Home Investment Finance จำนำหุ้น เพิ่มสภาพคล่อง – ทางเลือกใหม่ไม่ง้อ สินเชื่อ SME

จำนำหุ้น เพิ่มสภาพคล่อง – ทางเลือกใหม่ไม่ง้อ สินเชื่อ SME

สำหรับในประเทศไทยนั้น แน่นอนว่าเรามีบริษัททั้งเล็กและใหญ่ในขนาด SME อยู่เป็นจำนวนมาก และบริษัทเหล่านี้ก็เร่งหาช่องทางในการขยายกิจการซึ่งสิ่งที่จำเป็นที่สุดในการขยายก็คือเงินทุน ซึ่งหากเป็นบริษัทที่อยู่ในธุรกิจจำพวก Seasonality หรือธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับ Trend และความต้องการของตลาดแบบฉับพลัน ก็จะประสบกับปัญหาขาดแคลนเงินทุน หรือ ขาดสภาพคล่อง และอีกด้านหนึ่งก็คือ บริษัทจำพวก Startup ที่มีแผนการธุรกิจที่ยากหาใครเทียบ แต่สิ่งที่บริษัท Startup ขาดโดยมากแล้วก็คือเงินทุนเช่นเดียวกัน

เมื่อเงินขาดมือ โดยมากแล้ว เจ้าของบริษัท คือกรรมการบริษัทก็จะต้องหันไปพึ่งสภาพคล่องประเภท สินเชื่อบุคคล หรือ การถอนเงินจากบัตรเครดิตกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งในส่วนนั้นอาจได้ไม่คุ้มเสียเพราะสินเชื่อเหล่านี้มีดอกเบี้ยมหาโหด ซึ่งหากรวมค่าปรับ ฯลฯ อาจสูงถึง 28% เลยทีเดียว ซึ่งหากไม่ใช่การกู้เงินจากสถาบัน เจ้าของธุรกิจก็จะหันไปพึ่งญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งใช้สินเชื่อบ้าน ก่อให้เกิดแรงกดดัน ซึ่งอาจมีการทะเลาะกัน ถึงขั้นแตกหักเลยก็ว่าได้

แน่นอนว่าหลายคนเห็นความเสี่ยงเหมือนที่กล่าวมา และหันไปคบกับสินเชื่อ SME ในธนาคารที่บริษัทของตัวเองมี บัญชีเดินอยู่ หรือ ธนาคารที่มีการโฆษณาเกี่ยวกับการปล่อยกู้สินเชื่อ SME ด้วยดอกเบี้ยที่ดึงดูดใจ แต่เมื่อเริ่มต้นลองขอกู้ดู ก็จะพบว่าการขอสินเชื่อ เอสเอ็มอี นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เพราะมีเรื่องเกี่ยวกับเอกสารต่างๆมากมาย การเตรียมหลักฐานในการขอกู้ยืม เช่นรายได้บริษัท ฯลฯ และจุดที่น่ากังวลมากที่สุดก็คือหลักทรัพย์ในการขอกู้ยืม ซึ่งแน่นอนว่าหากไม่มี การกู้ยืมเงินในรูปแบบ SME ก็จะเป็นไปได้ยากเช่นเดียวกัน

แม้ว่าการกู้ยืมสำหรับบริษัทที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ ก็จะเจอจุดที่น่ากลัวที่สุดนั่นก็คือการ “Recourse” หรือหากพูดในเชิงที่ทุกคนเข้าใจได้มันคือการยึดทรัพย์สินที่นำเอามาค้ำประกัน และทางธนาคารจะตามยึดทรัพย์ของผู้กู้ บริษัทที่ขอ SME ไปตลอดกาล หากหลักทรัพย์นั้น ไม่ได้มีมูลค่าทางตลาดเท่ากับที่กู้ยืม รวมดอกเบี้ย และหากบริษัทผิดนัดชำระหนี้ ก็อาจจะถูกศาลสั่งฟ้องล้มละลาย และมีผลในการกู้ยืม การทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคต นี่ยังไม่ได้รวมถึง ค่าปรับ ค่าทนาย และ บริษัทติดตามหนี้สินที่จะตามรังควาญตลอดเวลา

สินเชื่อรูปแบบใหม่ ใช้หุ้นตลาดหลักทรัพย์วาง เพื่อดึงเงินมาหมุน

การใช้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน MAI 500 เพื่อเป็นหลักทรัพย์ในการกู้ยืม เริ่มเป็น Trend ที่กำลังเกิดขึ้นในปี 2018 นี้

