Home Investment Finance จับตา 3 สินเชื่อบัตรกดเงินสด 2018 ฐานรายได้ไม่เกิน 8,000 บาท

จับตา 3 สินเชื่อบัตรกดเงินสด 2018 ฐานรายได้ไม่เกิน 8,000 บาท

จับตา 3 สินเชื่อบัตรกดเงินสด 2018 ฐานรายได้ไม่เกิน 8,000 บาท

รู้ก่อนสมัครบัตร สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เกินหมื่น

ถ้ายังไม่ทราบ ก็ต้องรู้ในวันนี้ ช่วงปี 2561 เป็นต้นมา ทางธนาคารแห่งประเทศไทยมีการปรับนโยบายการให้สินเชื่อส่วนบุคคล และ สินเชื่อบัตรเครดิต โดยจะเริ่มต้นให้กับผู้ที่มีรายได้ 15,000 บาท และมีเงินเดือนโอนผ่านธนาคารเท่านั้น จึงจะมีโอกาสผ่านมาก (และได้วงเงินไม่เกิน 5 เท่าของรายได้) ทำให้ผู้ที่มีรายได้น้อยกว่า 15,000 บาท นี้ ต้องเลือกสินเชื่อประเภท สินเชื่อบัตรผ่อนสินค้า ที่ไม่สามารถกดเงินออกจากบัตรได้ ยกเว้นบางบริการที่สั่งโอนเงินจากบัตรเข้าบัญชีได้ในลักษณะสินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล

หลังจากที่ Promotions.co.th ได้นำเสนอเรื่องราวของ “บัตรกดเงินสด” ไปในช่องทาง Social Media ก็มีผู้อ่านส่วนใหญ่ที่มีรายได้ไม่โอนผ่านธนาคาร และ รายได้ไม่ถึง 10,000 บาท ได้สอบถามกันเข้ามาเป็นจำนวนมาก ถึงบัตรกดเงินสด หรือ บัตรสินเชื่อเงินผ่อน ที่พวกเขาสามารถทำได้ ในวันนี้เราจึงขอรวบยอดมาสรุปกับ 3 บัตรยอดนิยม ที่มีรายได้ 5,000 / 7,000 / 8,000 บาท ก็ทำได้ มาดูกันว่ามีบัตรอะไรบ้าง?

บัตรสมาชิกอิออน

เป็นบัตรใบแรก ๆ ที่ลูกค้ามักจะนึกถึงก่อนเสมอ เนื่องจากมีการโปรโมตโฆษณาหลายช่องทาง และมีบูธตั้งโต๊ะรับสมัครตามห้างและที่คนผ่านเยอะ ๆ ซึ่งให้บริการโดย บริษัทธนสินทรัพย์  มีต้นฉบับการให้บริการสินเชื่อ มาจากประเทศญี่ปุ่น แต่อิออนเองให้บริการในประเทศไทยมาเกือบ 20 ปีแล้วจึงเป็นที่รู้จัก สำหรับผู้มีรายได้ขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง  8,000 บาท ก็สมัครสมาชิกบัตรนี้ได้ จุดเด่นของบัตรสมาชิกอิออน คือ

  • อายุทำงานเพียง 4 เดือนเท่านั้น ถือว่าน้อยมาก
  • อายุผู้สมัครเริ่มต้น 20 ปีเท่านั้น (เป็นนักศึกษาจบใหม่ก็สามารถสมัครได้)
  • แน่นอนว่าต้องมีที่อยู่บ้าน และ โทรศัพท์บ้านที่ติดต่อได้
  • เพียงแค่อาศัยอยู่ในจังหวัด เขตพื้นทีให้บริการของอิออน ก็ผ่านอนุมัติ!

