ads

และเราจะกู้เงินยากขึ้นกว่าเดิมปลายปี 2562 นี้

หนี้ครัวเรือนยังคงเป็นหนี้สิน ที่ทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ และ สังคม มากที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งมีข่าวออกมาเป็นระยะๆ เกี่ยวกับมาตรการของ ธปท ที่จะเข้ามาควบคุมหนี้สินประเภทนี้ โดยแม้แต่ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังมีการแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องหนี้สินในครัวเรือน ซึ่งล่าสุดทาง ธปท อาจออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อควบคุม การกู้ยืมเงินของกลุ่มเสี่ยง ด้วย DSR หรือ Debt Service Coverage Ratio

Debt Service Ratio ก็คือ ภาระหนี้สิน ต้องไม่เกิน 70%

มาตรการ การควบคุมหนี้สินนี้ พุ่งเป้าไปที่ ผู้ที่มีรายได้น้อย และ มีหนี้สินเยอะ โดยเฉพาะผู้ที่มีหนี้สินเกิน 70% ของรายได้รายเดือน นั่นแปลว่า ผู้ที่มีหนี้สินเกิน 70% อาจไม่สามารถกู้ได้เพิ่มในอนาคต และอาจต้องเปลี่ยนวิธีการกู้ จากสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็น สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ เช่น การจำนำทะเบียนรถยนต์ หรือ การรีไฟแนนซ์รถยนต์

ใครบ้าง ที่อาจจะกู้ยืมเงินไม่ได้?

ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ บอกให้เรารู้ว่า ผู้ที่อยู่ในกลุ่ม 3 กลุ่มบุคคล ที่มีความเสี่ยงสูง ที่มี ภาระหนี้สินเกิน 70% อาจไม่สามารถกู้ยืมสินเชื่อส่วนบุคคลได้ ดังนี้

  1. กลุ่มคนที่พึ่งเริ่มทำงาน เช่น นักศึกษาจบใหม่ 
  2. กลุ่มวัยเกษียณ 
  3. และกลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อเดือน

สำหรับนักศึกษาจบใหม่ การกู้เงินมาใช้นั้นอาจมีในแง่ของความเสี่ยงในการใช้เงินแบบไม่ได้ทำให้เกิดรายได้ หรือ การใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินจำเป็น กลุ่มวัยเกษียณก็อาจไม่มีกำลังพอที่จะใช้หนี้ได้และเสี่ยงสำหรับการเป็นหนี้เสียหากเกิดการเสียชีวิต หรือ ทุพลภาพ และกลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อเดือน มีความเสี่ยงในเรื่องของการใช้จ่าย และภาระหนี้นั่นเอง 

ถ้ากู้เงินไม่ได้ จะสมัครบัตรเครดิตได้หรือไม่?

ทั้งบัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด ก็ดูเหมือนจะเป็นทางออกของผู้ที่ต้องการใช้เงิน หรือ ต้องการใช้เพื่อความสะดวกสบายในการดำรงชีวิตจริงๆ แต่ หนี้บัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด ก็ยังคงเป็นปัญหาเพิ่มเติม เพราะ หนึ่งในความสามารถของมันก็คือ การกดเงินสด หรือ ถอนเงินสดออกมาใช้

ดังนั้น จะสามารถคาดการณ์ได้เลยว่า นักศึกษาจบใหม่ก็อาจทำบัตรเครดิตไม่ได้ กลุ่มผู้สูงอายุ และ ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท นั้น ก็อาจจะไม่ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเราคงต้องมารอดูมาตรการอื่นๆของทาง ธปท ที่จะออกมาควบคุมหนี้ และความเสี่ยงในจุดนี้

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าภาระหนี้ของตัวเองเกิน 70% หรือเปล่า?

สูตรวิธีการหาภาระหนี้ (DBR) 

ภาระหนี้ทั้งหมด  =  ยอดหนื้ทั้งหมดที่ต้องผ่อนชำระ ต่อเดือน  / รายได้ต่อเดือนของลูกค้า

การคำนวณว่าภาระหนี้สิน ของตัวเองมีเท่าไหร่นั้น สามารถคำนวณได้ง่ายๆ เลยก็คือ การเอาหนี้สินทั้งหมด มาหารด้วยรายได้ต่อเดือน โดยมีตัวอย่างดังนี้

หากมีรายได้ที่ 30,000 บาท ต่อเดือน แต่มีค่าผ่อนบ้าน ผ่อนมือถือ ผ่อนรถ อยู่ที่ 20,000 บาท จะสามารถคำนวณได้ดังนี้ 

20,000 / 30,000 = 66.66% - แบบนี้ ยังไม่เกิน 70% ก็ยังสามารถกู้ได้

แต่ถ้ามีภาระหนี้สินอยู่ที่ 25,000 บาทต่อเดือนหล่ะ?