มีเพียงกลุ่มคนไม่กี่คนเท่านั้น ที่ยังพอจะรู้ว่ามีวิธีอื่นๆ ในการกู้ยืมเงินนอกเหนือจากสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเค้า SME และนั่นก็คือ Stock Loans หรือการจำนำหุ้นที่ขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และต้องเป็นหุ้นที่อยู่ในตลาดหุ้นเท่านั้น และมันก็เหมือนกันกับการนำบ้านไปขอสินเชื่อนั่นเอง เพียงแต่เปลี่ยนจากบ้านไปเป็นหุ้น เพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยที่ผู้กู้ยืมที่เป็นเจ้าของหุ้น ก็ยังคงเป็นเจ้าของหุ้นอยู่ โดยจะนำหุ้นไปฝากไว้กับบริษัทปล่อยกู้ที่น่าเชื่อถือ และเมื่อจ่ายเงินค่าดอกเบี้ย และเงินต้นครบแล้ว หุ้นก็จะกลับมาอยู่กับเจ้าของดังเดิม

ข้อดีของการใช้หุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการกู้ยืม (Stock Loan) ก็คือ ผู้ยืมจะไม่โดนทวงถามหนี้ (Non-Recourse) นั่นหมายความว่าหากผู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ ผู้ปล่อยกู้ก็จะทำการยึดหุ้นเหล่านั้นเท่านั้น และในต่างประเทศพบว่า จะไม่มีการรายงานให้กับสำนักงานเครดิต หรือแม้กระทั่งหน่วยงานรัฐบาลใดๆ เพราะแหล่งปล่อยเงินกู้เพื่อธุรกิจเหล่านี้ โดยมากแล้วจะเก็บข้อมูลของผู้กู้ไว้เป็นความลับ

ข้อดีของการจำนำหุ้น เพื่อนำเงินออกมาทำธุรกิจ

  • ไม่ถูกทวงถามหนี้ ไม่ถูกยึดทรัพย์อื่นๆ นอกเหนือจากหุ้น
  • การกู้ยืมเป็นความลับ แม้ว่าจะผิดนัดชำระหนี้
  • การอนุมัติเงินกู้ ใช้เวลาเพียงไม่เกิน 2 วัน 
  • การโอนเงินกู้ จะทำได้ในระยะเวลาไม่เกิน 5 วัน
  • ดอกเบี้ยต่ำกว่าการกู้ยืมทุกชนิด
  • ดอกเบี้ยสามารถต่อรองได้ตามยอดเงินกู้
  • สามารถกู้ยืมได้ครั้งละมากกว่า 3 ล้านบาท ถึง 3,000 ล้านบาทขึ้นไป (ในกรณีมีหุ้นเยอะ)

มากไปกว่านั้น การกู้ยืมโดยการใช้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในการกู้ยืม มีความยืดหยุ่นอย่างมาก ซึ่งในอนาคตอาจเป็น Trend สำหรับนักธุรกิจที่ไม่อยากเจอดอกเบี้ยสูง และไม่อยากยื่นเอกสารจำนวนมาก และการกู้ยืมในลักษณะนี้ จะมีเพียงบริษัทเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่มีใบอนุญาติ ซึ่งเค้าก็จะรู้ดีถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และนี่คือขั้นตอนทั่วไปสำหรับผู้ที่จะทำเรื่องของกู้ยืมเงินโดยการใช้หุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

  1. ผู้กู้ยืมส่งความต้องการให้กับผู้ปล่อยกู้ ด้วยจำนวนเงิน หุ้นที่มีอยู่ และจำนวนหุ้นของที่มีอยู่
  2. ผู้ปล่อยกู้จะส่งสัญญา ให้กับผู้กู้ในระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง โดยมีรายละเอียดเช่น ระยะเวลาในการกู้ยืม ดอกเบี้ย และตัวเลขที่สามารถกู้ยืมได้
  3. ผู้กู้ยืมเซ็นต์สัญญา “Non-Bonding Term Sheet” 
  4. ผู้ปล่อยกู้ ส่ง สัญญากู้เงิน 
  5. ผู้กู้จะต้องโอนหุ้นไปธนาคารที่ผู้ปล่อยกู้กำหนด โดยที่บัญชีหุ้นยังคงมีชื่อของผู้กู้ยืมอยู่ (อันนี้สำคัญมาก)
  6. หลังจากขั้นตอนทั้งหมดแล้ว ผู้ปล่อยกู้ จะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้กู้ ที่ธนาคารที่ตกลงกัน

จะเห็นได้ว่า เอกสารที่จะต้องเตรียมนั้นมีเพียงไม่กี่อย่าง ซึ่งนี่อาจเป็็นจุดที่ทำให้มีความรวดเร็วในการกู้ยืมเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกันกับการขอสินเชื่อ SME ในรูปแบบต่างๆ และแม้แต่สินเชื่อบุคคลด้วย ที่เห็น หากมีบริษัทที่เปิดรับการกู้ยืมลักษณะนี้ในประเทศไทย อาจทำให้หลายคนคลายกังวลและทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นเลยทีเดียว

♥ ยิ้มหวานกันได้ แคมเปญ สินเชื่อกรุงไทยช่วย SMEs 4.0 วงเงิน 6,000 ล้าน

♥ ธนาคารทหารไทย ยืดหยุ่นหนี้ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบน้ำท่วม

♥ รวม 5 สินเชื่อ SME ขอที่ไหน ธนาคารอะไรดีที่สุด