ads

เห็นเวลาเค้าจะประมูลรถยนต์กัน หรือจะหาราคาตลาดรถยนต์กัน จะได้ยินคนพูดกันประจำว่า ให้ไปเปิด บลูบุ๊คดูสิ หลายคนที่ยังคงสงสัย ทำไมอยู่ดีๆ ให้ไปหาหนังสือสีน้ำเงินมาเปิดดู วันนี้ เรามีคำตอบ แต่ก่อนอื่น เราไปเข้าใจประวัติความเป็นมาของ Blue Book กัน ก่อน

Blue Book คำนี้ ถูกใช้ในหลายวงการ

ภาพจาก amazon.com

รู้หรือไม่? คำๆนี้ ถูกใช้มาตั้งแต่ปี 1633 หรือประมาณ เกือบๆ 400 ปี ก่อน โดย คำว่าบลูบุ๊ค มันคือหนังสือที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับสภา ทางการเมืองของประเทศอังกฤษ ซึ่งจริงๆแล้วมีความคล้ายคลึงกันกับ Green Paper หรือ กระดาษสีเขียวของ ฮ่องกง และ อเมริกา

Blue Book มันก็คือหนังสือ ที่โดยมากจะมีสีน้ำเงิน ซึ่งเป็น ฐานข้อมูลที่เก็บเอาข้อมูลสำคัญๆ ในรูปแบบ ปฎิทินบันทึกเหตุการณ์ (almanac) ที่เก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน สำหรับให้ผู้ที่ต้องการหาข้อมูลมาอ้างอิงจากหนังสือ หรือ ฐานข้อมูลนี้ นั่นเอง ซึ่งคำว่า Blue Book ไม่ได้ถูกใช้ในเรื่องของการเก็บฐานข้อมูล เกี่ยวกับรถยนต์ หรือ ราคารถยนต์ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ถูกใช้ใน สถานการณ์อื่นๆ เช่น

  • ในเรื่องของการศึกษา – รายละเอียดคอร์สการเรียนของ มหาวิทยาลัย Yale เรียกว่า Blue Book
  • การก่อสร้าง – Blue Book of Building Construction ก็เป็นคล้ายๆกับสมุดหน้าเหลือง สำหรับเปิดหาผู้ประกอบการเกี่ยวกับการก่อสร้าง
  • การบิน – คำว่า Blue Book จะหมายถึงฐานข้อมูลเกี่ยวกับราคาของเครื่องบิน และ เครื่องร่อน มือสอง
  • และ เกี่ยวกับยานพาหนะทางบก – Blue Book ก็จะหมายถึง ฐานข้อมูลเกี่ยวกับราคาตลาด ราคากลางของรถยนต์

ดังนั้น เราสามารถสรุปได้ว่า จริงๆแล้ว หลายๆธุรกิจ และสาขา เค้ามีการเก็บข้อมูล เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ราคา สภาพ เทคนิค และ รายละเอียดต่างๆ แต่ มันอาจมีความบังเอิญ ที่ใช้คำว่า “Blue Book” ซ้ำๆกัน ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน จนหลายๆคน จะเรียกฐานข้อมูลอ้างอิงในเรื่องต่างๆ กันจนติดปากว่า บลูบุ๊ค นั่นเอง

1 ทำความเข้าใจ ธนชาต บลูบุ๊ค (Thanachart Bluebook) และความน่าเชื่อถือ

หากมีใครพูดว่า ธนชาต บลูบุ๊ค หลังจากอ่านทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำๆนี้ด้านบนแล้ว ก็จะรู้ได้ทันทีว่า คนที่กำลังเปิด blue book นั้น กำลังหาราคากลางรถยนต์ หรือ ราคาตลาดของรถยนต์แต่ละค่าย และแต่ละรุ่นย่อย นั่นเอง คำถามก็คือ ทำไมมีแต่คนหา Blue Book ของ ธนชาต และไม่ใช่ธนาคารอื่นๆ ทั้งๆที่มีบริษัทไฟแนนซ์รถยนต์ อีกหลากหลายแห่ง และนี่อาจคือคำตอบ

เนื่องจากธนาคารธนชาต เค้าเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2523 โดยใช้ชื่อว่า บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนชาติ จำกัด และต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็น ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ในปี 2545 (ข้อมูล Wikipedia.org) ซึ่งมีการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเงินฝาก รถยนต์ สินเชื่อรถยนต์ การประมูลรถยนต์ และประกันรถยนต์ ซึ่งในหลายธุรกิจมีความเกี่ยวข้องกันกับรถยนต์ และอาจทำให้ทางธนาคารนี้ มีสถิติเกี่ยวกับราคารถยนต์ และข้อมูลอื่นๆ ทำให้ดูน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก ซึ่งต่อมา มีการเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก โดยการจัดอันดับของ ทริสเรทติ้ง ในอันดับ A+ ถึง AA- อีกด้วย

ไม่รู้ราคารถอะไร ก็มาหาที่ ธนชาต บลูบุ๊ค 

อันที่จริงแล้ว มีหลากหลายเว็บไซต์ ที่สามารถเช็คราคากลางรถยนต์ได้ แต่ราคากลางรถยนต์ส่วนใหญ่นั้น จะมาจากเว็บขายรถยนต์ ซึ่งทำให้ไม่รู้ราคาที่แท้จริง ของรถยนต์ปีนั้นๆ ยี่ห้อนั้นๆ (เนื่องจากตัวกลางจะมีการบวกราคา) แต่สำหรับธนชาต บลูบุ๊ค นั้น จะมีราคาที่กลางจริงๆ คือเป็นราคาเริ่มต้นที่มาจากการถอยค่าเสื่อมของรถยนต์ หรือ ราคาที่ไม่ได้มีการบวก ทำให้ผู้ซื้อรถรู้ได้เลยว่า หากไปซื้อรถยนต์มือสองในรุ่นนั้นๆ ราคานั้นๆ ก็จะรู้ได้เลยว่า ราคาที่ได้มาแพงไป หรือ ถูกกว่าราคากลางนั่นเอง

