หากใครติดตามข่าวสารทางการเงิน ในหลายๆเดือนที่ผ่านมาจะรู้ได้เลยว่า ขณะนี้ประเทศไทยอาจกำลังเข้าสู่วิกกฤติหนี้ครัวเรือนครั้งใหญ่ ที่หลายๆฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องออกมาตรการควบคุมตั้งแต่เรื่องของสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อไฟแนนซ์รถ และล่าสุด มาตรการที่อาจทำให้สะดุ้งสะกัดดาวรุ่งไปตามๆกันก็คือ มาตรการ “งดผ่อน 0%” กับ Smartphone โทรศัพท์มือถือ และ การท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่หลายคนอาจยังสงสัยว่าจะมาเมื่อไหร่ และจะต้องรับมือกับมันยังไงดี?

1ทำความเข้าใจหลักการการผ่อน 0%

ในหน้านี้มีอะไรบ้าง?

ในฝั่งของผู้รูดบัตร

สิ่งที่ผู้บริโภคหลายคนอาจยังไม่รู้ การผ่อน 0% ไม่ว่าจะ 6 เดือน 10 เดือน 24 เดือน หรือ 36 เดือน จริงๆแล้วไม่ได้ฟรีดอกเบี้ยเสมอไป เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่จ่ายไม่ตรง ช้า หรือ ไม่ครบ ดอกเบี้ยอัตราเต็มที่จะถูกนำมาคิดทันที ซึ่งการคิดดอกเบี้ยแบบ 0% นั้นถูกออกแบบมาให้ผ่อนมือถือ Smartphone และโดยมากแล้วจะมีระยะเวลาการผ่อนไม่เกิน 24 เดือน ทำให้ผู้ที่อยากจับจ่ายไม่ต้องจ่ายเงินเต็มในรอบบัญชีเดียว และสามารถกระจายค่างวดไปได้หลายๆเดือน ยาวนานเป็นแรมปี

ในฝั่งของเจ้าของสินค้าหรือบริการ

สำหรับอัตราดอกเบี้ยนั้นเมื่อไม่สามารถเก็บได้ เพราะเริ่มต้นที่ 0% แต่ เจ้าของสินค้า หรือเจ้าของบริษัทที่ผู้ถือบัตรนำบัตรไปรูด ยังคงต้องเสียค่าธรรมเนียมในการรูด และการรูดนั้น ในบางครั้งเจ้าของสินค้าหรือบริการจะไม่ได้เงินเต็มจำนวนทันที ซึ่งในรูปแบบนี้เราเรียกว่า Recurring Payment และ สำหรับที่ได้เงินในทันทีนั้นจะเรียกว่า Installment Plan

2

ผ่อน 0% ทำไมธนาคาร สถาบันเจ้าของบัตรถึงชอบออกโปรนี้มา?

การที่ธนาคาร หรือ สถาบันการเงินชอบออกแคมเปญผ่อน 0% ยาวๆ 10 เดือน ถึง 36 เดือน ก็เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้บัตรเครดิต และ แน่นอนเลยก็คือ หากเราเป็นเจ้าของธนาคารเอง การที่ให้ผ่อนแบบไม่มีดอกเบี้ยเลยนั้น ไม่ได้ทำให้เกิดรายได้เท่าไหร่นักแต่มันจะได้ในส่วนของ ฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ธนาคาร A ออกโปรผ่อน 0.3% ได้นาน 10 เดือน เปรียบเทียบกับ ธนาคาร B ออกโปรผ่อน 0% นาน 10 เดือน คนที่อยากได้ของก่อนและไม่อยากจ่ายดอกเบี้ย ก็จะแห่แหน ไปสมัครบัตรกับธนาคาร B กัน นั่นก็ทำให้ฐานลูกค้าเพิ่มด้วย

อีกประการหนึ่งคือ เมื่อมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นแล้ว คนที่ถือบัตรเครดิต ก็มีความเป็นไปได้ที่จะนำบัตรเครดิตไปใช้อย่างอื่นๆ และ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะรูดเยอะขึ้น และทำการผ่อนที่รูดไปได้เช่นเดียวกัน นั่นหมายถึงว่า ธนาคาร หรือ สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าของบัตรก็อาจจะได้รับดอกเบี้ยที่เป็นรายได้เพิ่มในอนาคตนั่นเอง

3

ทำไมถึงเริ่มที่จะงด หรือ ยกเลิก ผ่อน 0%?

