Home Investment Finance ผ่อนรถ 1 หรือ 2 ปี รีไฟแนนซ์ได้ไหม ต้องทำอย่างไรบ้าง?

ผ่อนรถ 1 หรือ 2 ปี รีไฟแนนซ์ได้ไหม ต้องทำอย่างไรบ้าง?

1 ไม่ควรรีไฟแนนซ์รถผ่อนน้อยกว่า 12 เดือน

การรีไฟแนนซ์ทรัพย์สิน ควรทำเมื่อมีการผ่อนมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี ขึ้นไป แต่บริษัทไฟแนนซ์ส่วนใหญ่แนะนำให้รีไฟแนนซ์เมื่อรถยนต์ผ่อนมาแล้วมากกว่า 50% ของวงเงินทั้งหมด

การรีไฟแนนซ์รถยนต์ในประเทศไทยนั้น เพิ่งมีให้บริการในช่วงหลัง ๆ มานี้เอง ไม่ได้มีมาตั้งแต่แรก เพราะสินเชื่อประเภทนี้เพิ่งออกแบบมาปิดค่างวดกับไฟแนนซ์เก่า เพื่อให้ลูกค้าได้ผ่อนต่อกับไฟแนนซ์ใหม่ ทำได้ทั้งให้ดอกเบี้ยการผ่อนน้อยลง และเป็นการขยายเวลาผ่อนออกไปในอัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น แต่ก็มีผู้ใช้บริการหลายท่านที่จำเป็นต้องเลือกใช้บริการรีไฟแนนซ์รถยนต์เนื่องจากไม่ต้องการเสียประวัติเครดิตบูโร

ผ่อนรถมา 1 ปี ควร รีไฟแนนซ์กับเจ้าไหนดี? มีคำตอบ >>

2 จุดประสงค์การรีไฟแนนซ์

การรีไฟแนนซ์รถยนต์ มีเหตุผลอยู่ไม่กี่ประการ ซึ่งหากผู้ที่วางแผนการเงินมาเป็นอย่างดี ก็มักจะเป็นในเรื่องของการผ่อนรถให้หมดเร็ว หรือ เป็นการทำ Asset Management เช่นการลงทุน โดยการนำทรัพย์สินมารีไฟแนนซ์ เช่นรถยนต์

มีเหตุผลมากมายในการรีไฟแนนซ์รถยนต์ ซึ่งแต่ละเหตุผล ทำให้จุดประสงค์ในการทำเรื่องทั้งสิ้น

  • เพื่อทำให้การจ่ายค่างวดต่อเดือนน้อยลง – เป็นเหตุผลที่สมควรมากที่สุด เมื่อธนาคารปรับดอกเบี้ยลง การรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ค่างวดต่ำกว่าเดิม เป็นการทำที่ฉลาด เพราะทำให้มีอัตราการผ่อนน้อยกว่าเดิม ในระยะเวลาที่เท่าๆกันเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับครอบครัว
  • เพื่อเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย – ดอกเบี้ยมีสองประเภทด้วยกันคือ Effective Rate และ Flat Rate หรือ แบบลดต้นลดดอก และ แบบคงที่ ซึ่งการเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยจะเหมาะสมกับทุกคน หรือไม่ขึ้นอยู่กับการวางแผนการเงิน ยกตัวอย่างเช่นผู้ที่คาดว่าจะได้โบนัสปลายปี และมีแผน ที่จะทำการโปะ หนี้รถยนต์ ก็สามารถเลือกแบบ ลดต้นลดดอกได้ เพราะสามารถโปะได้ และเมื่อโปะแล้ว จะทำให้ดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นลดลง
  • เพื่อทำให้ผ่อนหมดเร็วขึ้น – หากทำการรีไฟแนนซ์รถ เพื่อทำให้รถผ่อนหมดเร็วขึ้น มักจะเกี่ยวเนื่องกับ ค่างวดที่สูงขึ้นกว่าเดิม หรือ การร่นระยะเวลาในการผ่อน นั่นเอง
  • เพื่อนำเงินออกมาใช้จ่าย หรือ ลงทุน – การรีไฟแนนซ์รถยนต์ ทั้งที่ผ่อนหมดแล้ว และยังไม่หมด มีอีกเหตุผลหนึ่งคือการ ดึงเงินที่ผ่อนไปแล้ว มาใช้เป็นก้อน จุดหนึ่งอาจนำมาเพื่อใช้หนี้ (รีไฟแนนซ์รถ เพื่อการรวมหนี้) หรือ เพื่อนำเงินก้อนออกมาลงทุน

