เมื่อการยืมเงินเค้ามาใช้ และไม่จ่ายคืนให้ครบ การจ่ายเงินค่าปรับให้เจ้าของเงินย่อมเป็นสิ่งที่ดูมีถูกต้องอยู่แล้ว และไม่ว่าจะเป็นค่าปรับบัตรเครดิต หรือ ค่าปรับเงินสินเชื่อส่วนบุคคลที่จ่ายคืนแต่ละเดือนไม่ครบ ถือว่าเป็นการที่ทำไม่ตรงตามข้อตกลง ที่เคยสมัครผลิตภัณฑ์นั้นๆไว้ตั้งแต่ต้น ในแต่ละเดือนทางธนาคารและสถาบันการเงินจะมีการส่งใบเรียกเก็บเงินค่าหนี้สินที่เราได้ใช้ไปในแต่ละเดือน เป็นหน้าที่ของผู้กู้ยืมที่จะต้องเช็ครายละเอียดให้ครบ หากมีข้อบกพร่องตรงไหน ต้องรีบแจ้ง และอย่าให้เป็นหนี้ค้าง เพราะ การที่มีหนี้ค้าง นอกจากจะโดนค่าปรับแล้ว ยังโดนดอกเบี้ยบัตรเครดิตเพิ่มเติมอีกด้วย

ค่าปรับบัตรเครดิต มาพร้อมกับดอกเบี้ยเพิ่มเติมเสมอ

การคิดค่าปรับบัตรเครดิต นั้นจะมีวิธีการคำนวณง่ายๆ ดังนี้

ยอดรายการใช้จ่ายที่ยังจ่ายไม่ครบ X อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่อปี X จำนวนวันในงวดนั้นๆ 

หารด้วย

365 วัน

สำหรับคำว่า “จำนวนวันในงวดนั้น” หมายถึงจำนวนวันที่ ทางบริษัทบัตรเครดิต ได้ออกเงินให้เราไปก่อน ยกตัวอย่างเช่น รูดซื้อสินค้าไปในวันที่ 5 มกราคม และในเดือนเดียวกันนั้นวันที่ 25 มกราคม มียอดเรียกเก็บ 20,000 บาท แต่ ชำระขั้นต่ำที่ 2,000 บาท จะเหลือเงินที่ยังไม่ได้จ่ายค่าบัตรอยู่ที่ 18,000 บาท จำนวน 16 วัน จะมีการคิดดังนี้

ณ วันที่ 25 มกราคม จะมีค่าดอกเบี้ยอยู่ที่ 20,000 X 20% X 36 / 365 = 394.52

จ่ายขั้นต่ำที่ 2,000 บาท เมื่อถึงเวลาเรียกเก็บเงิน (สมมติว่า วันที่ 10 กุมภาพันธ์)

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 18,000 X อัตราดอกเบี้ย 20% X 16 / 365 = 157.80 บาท

สองยอดรวมกันเท่ากับ 552.32 + เงินต้นที่ยังไม่ได้จ่ายคืน 18,000 = 18,552.32 

จะเห็นได้ว่า ค่าดอกเบี้ยนั้นค่อนข้างสูง หากจ่ายขั้นต่ำ หรือลืมจ่าย หรือ ไม่สามารถจ่ายได้ แต่ที่น่ากลัวมากๆในปี 2562 นั่นก็คือ ธนาคารในต่างประเทศเริ่มตั้งดอกเบี้ยและค่าปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่จ่ายค่าบัตรช้า ต้องจ่ายค่าปรับรวมค่าดอกเบี้ยมากกว่าเดิมมาก