เหตุผลเดียวของการงดผ่อน 0% หรือ การยกเลิกโปรโมชั่นแคมเปญ ที่ต้องมีการผ่อน 0% เป็นระยะเวลานานๆ เชื่อว่าทำให้เกิดภาวะหนี้ในครัวเรือนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากหนี้ครัวเรือนไทยใน Quarter แรกของปี 2562 เป็นอันดับที่ 11 ของโลก และ เป็นที่ 2 ของเอเชีย (ที่มา CH7.com) ซึ่งจริงๆแล้ว เรามาลองคิดง่ายๆ กันดู สำหรับบ้านที่มี พ่อแม่ลูก ซัก 4 คน หากต้องซื้อ Smartphone ทุกคน และราคาซัก 15,000 บาท ต่อเครื่อง ก็จะอยู่ที่ 60,000 บาท ต่อครัวเรือนเข้าไปแล้ว

และแม้แต่การนำบัตรไปรูดเที่ยว 4 คนเช่นเดียวกัน หากไปเที่ยวไม่ไกลอย่าง ญี่ปุ่น ก็อาจตกหัวละ 10,000 บาท ก็จะมีหนี้เพิ่มขึ้นหากมีการรูด 0% ที่ประมาณ 40,000 บาท โดยที่ในครอบครัวนั้นอาจจะไม่มีเงินเดือนหรือรายได้มากพอที่จะรับมือกับก้อนหนี้เหล่านี้ก็เป็นได้ หากมีการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ อยู่ด้วยแล้วหล่ะก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการที่จะมีเงินเก็บในการลงทุนเลยทีเดียว

4

ถ้าจะผ่อนอย่างอื่น เช่นผ่อนทอง ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ผ่อนแอร์ กระทบด้วยมั้ย?

เบื้องต้นทาง ธปท มีการกำหนดมาตรการในการพุ่งเป้าไปที่ เรื่องของการใช้ผ่อนซื้อมือถือ และ ทัวร์ต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งเรายังคงต้องมาติดตามต่อไปว่า สินค้าอื่นๆ จะโดนด้วยหรือไม่ ซึ่งสินค้าและบริการที่คนนิยมผ่อน 0% จะมีอื่นๆเช่น การเสริมสวย ความงาม สุขภาพ โรงพยาบาล ทอง ผ่อนแอร์ ฯลฯ

5

สิ่งที่ธนาคารอาจไม่เคยบอกเรา เมื่อต้องผ่อนแบบไม่มีดอก

  1. สิ่งแรกที่จะเจอเลยก็คือ วงเงินของเราจะถูกหักออกเพื่อรอการผ่อน – สมมติว่า มีวงเงินในบัตรอยู่ที่ 50,000 บาท ผ่อนมือถือไป 15,000 บาท ก็จะเหลือวงเงิน อยู่แค่ 35,000 ในเดือนถัดๆไป ซึ่งอาจกระทบกับการใช้งานบัตรได้ เพราะคนส่วนใหญ่อาจคิดว่า ผ่อนเดือนละ 2,000 ก็จะเหลือวงเงินที่ 48,000 บาท ซึ่งจริงๆแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น
  2. อาจไม่ได้รับคะแนนสะสม จากการผ่อน 0% – อันนี้แล้วแต่ แต่ละธนาคาร
  3. การที่มีดอก 0% ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ – โดยมากแล้วจะเกิดขึ้นกับร้านค้าที่ไม่ได้ร่วมรายการ
  4. จะไม่สามารถจ่ายโปะ หรือปิดวงเงินนั้นได้ – เพราะมันกลายเป็น Installment Plan ไปแล้ว และจะไม่สามารถปิดบัตร โดยการจ่ายเต็มได้ ต้องรอผ่อนจนครบ
  5. บางธนาคารคิดค่าปรับ เมื่อจ่ายก่อน – หากมีเงินจะจ่ายก่อน ก็จะไม่สามารถจ่ายได้ เพราะ ติดสัญญาผ่อนอยู่

6

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อผ่อนไม่ได้ จ่ายไม่ทัน?

สิ่งที่จะเกิดขึ้นหากไม่สามารถจัดการกับก้อนหนี้ ในการผ่อน 0% ได้ เช่นผิดนัดชำระหนี้ หรือ จ่ายไม่เต็มที่ต้องจ่าย จากอัตราดอกเบี้ย 0% อาจกระโดดขึ้นมาเป็น 28% สูงสุด พร้อมค่าปรับ ค่าทวงถาม ตามกฎหมายทันที แบบไม่ต้องเดาเลยทีเดียว ดังนั้น จะเห็นได้ว่า หากพลาดแม้แต่การจ่ายคืนงวดเดียวเท่านั้น จากสวรรค์ อาจกลายเป็น นรก ไปได้ในพริบตา