3 ควรรีไฟแนนซ์รถยนต์ตอนผ่อนมาแล้วกี่เดือน

เมื่อผ่อนรถยนต์มาแล้วระยะเวลาหนึ่ง ควรเช็คกับทางบริษัทไฟแนนซ์ ว่าสามารถทำได้หรือไม่?

การผ่อนใหม่ ด้วยการยืดระยะเวลาออกไปกับวิธีรีไฟแนนซ์นั้น ส่วนใหญ่จะผ่านได้รับอนุมัติกันตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป เพราะจะมีระยะเวลาครองรถที่บริษัทรับรีไฟแนนซ์ต่าง ๆ อยู่ที่ 30, 60 และ 90 วัน โดยมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน แต่หากเป็นรถใหม่มือหนึ่งที่มีความจำเป็นต้องรีไฟแนนซ์ (สำหรับรถที่เลือกผ่อน 60 – 72 เดือน)  ในช่วงเดือนที่ 1 – 24 เดือนแรก จะไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ เพราะยังเป็นการผ่อนดอกเบี้ยคืนแก่ธนาคาร (เนื่องจากการคิดอัตราดอกเบี้ยกับการผ่อนช่วงแรกจะมาหนักในตอน 24 เดือนแรก) และหากผ่อนหลังเดือนที่ 36 เป็นต้นไป ถึงจะเป็นการผ่อนเงินต้นที่แท้จริง

ดังนั้นหากต้องการผ่อนแบบคุ้มทุนหน่อย ไม่เสียประโยชน์ ก็ควรเลือกผ่อนเดือนที่ 36 ขึ้นไป หรือเป็นระยะเวลาที่ผ่อนค่างวดมาแล้วครึ่งหนึ่งของระยะเวลาทั้งหมด

รีไฟแนนซ์ก่อนครบสัญญา อาจมีค่าปรับ 

ค่าปรับจากการรีไฟแนนซ์ (ปิดบัญชี) ก่อนกำหนด ยังคงมีอยู่ในบางสถาบันการเงิน ควรอ่านรายละเอียดให้ดี หรือ การติดต่อสอบถามกับทางสถาบันนั้นๆ ก่อนการรีไฟแนนซ์ เพื่อปิดบัญชี

หากไม่ได้มีการตกลง หรือมีการอ่านสัญญาก่อนการยื่นไฟแนนซ์ ไม่ว่าจะมีการผ่อนมาแล้ว 1 ปี หรือ นานกว่านั้นก็ตาม การนำรถเข้ารีไฟแนนซ์อีกครั้ง ก่อนกำหนด ตามสัญญา อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเช่นค่าปรับได้ แม้ว่า ค่าปรับเหล่านี้จะไม่ได้มีทุกๆสถาบันการเงินเหมือนในอดีต แต่บางเจ้ายังคงมีการคิดค่าปรับอยู่ ยกตัวอย่างค่าปรับเช่น การนำเงินก้อนมาปิดบัญชีไฟแนนซ์ นั่นเอง