25,000 / 30,000 = 83.33% - แบบนี้ จะไม่สามารถกู้ หรือแม้แต่สมัครบัตรเครดิตได้เลย

สำหรับคนที่อยากทราบว่าจะสามารถกู้ผ่านได้หรือไม่? ลองไปคำนวณ เบื้องได้ได้ที่นี่ คลิ๊ก 

อย่างไรก็หลายๆ ฝ่าย ก็เตรียมที่กำลังจะจัดระเบียบหนี้สินในภาคครัวเรือน คาดว่าจะมีผลในช่วงปลายปี 2562 นี้ ซึ่งแน่นอนว่าจะมีการปรับใช้ต่อไปในปี 2563 และปีถัดๆไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอัตราหนี้ภาคครัวเรือนยังคงพุ่งขึ้นสูงกว่าเดิม สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับ สถิติเกี่ยวกับภาระหนี้สินในภาคครัวเรือน สามารถอ่านต่อได้ที่ https://www.bot.or.th/

เมื่อกู้ผ่านยากขึ้น ธนาคารและ สถาบันการเงิน ต้องปรับตัว

การปรับตัวของธนาคาร และสถาบันการเงินนั้นสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการปล่อยกู้ให้กับบุคคลที่ไม่ควรกู้ได้ นอกจากจะกระทบกับรายได้ของธนาคารเองจากหนี้สูญแล้ว ยังกระทบกับเศรษฐกิจโดยรวมด้วย ดังนั้น ระยะหลัง เราจะเห็น สถาบันการเงิน และ ธนาคารออกมาปรับแผนกันอย่างโจ่งแจ้ง

ล่าสุด สถาบันการเงินอย่าง KTC ที่เป็นผู้ให้บริการบัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด ยังมีแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Nano Finance และ การรีไฟแนนซ์รถยนต์ คือเปลี่ยนจากสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์เป็นมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งต่อไปนี้หากทางเคทีซีมีผลิตภัณฑ์แบบนี้จริงๆ ก็จะมีอัตราเสี่ยงในการเจอหนี้เสียน้อยกว่า

หากมาดู J Money ที่เปิดตัว J Fintech ไปก่อนหน้า ก็กำลังจะเปิดตัว สินเชื่อแบบ P2P Lending ที่เป็นรูปแบบการกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลกับบุคคล นอกเหนือจากการมีสินเชื่อส่วนบุคคลจมันนี่ ที่หลายๆคนรู้จักกันดี

และล่าสุดไปกว่านั้นทาง Citibank ที่ไม่ค่อยได้เห็นโปรโมชั่นลดดอกเบี้ย และทาง ซิตี้ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากเดิมเป็น 7.99% ในครึ่งหลังของการผ่อนชำระ เพื่อให้ผู้มีภาระหนี้เยอะ ได้ผ่อนได้เบาลง และ จ่ายดอกเบี้ยน้อยลง

ธนาคารกสิกรไทย ที่เคยมีการเปิดให้กู้ยืมเงินผ่าน LINE ไปแล้ว รอบนี้ มีการเข้ากับ Partner เจ้าใหม่ โดยจะมีการเปิดให้กู้เงินผ่าน Grab Application ได้อีกด้วย


5 ข้อน่ารู้ – P2P Lending มันจะทำให้เศรษฐกิจโตได้ยังไงนะ?

แจกคะแนน 2,500 คะแนน

รับคะแนนสะสม Citi Rewards 5 เท่า เมื่อสมัครบัตร Citi Rewards Card เมื่อช้อปที่ LAZADA หรือ SHOPEE และรับคะแนนสะสมเพิ่ม 7 เท่าในเดือนเกิด แจกคะแนน 2,500 คะแนน เมื่อใช้บัตรครบ 5,000 บาท ขึ้นไป ภายใน 30 วันหลังจากบัตรได้รับการอนุมัติ 

More Less