จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อไม่จ่ายค่าบัตรเครดิต 3 เดือนขึ้นไป?

ads

และบิลค่าบัตรเครดิตก็จะถูกส่งให้กับคุณทุกเดือนเมื่อมีการใช้เกิดขึ้น และคุณเริ่มกังวลเพราะ คุณไม่มีเงินมาจ่ายค่าบัตรที่คุณใช้ไปแล้ว ซึ่งการ จะไปหาสินเชื่อบุคคล สำหรับโอนหนี้ ก็ไม่ได้รวดเร็ซขนาดนั้น และคุณก็อยากรู้ว่า “ถ้าไม่จ่ายค่าบัตร 3 เดือนจะเป็นยังไง?” หรือถ้า 6 เดือนหล่ะ? และถ้าไม่ได้จ่ายเป็นปีๆ หล่ะ? จะเกิดอะไรขึ้น? และด้านล่างนี้ เป็นความรู้ที่ควรรู้เอาไว้ เผื่อจะได้เตรียมการเจรจากับเจ้าหนี้ ได้

  • ธนาคารจะยึด อายัติบัญชีเงินเดือนได้หรือไม่? – ไม่ได้ หากคุณมีเงินเดือนต่ำกว่า 20,000 บาท
  • มีหนี้เยอะมาก จ่ายขั้นต่ำตลอด ควรทำไงดี? – หยุดจ่ายขั้นต่ำ และเก็บเงิน พร้อมเข้าเจรจากับธนาคาร

จะทำยังไง ถ้ารู้ตัวว่าจ่ายค่าบัตรเครดิตไม่ได้?

การจ่ายหนี้บัตรเครดิต นั้นสามารถจ่ายได้เต็ม และก็มีขั้นต่ำให้จ่ายด้วย แต่เมื่อคุณรู้ตัวล่วงหน้าว่า ไม่สามารถชำระแม้ขั้นต่ำของการจ่ายหนี้ค่าบัตรเครดิตได้นั้น จะต้องทำอย่างไรเป็นอันดับแรกๆ?

  1. โทรหาธนาคารเจ้าของหนี้เลย อย่ารอช้า
  2. เมื่อมีเจ้าหน้าที่รับสายแล้ว อธิบายให้เค้าฟังให้ชัดเจนว่า เกิดเหตุอะไรขึ้น และนี่เป็นครั้งแรกที่ไม่สามารถจ่ายคืนได้
  3. บอกเค้าว่า คุณจะสามารถจ่ายให้เค้าได้เมื่อไหร่
  4. ขอให้เค้าช่วยในการเปลี่ยนวันชำระหนี้ และ ขอลดหรือ ยกเลิกค่าผิดนัดชำระหนี้ไปซะก่อน

ถ้าขั้นตอนนี้ Work และทางธนาคารเจ้าของหนี้บัตรเครดิตของคุณ เค้ายอมให้คุณเลื่อนวันในการจ่ายค่าบัตรเครดิต ก็พยายามจ่ายเค้าให้ตรงในรอบที่ได้ตกลงกันกับเค้าไว้ และถ้าเค้าไม่ให้ ก็ขอแค่ว่าอย่าพึ่ง รายงาน Credit Bureau จะได้หรือเปล่า?

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณจ่ายค่าบัตรเครดิตช้า 1 ครั้ง

เรามาลองดูกันว่า การใช้บัตรเครดิต และไม่สามารถจ่ายคืนได้ทันเวลา ครั้งแรก หรือ ไม่สามารถจ่ายขั้นต่ำได้เต็มวงเงิน ซึ่งคุณจะโดนค่าจ่ายช้าไปเลยทันที เป็นหลักพันบาท และ ค่าจ่ายช้า “late fees” จะถูกรวมเข้าไปในบิลค่าบัตรเครดิตครั้งต่อไป และจะถูกคิดดอกเบี้ยทันที (โหดมั้ยหล่ะ?) และค่าปรับตอนจ่ายช้าเนี่ยแหละคือตัวร้ายที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณผิดนัชำระเพียงครั้งเดียว

  • คุณโดนค่าปรับ เรื่องจ่ายช้า
  • โดนหมายหัวเรื่องคะแนน Credit
  • ดอกเบี้ยกระโดดสูงขึ้นทันที

ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ตอนที่คุณสมัครบัตรเครดิตในครั้งแรก คุณอาจได้รับ โปรโมชั่น ดอกเบี้ยพิเศษ หรืออะไรก็ตาม แต่เมื่อผิดนัดครั้งเดียว ทุกอย่างทลายลงหมด คำถามก็คือ การผิดนัดชำระครั้งเดียว มันแย่ขนาดนี้เลยหรือ? จริงๆแล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับธนาคารนั้นๆด้วย ว่าเค้าจะพิจารณายังไง เพราะตอนแรกเราเอาเงินเค้ามาใช้ แต่เมื่อ ตอนนี้เค้าจะทวงเงินจากเรา เค้าก็ต้องถือไพ่เหนือเราเป็นเรื่องธรรมดา

หลังจาก 3 เดือนผ่านไป จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ายังไม่ได้จ่าย?