2วิธีใช้ ธนชาต บลูบุ๊ค เช็คราคารถยนต์

สำหรับการเช็คราคานั้น สามารถเช็คได้แค่ รถกระบะ รถเก๋ง รถตู้ เท่านั้น จะยังไม่มีราคากลางของ มอเตอร์ไซค์ และสามารถเช็คยี่ห้อรถยนต์ ที่ยังจำกัดอยู่แค่ Audi, Chevrolet, Ford, Honda, Hyundai, Isuzu, KIA, Land Rover, Mazda, BENZ, MG, Mini, Mitsubishi, Nissan, Peugeot, proton, Subaru, Suzuki, Toyota, Volkswagen, และ Volvo เท่านั้น 

สามารถเข้าไปลองกันได้ที่ https://www.thanachartbluebook.com/search.asp

ขั้นตอนแรก เลือกประเภทรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น และ รุ่นย่อย รวมถึง เกียร์ และ ปี รถยนต์ โดยที่สามารถใส่ได้ตามนี้

เมื่อเลือกเสร็จแล้ว ก็กดค้นหา ราคา ปุ่มสีส้ม ด้านล่างขวาได้เลยทันที และ จะได้ผลลัพธ์ตามด้านล่าง

หลังจากนั้นเราก็จะเห็นรายการราคารถยนต์ ที่เลือกเอาไว้ ตามด้านล่าง

 

สำหรับการค้นหานี้ อาจบอกได้ว่า ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 2 นาที ในการเช็คราคากลาง Blue Book ของ ธนชาต ซึ่งเป็นอะไรที่รวดเร็วและน่าเชื่อถือมากๆ

3 เหตุผลส่วนใหญ่ ที่ คนมาเช็ค Blue Book ราคารถยนต์

การเช็คราคากลางรถยนต์ออนไลน์ คงมีไม่กี่ข้อ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เกี่ยวข้องกับการ จะซื้อจะขายกันทั้งนั้น และนี่คือ การรวมเหตุผลของการเช็คราคา Blue Book

เต๊นท์รถ ประเมินราคา ซื้อเข้า

ธุรกิจเต๊นท์รถยนต์ การซื้อรถยนต์เข้า ก็ควรต้องมีราคาที่ต่ำ เพื่อที่จะให้บวกได้กำไร ดังนั้น การเช็คราคา บลูบุ๊ค ก่อนการซื้อเข้าก็เป็นเรื่องที่จะทำให้ตัวเองรู้ว่า จะบวกได้กำไรเท่าไหร่บ้าง?

ประเมินราคา การประมูลรถยนต์

เนื่องจากราคาประมูลรถยนต์ จะเริ่มจากราคาต่ำๆ ดังนั้น การรู้ราคากลางรถยนต์ รุ่นที่จะไปประมูล จะทำให้รู้ว่า สามารถสู้ราคาได้เท่าไหร่ และคุ้มมั้ยสำหรับการประมูล

ประเมินราคา การจัดไฟแนนซ์ หรือ รีไฟแนนซ์รถยนต์

การจัดไฟแนนซ์รถยนต์ และแม้แต่การ รีไฟแนนซ์รถยนต์ เจ้าของรถ จะต้องรู้มูลค่ารถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ รีไฟแนนซ์ เพื่อที่จะนำเงินออกมาใช้ เพราะทางสถาบันการเงินจะอ้างอิง วงเงินตามราคากลางของรถยนต์ ใน Blue Book นั่นเอง และนี่คือ ที่อื่นๆ ที่เค้าประเมินราคารถยนต์ กัน นอกเหนือจาก ธนชาต

  1. SCB My Car My Cash – ประเมินราคาได้ที่หน้านี้ >> https://car.scb/
  2. Tisco ราคากลางรถ – https://www.tiscoautocash.com/calculate.jsp

ซื้อ หรือ ขาย รถมือสอง อยากรู้ว่า ราคาแพงไป หรือถูกไป หรือเปล่า?

สำหรับคนปกติที่อยากรู้ราคารถยนต์ ที่เต๊นท์ เมื่อลองใช้ Blue Book ดู ก็จะรู้ว่า ราคาที่ซื้อนั้น แพงไปหรือเปล่า? หรือเป็นราคาที่กำลังดี


สำหรับการใช้ บลูบุ๊ค นั้น เป็นอะไรที่สะดวกกว่าสมัยก่อนมาก เพราะสามารถรู้ราคา ณ เดี๋ยวนั้นเลย และ ข้อมูลก็มีการอัพเดทตลอดเวลา (สมัยก่อนต้องซื้อหนังสือ blue book มาเปิดเป็นเล่มๆ) การซื้อรถยนต์ ประมูล หรือ การจัดไฟแนนซ์ โดยที่ไม่รู้ราคากลาง อาจมีความผิดพลาด และอาจได้ราคาที่ไม่ถูกใจ หากมารู้ในภายหลังได้ ดังนั้นการเช็คบลูบุ๊คเป็นเรื่องจำเป็นมาก หากจะซื้อจะขายรถในปัจจุบัน

อื่นๆที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเช็คราคา หรือ รีไฟแนนซ์รถยนต์

บริษัทที่รับรีไฟแนนซ์รถยนต์ ในประเทศไทย ปัจจุบันปี 2019