7

งดผ่อน 0% คนมีวินัย ต้องเดือดร้อนไปด้วย

โดยปกติแล้ว ผู้ที่มีวินัยทางการเงิน หรือผู้ที่วางแผนมาแล้ว ยกตัวอย่างเช่นการซื้อ iPhone 11 แบบ ผ่อน 0% ในราคาประมาณ 35,000 บาท ผู้ที่เตรียมการมา ก็จะดูรายรับ และรายจ่ายอย่างอื่นๆ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ และเค้าก็จะสามารถจ่ายได้จนครบ 10 เดือน 12 เดือน 24 เดือน หรือแม้แต่ 36 เดือนเลยทีเดียว และผู้ที่มีอำนาจในการซื้อมือถือแพงขนาดนี้ ก็จะมีรายได้ที่สูงอยู่แล้ว และมักเลือกจำนวนเดือนที่ผ่อนให้สั้นเข้าไว้ เพราะจะได้สามารถ เคลียร์หนี้ให้หมดเร็วที่สุด

เพิ่มเติมในส่วนของผู้มีวินัยทางการเงิน โดยมากแล้ว เค้าจะมีการคำนวณที่แม่นยำ และเอาเงินไปใช้อย่างถูกวิธี ยกตัวอย่างเช่น หากเค้าต้องเอาเงินสด 40,000 บาท ไปจ่ายค่ามือถือ เค้าจะคำนวณก่อนว่า 40,000 บาท นี้ หากเอาไปลงทุนจะได้กลับมากี่ % หากคุ้มค่า เค้าจะเลือกที่จะผ่อน 0% กับวงเงิน 40,000 บาท นั้นๆ เพราะ ไม่ต้องจ่ายสด และ สามารถเอากำไรจากการลงทุนมาจ่ายค่ามือถือ โดยที่เงินต้นยังเหลืออยู่เช่นเดิมด้วย

ดังนั้น หากมาตรการการผ่อน 0% 10 เดือน หรือยาวกว่านั้น ถูกนำมาใช้โดยไม่ได้จำแนกประเภทบุคคล รับประกันว่า เดือดร้อนกันถ้วนหน้าแน่นอน

8

ผ่อนเที่ยว 0% ต่างประเทศไม่ได้ คนอาจเที่ยวไทยแทน

นอกเหนือจากการงด หรือ ยกเลิกผ่อน 0% พวกโปรโมชั่นต่างๆ เกี่ยวกับมือถือ ก็ยังมีเรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยวด้วย ซึ่งการท่องเที่ยวที่ต้องผ่อน 0% นั้น มักจะเป็นการท่องเที่ยวต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา รัสเซีย ที่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก หลายหมื่นบาทต่อคน ซึ่งการ งดการผ่อน 0% จะทำให้ไม่สามารถไปเที่ยวกันได้ในหลายๆประเทศ ซึ่งจริงๆแล้วตรงนี้ผู้เขียนมองว่าเป็นเรื่องดี เพราะ คนจำนวนไม่น้อยก็อาจเปลี่ยนใจมาเที่ยวใกล้ๆ หรือ มาเที่ยวประเทศไทยกันมากขึ้นแบบไม่ต้องใช้เงินผ่อน

9

ผ่อนมือถือแบบไม่มีดอกเบี้ยไม่ได้ กัดฟันผ่อนแบบมีดอก หรือ เลือกมือถือถูกกว่า

เช่นเดียวกันกับการท่องเที่ยว หากว่าไม่มีทางที่จะผ่อนจ่ายแบบ 0% ได้จริงๆ หลายคนที่เล็งมือถือราคาแพง ก็อาจจะกลับมาเลือกมือถือหรือ smartphone ที่มีราคาต่ำกว่าเช่นเดียวกัน ทำให้ไม่ต้องเป็นหนี้ และใช้เงินสดซื้อเท่าที่มี หรือ เลือกรุ่นที่ตกรุ่นแล้ว ที่มีราคาถูกกว่า และมีโปรโมชั่นที่ดีกว่า

10

บริษัทมือถือได้รับผลกระทบแน่นอน

หากมีการใช้จ่ายน้อยลง คนกล้าที่จะใช้เงินน้อยลง ผู้ที่ได้รับผลกระทบก็คือบริษัทมือถือค่ายใหญ่ที่นำเอาเข้ามาจำหน่ายนั่นเอง ไม่เว้นแม้แต่ ค่ายมือถืออย่าง Dtac, AIS, True ที่ก็มีรายได้มาจากการจำหน่าย และ เปิดใช้เบอร์มือถือ ซึ่งถ้าหากผ่อนไม่ได้แล้ว คนก็จะซื้อน้อยลงอย่างแน่นอน