เอกสารที่ใช้สมัคร : 1) บัตรประชาชน, 2) สลิปเงินเดือนตัวจริง 3) สำเนาบัญชีธนาคารหน้าแรก และ Statement 180 วันย้อนหลัง

บัตรยูเมะพลัส

เป็นบัตรของคนรุ่นใหม่ เพียงแค่มีรายได้ 7,000 บาท ด้วยวิธีรับเงินเดือนผ่านธนาคารก็สามารถเป็นเจ้าของบัตรผ่อนนี้ได้แล้ว และหากจะนำเงินสดออกจากบัตรนี้ก็ทำได้ง่าย ๆ ด้วย 2 บริการ คือ โทรโอนเข้าบัญชี หรือ กดผ่านตู้เอทีเอ็มแทบทุกธนาคารในประเทศนี้ แต่ไม่สามารถรูดแทนบัตรเครดิตได้ หากจะซื้ออะไรก็ต้องกดเงินออกมาซื้ออย่างเดียว อนุมัติไว คือถ้าไปที่ Counter ก็จะได้บัตรมาก่อน ส่วนจะได้รับการอนุมัติหรือไม่นั้น ต้องรอฟังผลประมาณ 3 – 7 วัน (หากยื่นสมัครทางไปรษณีย์ รอฟังผล 14 วัน) เอกสารการสมัครทุกอย่างใช้ตัวจริงทั้งหมด หากไม่กดเงินสดก็ไม่เสียค่าธรรมเนียม ผู้มีรายได้ 20,000 บาท ขึ้นไป ได้รับดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 19 กว่า ๆ เท่านั้น (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ : บัตรยูเมะพลัส ผ่อนสินค้าได้ไหม  รายได้ขั้นต่ำที่จะสมัครได้ คือเท่าไหร่?)

บัตรกดเงินสด AMoney

เพียงมีรายได้ 5,000 บาท ต่อเดือน ก็สามารถสมัครบัตรกดเงินสดตัวนี้ได้แล้ว แต่สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่มีรายได้ผ่านธนาคารเท่านั้นและต้องใช้เอกสารตัวจริงเท่านั้น เงื่อนไขเหมือนกับของ AEON ทุกอย่าง ต่างกันตรงที่เงินเดือน สมัครได้ 2 ช่องทาง คือ ทางสาขา และ ช่องทางหน้าเว็บไซต์ amoney.in.th ซึ่งหากมีคนโทรมาเชิญชวนโดยที่คุณยังไม่ได้กรอกข้อมูลนั้น น่าจะไม่ใช่จากตัวแทนของ Amoney แล้วแหละ.. ต้องกรอกข้อมูลเองเท่านั้น!

กล่าวโดยสรุป เมื่อเรียงตามฐานเงินเดือน บัตรใบแรกที่มีฐานเงินเดือนน้อยสุดคือ Amoney (สำหรับผู้มีรายได้ 5,000 บาท) ต่อมาคือ Umay+ (สำหรับผู้มีรายได้ 7,000 บาท) และเป็น AEON (สำหรับผู้มีรายได้ 8,000 บาท) และย้ำว่าทุกสถาบันการเงินนี้เป็น Non Bank ไม่ใช่ธนาคาร เอกสารที่นำมายื่นทุกอย่างต้องเป็นตัวจริง

แต่หากคุณไม่ได้สนใจสินเชื่อประเภทบัตร อยากได้เป็นเงินก้อน แล้วผ่อนโปะเอา ตั้งแต่ 6, 10, 12 เดือน นี้ ก็ต้องเลือกสินเชื่อที่เรียกว่า “สินเชื่อส่วนบุคคล” เริ่มต้นหากเงินเดือนไม่มากก็ต้องกู้กับสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ และหากมีเงินเดือน 15,000 บาท มีสลิปเงินเดือน ก็สามารถกู้สินเชื่อส่วนบุคคลเหล่านี้ได้จากธนาคารชั้นนำทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ยูโอบี, ซีไอเอ็มบี, ซิตี้แบงก์, ไทยพาณิชย์, กสิกร ฯลฯ

Read More :