คนไทยเป็นหนี้ 150,000 บาท ต่อครอบครัว ตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน ยันแก่!

ads

หากพูดถึงการเป็นหนี้แล้ว ไม่มีใครเค้าอยากเป็นกันหรอก แต่เพราะมันมีความจำเป็นในการใช้เงิน และค่าครองชีพที่สูงขึ้นทุกวันนี้ นี่ยังไม่รวมถึงนิสัยการใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายของหลายๆ คน ซึ่งมันเป็นหลายๆปัจจัยที่ทำให้คนไทยติดหนี้ ติดสินทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 27 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา บอกว่า คนไทยติดหนี้ครัวเรือนสูงอันดับ 3 ของโลก เป็นที่เรียบร้อย หนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้น หนี้นอกระบบ หนี้สินเชื่อบุคคล หนี้บัตรเครดิต หนี้บ้าน ฯลฯ และอีกหลายๆ หนี้ ซึ่งน่าจะเป็นปัญหาที่ค่อนข้างใหญ่มาก เพราะถึงขั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องออกมากำหนดมาตรการการ ถือบัตรเครดิตได้คนละ 2 ใบ รวมถึงการ ระงับการอนุมัติสินเชื่อสำหรับผู้ที่มีรายได้ต่ำด้วย หากอยากรู้กันว่า ไทยเป็นอันดับ 3 ใครอยู่อันดับ 1 และ 2 กันนะ?

  1. ติดหนี้ต่อครัวเรือน อันดับ 1 Australia ต่อ GDP ที่ 123%
  2. ติดหนี้ต่อครัวเรือน อันดับ 2 เกาหลีใต้ ต่อ GDP ที่ 91.6%
  3. คนไทยติดหนี้ครัวเรือนอันดับ 3 ต่อ GDP ที่ 71.2%

ทางประชาชาติธุรกิจ เปิดเผยข้อมูลจาก กลุ่มงาน วิจัย สถาบันวิจัย เศรษฐกิจ ป๋วย อึ้งภากรณ์ พบว่า ประชากร 1 ใน 3 ของคนไทย ทั้งหมด 69 ล้านคนนั้น ติดหนี้ต่อคนอยู่ที่ 150,000 บาท หากคิดให้ดี 1 ใน 3 ของ 69 ล้านคนคือ 23 ล้านคน และติดหนี้ 150K ต่อคน นั่นแปลว่ามีมูลค่าหนี้ทั้งหมดคร่าวๆ ที่ 3.4 ล้านล้าน บาท (อ่านไม่ผิด ล้านล้านบาท) และรายงานบอกว่า มีจำนวนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา

ที่น่าสนใจก็คือ Millennium ก็อาจเป็นวัยที่เริ่มติดหนี้แล้ว คือวัยที่พึ่งจบและพึ่งได้ทำงาน ซึ่งแต่ละคนก็คงมีเงินเดือนไม่เกิน 20,000 บาท หรือมากกว่านิดหน่อยที่จะเริ่มต้นทำงาน และคาดว่า ติดหนี้ประเภทบัตรเครดิต หรือสินเชื่อบุคคลกันสูงที่สุด เพราะ บัตรเครดิตบางประเภท ผู้ทำต้องมี รายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท เท่านั้น และโปรโมชั่นสินค้าต่างๆ รวมถึงการช้อปออนไลน์ก็มีผลมากเช่นเดียวกันที่ทำให้คนอายุน้อยๆติดหนี้ ซึ่งในรายงาน บอกว่า 1 ใน 2 หรือ 50% ของคนรุ่นใหม่ ติดหนี้

ที่มากไปกว่านั้นก็คือ ไม่ใช่คนอายุน้อยๆ จะติดหนี้เยอะขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คนที่อยู่ในวัยเกษียณ เช่นอายุ 60-80 ปี ก็ก่อหนี้เช่นเดียวกัน และหนี้ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะลดลง และนี่คือสัดส่วนของการเป็นหนี้

  • หนี้สินเชื่อบุคคล 17%
  • สินเชื่อรถยนต์ + บัตรเครดิต 9%
  • สินเชื่อบ้าน 4%

สำหรับหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้นั้น กลับตาลปัตร เพราะโดยมากแล้วเราจะคิดว่าคนอายุมากๆ วัยเกษียณ นั้นจะทำให้เกิด Bad Debt หรือ NPL สูงที่สุด (หนี้เสีย) แต่กลับกลายเป็นกลุ่มคนอายุน้อยซะมากกว่า ซึ่งอันนี้น่าเป็นห่วงเพราะ การที่กลุ่มคนอายุน้อยๆ ที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศนั้นติดหนี้ มากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจไม่เสถียร และอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดฟองสบู่ แตกในระยะยาวได้เลย

อะไรคือการเปลี่ยนแปลงระหว่างปี 2552-ปัจจุบัน? ที่ทำให้หนี้เพิ่ม?

หากย้อนรอยดูประวัติในประเทศไทย ในปี 2009 หรือปี 2552 ที่ผ่านมา และเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ที่อาจมีผลกระทบต่อรายได้รวมของประเทศในทางลบ และอาจทำให้คนติดหนี้เยอะขึ้นก็อาจจะเป็นเรื่องการเมือง ที่มีการชุมนุม การปะทะกันระหว่างเสื้อเหลือและเสื้อแดง การปิดสนามบิน และในปีต่อๆมาเช่น ปี 2011 ก็จะมีเหตุการณ์ใหญ่ น้ำท่วมใหญ่ ซึ่งทำให้หลายครอบครัวติดหนี้ติดสินเพิ่มเติมจากการกู้เงินธนาคาร เพื่อซ่อมแซมบ้าน ซึ่งในปัจจุบันหลายธนาคารออกมาให้สินเชื่อสำหรับบ้านน้ำท่วม และหลายครอบครัวขาดรายได้ เพราะน้ำท่วม ทั้งในต่างจังหวัด และกรุงเทพ ซึ่งสิ่งนี้ จะเป็นสิ่งที่จะไปโทษ ประชาชน หรือ จะบอกว่า ประชาชน ใช้เงินจนมือเติบก็ไม่ถูกต้องทีเดียว เพราะ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้มีใครเกิดขึ้น และทำให้สุมหนี้ สะสมหนี้ส่วนบุคคลตั้งแต่ตอนั้นเป็นต้นมา