4 Update สำหรับการรีไฟแนนซ์รถยนต์ในปี 2020

โดยมากแล้ว การรีไฟแนนซ์รถยนต์ นั้นมักจะทำได้เมื่อ มีการผ่อนมาแล้วอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง หรือ 50% ของ ก้อนหนี้ทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น มีการผ่อนกับไฟแนนซ์เดิม 60 งวด ควรจะผ่อนมาแล้ว อย่างน้อย 30 งวด ขึ้นไป ทางบริษัทไฟแนนซ์เจ้าใหม่ถึงจะมีการรับรีไฟแนนซ์ เหตุผลหลักๆ ก็คือ การรีไฟแนนซ์ ในมูลค่าเงินน้อย (เช่นยอดจัดไฟแนนซ์ครั้งแรก 300,000 บาท หากผ่อนมาไม่ถึงครึ่ง อาจสามารถดึงเงินออกมาใช้ได้ไม่เกิน 100,000 บาท และยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นค่าโอน ค่าประเมินราคารถยนต์ ฯลฯ)

ดังนั้นการผ่อนมาแล้ว 1 ปี หากเป็น ไฟแนนซ์ที่ถูกจัดมาเพียงแค่ 2 ปี ก็อาจทำได้ หรือ หากผ่อนมาแล้ว 2 ปี มีระยะเวลาผ่อน 4 ปี ก็ทำได้เช่นเดียวกันเพราะเกิน ครึ่งหนึ่งของการผ่อนมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ข้อมูลจากบริษัทไฟแนนซ์ ที่ทางทีมงานได้รับแจ้งมา

ทีมงานโปรโมชั่น ได้มีโอกาสเข้าพบเพื่อสอบถามหาความรู้เกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์รถยนต์ จากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่ง เราได้มีคำถามเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์รถยนต์ เมื่อผ่อนมาแล้ว 1 ปี เต็ม และ 2 ปี เต็ม ทางสถาบันการเงินแนะนำว่า “การรีไฟแนนซ์ รถยนต์ ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องผ่อนมาแล้วเป็นเวลาเท่าใด แต่สำคัญที่ว่า มูลค่าการผ่อนมาแล้วเท่าใดต่างหาก” 

ยกตัวอย่างในกรณีของผู้ที่ผ่อนมาแล้ว 1 ปี แต่สามารถ รีไฟแนนซ์ได้ก็คือ ผู้ที่จ่ายเงินดาวน์เยอะ ซึ่งเงินดาวน์ รวมกับผ่อนมาแล้ว 1 ปี มีมูลค่าเกิน 50%-70% ของที่เป็นหนี้อยู่ ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์มูลค่า 1,000,000 บาท ผู้ที่มีเงินดาวน์เยอะ ก็จะดาวน์ไปที่ 400,000 บาท และผ่อนไป 1 ปี อยู่ที่ประมาณ 300,000 บาท ดังนั้น มูลค่าที่ยังติดกับไฟแนนซ์อยู่จริงๆ จะอยู่ที่ 300,000 บาท โดยที่ผ่อนมาแล้ว + ดาวน์ มาเกิน 70% ในลักษณะนี้ สามารถนำมารีไฟแนนซ์ได้

 

ธนาคารไทยพาณิชย์ รับปรึกษาเกี่ยวกับ รีไฟแนนซ์รถผ่อนมาไม่นาน

Update สิงหาคม 2562: SCB My Car My Cash รับปรึกษา ปัญหาเกี่ยวกับ การผ่อนรถยนต์มาแล้ว 1 ปี สามารถติดต่อธนาคาร โดยการ แสดงความสนใจได้ที่นี่ >> https://car.scb/requests/

Update กันยายน 2562: Daingern.com เปิดรีไฟแนนซ์รถยนต์ แบบไม่เช็คเครดิตบูโร ดอกเบี้ย 0.69% ต่อเดือน ยาวสุด 48 เดือน สนใจสมัครได้ที่นี่ https://www.daingern.com/check

ผ่อนไม่ไหว โดนยึดรถเสียประวัติค้างชำระหนี้ขึ้นในเครดิตบูโรไหม?

