ช็อปช่วยชาติ 11 พ.ย.- 3 ธ.ค. 60
ads

ช็อปช่วยชาติไม่ได้ลดหย่อนภาษี 15,000 บาท แต่หมายถึงต้องซื้อของให้ครบ 15,000 บาท

อย่างที่ทราบกันว่า ช็อปช่วยชาติ นี้ในใช้งบไม่เกิน 15,000 บาท และลดหย่อนภาษีได้ตาม Step การเสียภาษีเท่านั้น ถ้าพนักงานเงินเดือนน้อย ไม่เกิน 20,000 บาท ก็เสียภาษีเบาๆ  เรียกคืนได้ไม่เกิน 750 บาทเท่านั้น แต่จะให้ไปซื้อทีวี สเตอริโอ 20,000 บาท เพื่อใช้ลดหน่อย 750 บาท เองก็ดูจะไม่คุ้มเท่าไหร่ ที่นี้เรามาดูกันว่า เพื่อนๆ ที่เคยใช้โปรแกรม “ช็อปช่วยชาติ” ไปกับปีก่อนๆ เขาใช้ซื้ออะไรกันบ้าง? มาดูกันค่ะ

จากกระทู้
pantip.com/topic/34615211

1 ของที่จำเป็น ของที่ได้ใช้แน่ๆ

ในความรู้สึกของเพื่อนๆ ที่เงินเดือนไม่มากไม่มาย รู้สึกว่า เหมือนได้ซื้อของที่ให้ส่วนลด 5% เท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นของที่ซื้อกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ยาสีฟัน สบู่ ยาสระผม (ซื้อแล้วดวันหมดอายุดีๆ นะคะ ใครจะไปซื้อยาสีฟัน  ถึงหมื่น!! บร๊ะ!) ทีนี้หากอยากได้ส่วนลด แต่ว่าไม่ได้ซื้อของอะไรแน่นอน  ก็ใช้สิทธิ์จากคนในบ้าน อย่างญาติๆ แทน เช่น ให้เขาจ่ายแล้วเอาชื่อเราไปออกใบเสร็จ.. หัวหมอไหมล่ะ!

2เปลี่ยนยาง หรือ อื่นๆ เกี่ยวกับรถยนต์

ข้อนี้เตรียมพร้อมเที่ยวปีใหม่ไปด้วยในตัว เมื่อต้องเอารถไปเช็ค ซึ่งค่าใช้จ่ายเกียวกับรถยนต์ส่วนใหญ๋ก็แพงหลักหมื่นขึ้นอยู่แล้ว แต่หากจะใช้เป็นส่วนลดหย่อนภาษีกับ ช็อปช่วยชาติ ต้องคิดดีๆ หน่อย  เงื่อนไขบางอย่าง อย่างเช่น การเติมน้ำมันรถ นี้ไม่เข้าร่วม  หรือหากคุณจะเปลี่ยนแบตเตอร์รี่รถยนต์ หรือ เปลี่ยนยางรถยนต์ จะต้องทำกับร้านที่ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้เท่านัน บิลเงินสดเปลี่ยนไม่ได้นะ

3อุปกรณ์กีฬา

เนื่องจากเป็นสินค้าราคาสูง ที่บางท่านต้องซื้ออยู่แล้ว แม้ในสายตาบางคนจะมองว่าเป็นสินค้าไม่จำเป็น  แต่ก็มีคนได้ใช้สิทธิ์ซื้อจริงๆ โดยหากอยากซื้อหลายคู่ ก็ต้องใช้สิทธิ์ของคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว น้องชาย กันไป และมีข้อกำหนดว่า ซื้อหลายคู่ลดเพิ่มกี่ % อีก  ถือว่าคุ้มสำหรับคนที่ไม่ค่อยซื้ออะไรอยู่แล้ว (แต่อย่าลืมว่ารองเท้ากีฬา ให้เลือกปีที่ไม่นานมาก ยางมันจะเสื่อม)

4คอมพิวเตอร์

ไหนๆ ก็ต้องซื้อของที่ราคาถึง 15,000 บาท อยู่แล้ว คนที่ต้องการเปลี่ยนคอมฯ ช่วงนี้ถือเป็ฯโอกาสอันดี ไม่ว่าจะโน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต มันให้ความรู้สึกว่าเราได้ลด 5% เชียวนะ ยิ่งคนที่มีรายาได้ 4 ล้านกว่าบาทต่อปี ถ้าจะซื้อ ลดไป 5 พันกว่าบาท  อย่างนี้คือคุ้ม