11

บริษัททัวร์ต่างประเทศ และ OTA มีรายได้น้อยลงชัวร์

จะเห็นได้ว่า หากมีการเล็งเป้าที่ มือถือ และ การท่องเที่ยวต่างประเทศ ในการผ่อน 0% ไม่เพียงแต่บริษัทมือถือ บริษัททัวร์ก็จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะทัวร์ต่างประเทศ ยุโรป อเมริกา หรือ ที่ใดก็ตามที่อาจมีราคามากกว่า 30,000 บาท ขึ้นไปต่อคน ไม่เพียงเท่านั้น เว็บไซต์แบบ OTA (Online Travel Agency) เช่น Agoda.com, Expedia.co.th, Booking.com, และอื่นๆ น่าจะได้รับผลกระทบตามมา รวมถึง เว็บกิจกรรมอย่าง KKDAY หรือ KLOOK เมื่อมีคนไปเที่ยวน้อยลงแล้ว ก็จะมีคนซื้อตั๋วกิจกรรมน้อยลงเป็นเงาตามๆกันไป

12

ถ้าอยากซื้อทัวร์ต่างประเทศ หรือ ซื้อมือถือ ราคาแพงๆ ผ่อน 0% ไม่ได้แล้ว ต้องทำยังไง?

  1. ซื้อตั๋วตั้งแต่เนิ่นๆ วางแผนก่อน จะได้ราคาประหยัดกว่า
  2. ซื้อมือถือที่ราคาถูกลง หรือที่ตกรุ่นแล้ว จะได้ราคาถูกกว่า
  3. พยายามจำกัดความต้องการของตัวเอง ระงับกิเลสให้ได้ และใช้เท่าที่มี เที่ยวเท่าที่มี ซื้อเท่าที่พออยู่ได้
  4. หารายได้เพิ่ม เคลียร์หนี้สินให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเยอะได้
  5. ไม่ฟุ่มเฟือยในเรื่องอื่นๆ
  6. วางแผนทางการเงิน หรือการซื้อของ เช่นหากมีแผนที่จะไปเที่ยวต้นปี ควรต้องเก็บเงินสดทั้งปี และเช่นเดียวกันกับการซื้อมือถือ 
  7. รูดแบบไม่ผ่อน จ่ายรายเดือนตามปกติ เพื่อเก็บคะแนนสะสมในบัตรเครดิต แต่จ่ายเต็มจำนวนเงินที่ใช้ไป ในแต่ละเดือนซะ

13

ข้อดี ข้อเสีย ของการผ่อน 0%

ข้อดี

  1. เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนการเงิน เพราะไม่ต้องจ่ายเต็มจำนวน สามารถนำเงินไปทำอย่างอื่นที่เกิดประโยชน์ได้มากกว่า
  2. มี Cash Flow หรือกระแสเงินสดสำหรับทำกิจกรรมอย่างอื่นๆ ที่สามารถจ่ายคืนได้ครบ 
  3. ได้ประโยชน์จากการที่ไม่ต้องจ่ายเงินก่อน ให้ธนาคาร หรือเจ้าของบัตรออกไปให้ก่อน และจ่ายคืนทีหลังจนครบ

ข้อเสีย

  1. วงเงินในบัตรเครดิต ถูกหักออกไป และอาจมีการ soft credit check
  2. ทำให้กล้ารูดของอย่างอื่นๆได้มากขึ้น เนื่องจากเงินในบัญชียังเหลือใกล้เคียงของเดิม ระหว่างที่ยังไม่ได้ใช้
  3. อาจทำให้นิสัยทางการเงินเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดีได้ 
  4. อาจทำให้เจอดอกเบี้ยสูง เมื่อ ไม่สามารถจ่ายคืนได้ตามกำหนด
  5. ผลกระทบจากด้านบน ก็อาจทำให้คะแนนเครดิตต่ำลง และอาจยื่นกู้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างอื่นๆได้ยากขึ้น
  6. ทำให้หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น กับเรื่องที่ไม่ได้จำเป็น (เมื่อเทียบกับ ปัจจัย 4 เช่น อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย และ ยารักษาโรค)
  7. ทำให้วงจรหนี้ไม่สิ้นสุด เมื่อไม่สามารถจ่ายคืนได้แล้ว ก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพิ่มขึ้น เพื่อมาใช้หนี้ หรือหยุดหนี้ที่ก่อเอาไว้ 
  8. หากไม่มีทางออกอาจต้องไปเกี่ยวเนื่องกับการกู้นอกระบบด้วย