ธนาคารในต่างประเทศเริ่มตั้งค่าปรับสูงกว่าเดิมในปี 2019

ข่าวจาก New Heaven Register ธนาคารในต่างประเทศ ที่เป็นผู้ออกบัตรเครดิต จะคิดค่าบริการ และค่าปรับเพิ่มอีกประมาณ 3% ซึ่งสาเหตุหลักๆ ก็น่าจะมาจากการผิดนัดชำระหนี้ที่สูงขึ้น ทำให้มีหนี้เสียมากขึ้น สำหรับธนาคารกับลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้หลายคนเริ่มได้รับความรู้เกี่ยวกับ การหยุดจ่ายหนี้บัตรเครดิต เมื่อตัวเองไม่สามารถจ่ายได้ และเมื่อเรื่องถึงศาล โดยมากแล้วก็จะมีการต่อรอง ซึ่งทำให้ธนาคารเจ้าของบัตรเสียผลประโยชน์ ซึ่งการเพิ่ม ค่าปรับสูงกว่าเดิมในปี 2562 นั้น อาจทำให้ เจ้าของบัตรหลายคน ไม่มากก็น้อย ไม่ลืมที่จะจ่ายบัตรเครดิต ให้ตรงเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ ที่สูงขึ้นนั่นเอง

เมื่อรู้ตัวว่าลืมจ่ายค่าบัตรเครดิต ต้องทำอย่างไร?

ข้อแรกเลยอย่าเงียบไป รีบโทรไปแจ้งธนาคารเจ้าของบัตรก่อนเลยว่า เราลืมจ่ายด้วยสาเหตุนั้น สาเหตุนี้ ซึ่งหลายๆธนาคารยินดีที่จะให้บริการอยู่แล้ว และการจ่ายช้าเพียงแค่ 1-2 วัน จากประสบการณ์แล้ว มันสามารถต่อรองได้ ซึ่งทางธนาคารก็จะยินดีที่จะให้ผู้ที่ลืม รีบไปจ่ายภายใน 1-2 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ไม่เคยมีประวัติไม่ดีกับการจ่ายช้า หรือ จ่ายไม่ตรงเวลา ทางธนาคารโดยมากแล้ว ก็จะยืดหยุ่น ให้กับผู้ที่ลืมกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน และหลังจากการแจ้งธนาคารเพื่อให้หลีกเลี่ยงค่าปรับ ค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ยแล้ว ให้รีบไปจ่ายให้เร็วที่สุด เพราะการจ่ายช้าแค่เพียงครั้งเดียว อาจทำให้เสียคะแนนเครดิตไปตลอดเลยก็เป็นได้

เมื่อรู้ตัวว่ามีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ จ่ายไม่ไหวแล้ว จ่ายแต่ขั้นต่ำมาตลอด ควรทำอย่างไร?

ไม่มีปัญหาอะไรที่หาทางออกไม่ได้ สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการไปเจรจาขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารแต่ละธนาคาร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ สามารถหาอ่านได้จาก ชมรมหนี้บัตรเครดิต และ สินเชื่อ ที่มีให้ศึกษากันอยู่ แต่จริงๆแล้ว เมื่อรู้ตัวว่าจ่ายหนี้บัตรเครดิตไม่ไหวแล้ว มีสิ่งที่ต้องทำ 5 อย่างด้วยกันคือ

  1. โทรหาบริษัทเจ้าของบัตรเครดิตทันที
  2. อย่าจ่ายขั้นต่ำในงวดต่อๆไป
  3. หารายได้เสริม เพื่อมาจ่ายหนี้
  4. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในครอบครัว
  5. ตัดสินใจ ใช้บริการสินเชื่อโอนหนี้บัตรเครดิต หรือที่เรียกว่า Refinance บัตรเครดิต 

อ่านต่อ >> 5 สิ่งที่ควรทำ เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มจ่ายหนี้บัตรเครดิตไม่ไหวแล้ว

สินเชื่อโอนหนี้บัตรเครดิตที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

Read More :

  1. สินเชื่อโอนหนี้บัตรซิตี้ ลดดอกเบี้ยแล้ว 3%
  2. มีข้อปรึกษา สินเชื่อซิตี้แบงก์ ต้องโทรไปที่ไหน?
  3. 10 สินเชื่อส่วนบุคคล ไม่ต้องใช้คนค้ำ 2018 จากธนาคาร
  4. วาร์ปเงินสดจากบัญชีโดยไม่ต้องพกไปเมืองนอก
  5. 5 ชื่อเรียกของสินเชื่อซิตี้ ที่มีเงื่อนไขเหมือนกัน