซึ่งการีไฟแนนซ์ รถยนต์ นั้น ดูเหมือนจะพอเหมาะพอเจาะกันพอดีกับการรีไฟแนนซื เพื่อนำเงินหลักแสนออกมาใช้จ่านได้สบายๆ ดังนั้น การ refinance รถยนต์ จึงเป็นที่นิยมมาก และที่เรารู้จักกันในแบรนด์เช่น สินเชื่อรถยนต์ รถแลกเงิน เงินติดล้อ car4cash หรือ อีกหลากหลายแบรนด์ ที่โฆษณา กันอยู่ แต่ ก่อนที่จะไป ทำการรีไฟแนนซ์ รถยนต์ กัน เราควรกลับมาวางแผนที่บ้านกันก่อนที่จะเลือก สถาบันเพื่อรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ได้มูลค่าที่เยอะที่สุด เหมาะสมที่สุด และจะได้ เตรียมตัวได้ถูก

รีไฟแนนซ์รถยนต์ไม่ใช่เรื่องยาก แค่วางแผนกันก่อน

การรีไฟแนนซ์รถยนต์ จริงๆ แล้วไม่ได้มีอะไรยาก และไม่ได้ยากเย็นแสนเข็น เหมือนที่หลายๆคนเค้าคิดกัน และเพราะมีรถยนต์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน มันทำให้ การขอสินเชื่อง่ายขึ้น เร็วขึ้น และได้ดอกเบี้ยที่ถูกกว่าการขอสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดังนั้นเรามาดูกันว่า 5 อย่างที่คุณต้องเตรียมตัวก่อนการรีไฟแนนซ์ รถยนต์นั้นมีอะไรบ้าง?

5 อย่างที่ต้องวิเคราะห์ก่อน การรีไฟแนนซ์รถยนต์

รู้คะแนนเครดิตของตัวเองก่อน

เครดิตบูโร

อันดับแรกๆ ของทุกอย่างทั้งปวง ก่อนการขอรีไฟแนนซ์รถยนต์ กับสถาบันการเงินต่างๆ นั้น ไม่ใช่ การเดินไปดูรถยนต์ของตัวเอง แต่เป็นการเช็คคะแนนเครดิตของตัวเองกับเครดิตบูโร เป็นอันดับแรก เพราะ คะแนนเครดิต เป็นตัวชี้วัด ว่าคุณจะมีความสามารถในการขอสินเชื่อเหล่านี้ได้หรือไม่

แน่นอนว่าหากคะแนนเครดิตของคุณดีมาก คุณก็จะมีสิทธิ์ผ่านการกู้ยืมได้ง่ายกว่าเดิม และหากไม่ดี จะได้หาทางแก้ไข หรือปรับปรุงคะแนนตามคำแนะนำของทาง NCB

การรู้คะแนนเครดิตของตัวเองนอกจากจะให้รู้ด้วยว่าคุณมีสิทธิ์ จะรีไฟแนนซ์ ผ่านหรือไม่ ยังทำให้คุณรู้ถึงอำนาจการต่อรองกับสถาบันการเงินต่างๆ ได้ด้วย เพราะธนาคารจะชอบปล่อยกู้และชอบลูกค้าที่มีคะแนนเครดิตที่ดี และไม่ทำให้คุณเสียเปรียบได้ง่ายๆ

เช็คมูลค่าของรถยนต์ ราคาตลาดที่แท้จริง

การรู้มูลค่ารถยนต์ของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องขับไปที่ เต๊นท์ขายรถมือสอง เพื่อให้เค้าตีราคา เพราะมีเว็บไซด์ เช็คราคารถยนต์ ค่อนข้างเยอะในปัจจุบัน เช่น One2car.com ซึ่งคุณสามารถเข้าไปเช็ค ราคารถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปี ได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องพึ่งใคร แต่ ราคารถยนต์ในเว็บขายรถยนต์มือสองนั้น เค้าตั้งเป็นราคาขาย และไม่ใช่ราคาจริง ซึ่งสูตรแบบคร่าวๆ คือ หาก รถยนต์ของคุณมูลค่าเท่าไหร่ ให้ลดลงมาอีก 10-20% จะรู้มูลค่าจริงของรถยนต์ของคุณ (เต๊นท์รถส่วนใหญ่มี Margin 10-20% หรือมากกว่า ตามรุ่นรถยนต์และราคาที่รับมา)