แน่นอนว่าหากเริ่มรู้ตัวว่าผ่อนรถไม่ไหว จอดทิ้งไว้เฉย ๆ ไม่ไปจ่ายค่างวด จะต้องถูกยึดรถเข้าสักวัน และเสียประวัติชำระหนี้ด้วย สิ่งแรกที่ต้องทำคือไปเจรจาขอประนีประนอมหนี้กับไฟแนนซ์เดิมก่อน แจ้งความจำเป็นว่าผ่อนต่อไม่ไหวแล้ว สิ่งที่ไฟแนนซ์จะทำคือ ขยายเวลาออกไป และจัดการค่างวดใหม่ ให้กับคุณ (ซึ่งคุณก็ควรพกเอกสาร สลิปเงินเดือน สำเนาเดินบัญชี ติดไปด้วย) ยกตัวอย่างเช่น จากเดิมเคยมีสัญญาผ่อนอยู่ที่ 60 งวด หลังจากเจรจาแล้วอาจจะได้สัญญาใหม่ที่ขยายไป 84 งวด โดยที่คุณไม่ต้องไปทำเรื่องรีไฟแนนซ์กับที่ใหม่ แต่หากทางไฟแนนซ์เดิมไม่มีนโยบายขยายเวลาแล้วค่อยคิดหาค่ายรีไฟแนนซ์ไปที่อื่นแทน

ถ้ายังผ่อนไม่หมดคืนไม่ได้ เพราะยังไม่ผิดสัญญาเช่าซื้อ ดังนั้นทางไฟแนนซ์จึงต้องรอระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาก่อนจึงจะมายึดรถ

เปลี่ยนสัญญา ขายให้คนอื่นต่อ จะไม่เสียประวัติการชำระหนี้

ถ้ายังผ่อนไม่หมด มีอีกวิธีหนึ่งที่จะรักษาประวัติชำระหนี้ของคุณ ก็คือการขายรถต่อให้คนอื่น เพื่อเปลี่ยนสัญญา ให้ผู้ซื้อรถคันใหม่มาชำระค่างวดต่อไป และเล่มทะเบียนก็จะเป็นของเจ้าของรถคันใหม่ โดยใช้วิธีขายรถให้กับญาติ หรือลงประกาศขายตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งระหว่างนี้ที่ยังรอผู้ซื้อคนใหม่ คุณเองต้องจ่ายค่างวดต่อไปให้ครบ พอได้เปลี่ยนสัญญาก็จะส่งต่อภาระการผ่อนให้กับคนอื่น ซึ่งเขาอาจจะมีความสามารถในการจ่ายค่างวดให้กับไฟแนนซ์ต่อไป

สรุปแล้ว ระยะเวลาผ่อนระ 12 เดือนแรก ทางเจ้าของรถแทบจะยังไม่ได้จ่ายเงินต้นเลย มีแต่ค่าธรรมเนียม ค่าโอน VAT7% ที่ล้วนแล้วแต่ไม่คุ้มหากจะรีไฟแนนซ์รถยนต์ ดังนั้นหากจะรีไฟแนนซ์รถยนต์เพื่อลดอัตราดอกเบี้ย ควรทำในช่วงที่ผ่อนมาแล้วครึ่งหนึ่ง หรือให้ชัวร์ก็คือ เลยมา 36 งวดก่อนแล้วค่อยทำเรื่องรีไฟแนนซ์

สุดท้ายนี้การรีไฟแนนซ์รถยนต์อาจทำให้ภาพรวมของราคารถยนต์ที่เราจ่ายไปสูงกว่าราคาตั้งต้น ทางเจ้าของรถยนต์ก็ควรศึกษาวิธีการและคำนวณอัตราดอกเบี้ยให้ดี ๆ ทำการบ้านสักนิดจะได้ไม่จ่ายเพิ่มจากความเป็นจริง

 

ค้นหาสินเชื่อรถยนต์ที่นี่

Exit mobile version