14

สิ่งที่อาจตามมา เมื่อถูกระงับ หรือยกเลิก การผ่อน 0%

  1. ปัญหาหนี้นอกระบบ ที่เมื่อกู้ยืมในระบบไม่ได้ ก็ไปกู้นอกระบบมาใชั้
  2. การใช้จ่ายของผู้ที่มีกำลังซื้อลดน้อยลง
  3. คนหันไปใช้สินเชื่อประเภทอื่นมากขึ้น เช่น สินเชื่อบุคคล สินเชื่อ P2P สินเชื่อรีไฟแนนซ์ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์
  4. ค่ายมือถือ อาจเปิดผ่อนเอง เช่น J Mart หรือร้านทั่วไป ซึ่งอาจมีการควบคุมที่ยากขึ้น
  5. คนอาจหันไปผ่อนมือถือแบบนอกกฎหมาย คือการผ่อนกับร้าน โดยการใช้บัตรประชาชน ด้วยสัญญากู้ยืม
  6. ไม่ได้ห้ามในการผ่อน แบบมีดอกเบี้ย คนอาจต้องไปจ่ายดอกเบี้ย เพื่อผ่อนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยากได้ของมากๆ หรืออยากเที่ยวมากๆ ถึงแม้จะเจอกับดอกเบี้ยแพงก็จะยอม ทำให้อาจเป็น reverse effect กับภาระหนี้ได้
  7. อาจเป็นการรูดผ่อนตามปกติ โดยมีการจ่ายขั้นต่ำ ก็อาจทำให้เกิดหนี้ได้เช่นเดียวกัน

ธนาคารอื่นๆเริ่มกังวล

หลายธนาคารเริ่มออกมาแสดงความกังวล จากข่าวของ BECTERO กล่าวไว้ว่า ทาง KTC มีความกังวลในเรื่องของผลกระทบกับลูกค้าที่มีประวัติการชำระที่ดี โดยที่ฐานลูกค้า 1.9 ล้านคน 70% จากในนี้หรือประมาณ 1.33 ล้านคนจ่ายเต็มจำนวนและไม่ได้ผ่อน ประมาณ 570,000 คน ผ่อนขั้นต่ำเช่น 10% ของยอดเงิน เช่นเดียวกันกับธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารอื่นๆ ก็แสดงถึงความกังวลนี้เช่นเดียวกัน ว่าอาจมีผลกระทบกับลูกค้าส่วนใหญ่ได้

15

โดยสรุปแล้ว ถ้ามีการงดผ่อนจริงๆ จะต้องเริ่มเมื่อไหร่?

สำหรับการงดผ่อน หรือยกเลิกผ่อน 0% 10 เดือน 6 เดือน หรือไม่ว่าจะกี่เดือนก็แล้วแต่ ยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะเริ่มต้นเมื่อไหร่ แต่คาดว่าน่าจะต้องมีมาตรการรองรับที่ดีกว่านี้แน่นอน และสามารถติดตามข่าวต่างๆเหล่านี้ได้ที่ https://promotions.co.th/finance

เมืองไทยจะงด 0% ในต่างประเทศปกติเป็นยังไง?

จากการสอบถามชาวอเมริกันคนหนึ่ง ที่มาอยู่ในประเทศไทย เราได้ความรู้มาว่า ในต่างประเทศ รวมถึงยุโรปด้วย จะไม่นิยมให้ลูกค้าผ่อน 0% โดยที่ หากเป็นการจ่ายค่าสินค้าแบบเงินสดจะได้รับส่วนลดมากกว่าการใช้บัตรเครดิตรูด และ แน่นอนว่า การผ่อน 0% ในต่างประเทศนั้น ลูกค้าจะไม่ได้รับของแถม หรือส่วนลดใดๆเลย หากเทียบกับการจ่ายสด หรือรูดเต็มโดยไม่ผ่อน ซึ่งจริงๆแล้ว หากย้อนกลับมาดูในประเทศไทยเอง ทุกวันนี้ชายคนนี้ยังคงสงสัยว่า เหตุใดสถานการณ์จึงกลับกันขนาดนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรูดผ่อน ยิ่งรูดเยอะจะยิ่งได้ คะแนนสะสมเยอะ หรือจะได้ เงินคืนที่เยอะกว่า ในขณะที่การซื้อของเงินสดจะไม่มีโปรโมชั่นใดๆให้เลย ซึ่งอันนี้ยังคงต้องมาดูกันต่อไปว่ามาตรการนี้ อาจเป็นมาตรการที่เปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปเลยก็เป็นได้

อื่นๆเกี่ยวกับมาตรการคุมหนี้