เปรียบเทียบสินเชื่อ รีไฟแนนซ์ รถยนต์

เราต้องรู้ก่อนว่า การรีไฟแนนซ์ รถยนต์แบ่งเป็น 3 ประเภท และ ประเภทแรกคือ สินเชื่อรถยนต์ป้ายแดง มันคือการซื้อรถยนต์ คันใหม่ และเราก็ไปผ่อนต่อ การขอสินเชื่อ รีไฟแนนซ์ สองประเภทหลังก็คือ การรีไฟแนนซ์ เพื่อย้ายค่ายบริษัทการเงิน เพื่อไปหาดอกเบี้ยที่ถูกกว่าและผ่อนต่อ และ ประเภทที่จะพูดถึงก็คือ การรีไฟแนนซ์ รถยนต์ เพื่อนำเอาเงินออกมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะทางธุรกิจ หรือ เพื่อใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น และสินเชื่อประเภทนี้ มีหลายบริษัทที่รองรับ และส่วนใหญ่ ต้องเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย และสิ่งต่างๆ เช่น

  • ดอกเบี้ยต่อปี ยอดผ่อนต่อเดือน
  • รถยี่ห้อใดรีไฟแนนซ์ได้บ้าง ปีอะไร รถเก่าเท่าใดถึงจะรีไฟแนนซ์ได้
  • ยอดอนุมัติ ต่อมูลค่ารถ – เพราะบางบริษัทอนุมัติเพียงแค่ 80% ของมูลค่ารถยนต์ อาจทำให้ผู้ยื่นขอรีไฟแนนซ์เสียเปรียบ
  • การปิดยอดสินเชื่อ มีค่าใช้จ่ายหรือไม่?
  • ค่าประเมินราคารถยนต์
  • ต้องทำประกันหรือไม่?
  • ค่าธรรมเนียม
  • ค่าปรับ

เช็คค่าใช้จ่ายแอบแฝงก่อนที่จะยื่นกู้

พยายามอ่าน ศึกษารายละเอียดของบริษัทรับ refinance รถยนต์แต่ละค่ายซะก่อนการตัดสินใจ เพราะแต่ละบริษัทมีกฎไม่เหมือนกัน ซึ่งอาจนำมาซึ่ง ค่าปรับ ค่าใช้จ่ายที่ไม่รู้ตัวได้เช่น ค่าโอนทะเบียน ค่าดำเนินการ ค่าปรับ ฯลฯ เหล่านี้ หากรวมๆ กันอาจมีมูลค่าสูง และอาจมองว่า อาจถูกโกงได้ (แต่จริงๆ เป็นระเบียบการบริษัทตั้งแต่ต้น)

สมัครครั้งละ 1 บริษัท อย่าสมัครทีละหลายๆแห่ง

วิธีเริ่มสมัคร อย่าร่อนใบสมัครหลายๆที่ ให้ยื่นที่ที่คุณเปรียบเทียบออกมาแล้วว่าคุณได้ประโยชน์มากที่สุด เช่นดอกเบี้ยต่ำที่สุด และถ้าหากไม่ผ่านก็ค่อย มาสมัครอันดับที่คิดว่าได้ประโยชน์รองลงมาเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้รู้ว่า หากไม่ผ่าน ไม่ผ่านเพราะเหตุผลใด จะได้มาแก้ได้ทัน และจะได้ยื่นขอ รีไฟแนนซ์ กับสถาบันการเงินอื่นๆ ต่อไป โดยที่มีผลกระทบกับ คะแนนเครดิตให้น้อยที่สุด


แจกคะแนน 2,500 คะแนน

รับคะแนนสะสม Citi Rewards 5 เท่า เมื่อสมัครบัตร Citi Rewards Card เมื่อช้อปที่ LAZADA หรือ SHOPEE และรับคะแนนสะสมเพิ่ม 7 เท่าในเดือนเกิด แจกคะแนน 2,500 คะแนน เมื่อใช้บัตรครบ 5,000 บาท ขึ้นไป ภายใน 30 วันหลังจากบัตรได้รับการอนุมัติ 

More Less