5เครื่องทำน้ำอุ่น

เหตุผลข้อนี้ไม่มีอะไรมาก เพราะว่าโปรฯ มาตอนหน้าหนาวพอดี จะซื้ออะไรดี? ก็ต้องเป็นเครื่องทำน้ำอุ่นสิ จะซื้อแอร์ก็นะ ลดเท่ากัน

ขอบคุณข้อมูลจากคุณ dji_2000

ของที่ซื้อไม่ได้

  • สินค้า หรือ บริการ ที่ออกได้เฉพาะบิลเงินสด
  • เนื้อหมู เนื้อไก่ *
  • ผัก *
  • เติมน้ำมัน
  • เติมก๊าซรถยนต์
  • ทัวร์
  • ตั๋วเครื่องบิน (ทั้งในและต่างประเทศ)
  • สุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • บุหรี่ ยาสูบ
  • ประกันรถยนต์
  • ประกันชีวิต (เพราะว่ามีข้อเงื่อนไขที่ให้ลดจากประกันชีวิตอยู่แล้ว)
  • จ่ายค่าน้ำค่าไฟ
  • ค่าโทรศัพท์
  • ค่าอินเตอร์เน็ต
  • ค่าบัตรเครดิต
  • ทำหน้าศัลยกรรม
  • แก้จมูก
  • ค่ารักษาพยาบาล
  • ซื้อทอง (ลดได้เฉพาะค่ากำเหน็จ)
  • จองที่พัก – โรงแรม
  • จองนิตยสาร
  • ซื้อหนังสือเรียน
  • Gift Voucher ใช้แทนเงินสดไม่ได้ จะกลายเป็นการฟอกเงิน!

*  เนื่องจากเป็นสินค้าการเกษตร

ของแปลกๆ ที่ดันใช้ลดหย่อนภาษีได้ วุ้ย!

  • ใช้บริการอาบอบนวด
  • ซื้อเฟอร์นิเจอร์
  • ของแต่งรถ *
  • ค่าซ่อมรถ *
  • นวดสปา *
  • Voucher (สำหรับใช้บริการได้ แต่ใช้แทนเงินสดไม่ได้)
  • เครื่องสำอาง
  • กระเช้าของขวัญ
  • สินค้าใน Duty Free
  • ร้านอาหาร KFC , Pizza และของใน 7-11 ที่ออกใบกำกับภาษีได้

(*แต่ต้องไปร้านที่ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้ อย่างพวก B Quick กับ Health land เป็นต้น)

ความคุ้มค่า คือ ใช้สิทธิ์ของคนอื่น

วิธีการใช้สิทธิ์ให้คุ้มและหัวหมอที่สุด คือดูว่าคนในบ้าน (ย้ำว่าต้องเป็นคนกันเองจะดีกว่า) ใครฐานภาษีเยอะสุด และเขาจะซื้อของหรือไม่? หากไม่ซื้อ เราก็ขอเอาส่วนลดของเขานั่นแหละมาซื้อให้ แล้วจ่ายเป็นเงินสดคืน เท่ากับว่าคุณจะไม่ต้องจ่ายถึีง 15,000 บาท   แต่ต้องเป็นในกรณีที่เขาไม่ได้จะซื้อของของเขาอยู่แล้วนะ ไม่อย่างนั้นทะเลาะกันแน่

นอกจากนี้ยังมีความคิดเห็นแบบสุดโต่ง กับของที่ได้ใช้บ่อยสำหรับบุคคล อย่าง ถุงยางอนามัย หรือ โกลด์ฟุตบอล ไปจนถึง มาม่า 2,000 ห่อ ให้ครบสิทธิ์ แต่ก็ต้องระวังติดกับดักโฆษณา  เพราะเขาไม่ได้ให้คุณลดได้ถึง 15,000 บาท สักหน่อย หากอยากรู้ว่า ฐานภาษีของคุณ ลดหย่อนได้เท่าไหร่? คลิกอ่านได้ที่ลิงค์นะคะ