ถ้าไม่สามารถจ่ายได้ 2-3 งวดขึ้นไป ตอนนี้สถานการณ์จะเริ่มเข้มข้นขึ้นเป็นเท่าตัวแล้ว และการผิดนัดชำระหนี้ 30-60 วันขึ้นไป จะทำให้คะแนนเครดิตของคุณหล่นลงมาเป็น 100+ คะแนน เลยทีเดียว ซึ่งคุณจะต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยสูงขึ้น (เมื่อคะแนนเครดิตต่ำลง) แต่อย่างไรก็ดี หากจ่ายให้ทันก่อน 90 วัน ยังคงพอถูไถอยู่

เมื่อคุณจ่ายค่าบัตรเครดิตช้าเกิน 60 วันขึ้นไป หรือ 3 เดือนขึ้นไป ตอนนี้บัญชีของคุณจะเริ่มถูกหมายหัว จับตามองอย่างมาก และธนาคารเจ้าของหนี้อาจส่งทีมติดตามหนี้ เพื่อโทรคุยกับคุณ และนัดพบ เพื่อจะให้คุณชำระหนี้ให้ได้ พนักงานแต่ละคนก็จะ สุภาพเรียบร้อย แต่ก็จะบอกผลเสียของการไม่ชำระหนี้บัตรเครดิต

หลังจาก 6 เดือนผ่านไป คุณก็ยังไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ 

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คุณโดนสะสมค่าปรับจ่ายช้ามาตลอด 6 เดือน คะแนนเครดิตของคุณถดถอยจนถึงที่สุด เรียกว่า ไม่สามารถทำเรื่องการเงินอะไรได้ และคะแนนเครดิตของคุณอาจตกลงต่ำกว่า 500 เป็นที่เรียบร้อย คือไม่สามารถกู้ยืม หรือทำบัตรเครดิตจากที่ใดๆได้อีกต่อไป หากธนาคารที่เป็นเจ้าของหนี้เค้าเห็นว่า เค้าไม่สามารถเก็บหนี้คุณได้ หนี้ของคุณอาจถูกขายต่อให้กับบริษัทติดตามหนี้ และบริษัทเหล่านี้ ก็จะไม่ได้ สุภาพ เรียบร้อย อย่างกับบริษัทแรกก็เป็นได้ อย่างไรก็ดี ยังดีที่มี กฎหมายการทวงหนี้ ช่วยคุณไว้ได้อยู่นั่นเอง

หลายปีผ่านไป ก็ยังไม่สามารถเคลียร์หนี้บัตรเครดิตได้

ถามว่าตอนนี้คุณเป็นยังไง? ตอนนี้คุณอาจโดนฟ้องล้มละลายไปแล้ว แต่ถามว่าเข้าไปเจรจาได้มั้ย? ก็ยังคงได้อยู่ ตอนนี้บ้านคุณอาจถูกยึด รถยนต์โดนยึด ขายทอดตลาด ซึงหากยึดไปแล้วขายแล้ว ยังไม่สามารถใช้หนี้ได้หมด ก็ยังคงต้องจ่ายหนี้กันต่อไปอีก ซึ่งระยะการฟ้องร้องจะอยู่ที่ 3 ถึง 10 ปีเลยทีเดียว คุณต้องขึ้นศาลบ่อยครั้ง คุณอาจไม่สามารถไปต่างประเทศได้ ไม่สามารถทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพได้ ไม่สามารถมีเงินเดือนได้ ไม่สามารถมีเงินฝาก เงินเก็บได้ และคะแนนเครดิตของคุณ ดูไม่จืดเลยทีเดียว


สุดท้ายนี้ การมีบัตรเครดิตเอาไว้ใช้ เป็นเรื่องที่ดี หากใช้เพื่อทำให้ได้ประโยชน์สูงสุด และจ่ายคืนได้เร็วที่สุด และเต็มจำนวน การใช้บัตรเครดิต มีกฎเพียงข้อเดียวก็คือ ต้องจ่ายเต็มจำนวน เท่านั้น คือไม่ว่าจะใช้เท่าไหร่ ถ้าจ่ายเต็ม ครบ ก็จบหมดทุกอย่าง เราไม่สนับสนุนการใช้บัตรเครดิตในเรื่องฟุ้งเฟ้อ ซึ่งจะทำให้เป็นหนี้สินต่อไปในอนาคต