ads

การเปิดใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตออกมาดูในแต่ละเดือนเป็นอะไรที่เจ็บจี๊ดจริงๆ บางคนถึงกับไม่อยากดูมันหรอก เพราะมันเป็นอะไรที่สะเทือนใจ แต่หลายคนอาจจะต้องดู และจำเป็นต้องดู ไม่ว่าไม่อยากเห็นแค่ไหน เพราะหากมีหนี้เป็นหลักหมื่น หลักแสน หรือหลักล้าน มันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคำนวนการผ่อนชำระหนี้ให้ดีมากกว่าเดิม และเมื่อเร็วๆนี้ เราได้เห็นหลายคนพยายามหา การ “กู้เงิน เพื่อ ปิดบัตรเครดิต” กันค่อนข้างเยอะ เพราะคิดว่า การกู้เงิน เพื่อมาปิดบัญชีบัตรเครดิต เคลียร์หนี้ทั้งหมด เป็นอะไรที่ง่ายที่สุด แต่มันจะทำให้คุณติดหนี้ กับเจ้าหนี้เจ้าใหม่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นเจ้าหนี้นอกระบบด้วยแล้ว ยิ่งอันตรายและกลายเป็นหนีเสือปะจระเข้ในที่สุด

การจ่ายหนี้บัตรเครดิต โดยการกู้ ไม่ใช่การใช้เครื่องมือทางการเงินที่ถูกต้องซักเท่าใดนัก แต่มันอาจทำให้เราสบายใจขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เช่นยืมเงินเพื่อนมาปิดหนี้บัตรเครดิต แต่เจ้าหนี้ใหม่ก็อยู่ที่คนใกล้ตัว เมื่อไม่มีเงินจ่ายเดี๋ยวก็ทะเลาะกันอีก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณต้องรู้ว่าอะไรทำให้คุณมาติดหนี้บัตรเครดิตตั้งแต่แรก? ซึ่งอาจจะเป็นความจำเป็นที่ต้องเอาบัตรถอนเงินสดออกมารักษาพยาบาล หรือใช้ฉุกเฉิน คุณอาจจะใช้เงินสำรองไปทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว และนั่นทำให้เกิดหนี้สะสมเป็นเงาที่ใหญ่กว่าตัวมาจนถึงทุกวันนี้

2 วิธีคิดที่จะทำให้เคลียร์หนี้ได้เร็ว

เพราะการเข้าใจว่า คุณติดหนี้ตั้งแต่แรกได้อย่างไร เป็นการหาเหตุผลทางจิตวิทยาที่จะทำให้คุณไม่ตกไปในที่นั่งนั้นอีก และมันก็จะมีสองทางเลือกย่อยๆ เช่นคุณอยากจะเคลียร์หนี้ไปทั้งหมดเลยทีเดียวแบบเร็วๆ หรือ คุณอยากจะค่อยๆผ่อนไป เพราะต้องการอะไรมากระตุ้นให้คุณหาเงินได้เยอะขึ้นในแต่ละเดือนเพื่อมาใช้หนี้ดี และนี่ คือแผน การใช้หนี้ที่เค้าคิดขึ้นมาเพื่อกระตุ้นคนติดหนี้ เรือน หมื่น เรือน แสน และไปจนถึงหลักล้านโดยเฉพาะ

5 สินเชื่อปิดบัตรเครดิต ที่คนนิยมใช้งาน

สินเชื่อสำหรับปิดบัตรเครดิตด้านล่างนี้ เป็นสินเชื่อที่อนุมัติวงเงินสูงสำหรับการปิดบัตรเครดิต และมี อัตราภาระหนี้ค่อนข้างสูง คือสามารถอนุมัติได้แม้จะมีหนี้บัตรอยู่หลายใบก็ตาม

  1. Citi Personal Loan – สินเชื่อ ซิตี้
  2. สินเชื่อ กสิกรไทย สำหรับปิดหนี้บัตร
  3. สินเชื่อ CIMB ปิดหนี้บัตร
  4. สินเชื่อ UOB ปิดบัตรเครดิต
  5. สินเชื่อ ธนาคารออมสิน ปิดหนี้บัตร

เคลียร์หนี้แบบภูเขาหิมะถล่ม – เริ่มต้นเคลียร์หนี้ กับ เงินต้นที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน และไล่ลงมาเรื่อยๆ จนถึง หนี้ที่มีดอกเบี้ยต่ำที่สุด วิธีนี้จะทำให้ประหยัดเวลา และ เงินค่อนข้างมาก

เคลียร์หนี้แบบลูกบอลหิมะ – ลูกบอลหิมะเริ่มต้นจากลูกเล็กๆ จนมันสะสมกลายเป็นลูกใหญ่ นั่นก็คือ การเคลียร์หนี้ ก้อนเล็กๆ ก่อน ทำให้รู้สึกดีว่าเราได้ปลดภาระออกไปบ้างแล้ว และทำให้รู้สึกว่าอยากจะสู้ต่อไปได้

ลูกบอลหิมะจะหนาขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับการเคลียร์หนี้นั่นแหละ

ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีการเคลียร์หนี้ แบบไหน ข้างต้น การมีวินัยในการจ่ายหนี้ จะทำให้คุณประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน และตอนนี้ถึงเวลาที่จะมาเข้าใจวิธีการในการเคลียร์หนี้ หรือการใช้ Financial Tools คือเครื่องมือทางการเงินทำให้คุณ มีพลังที่จะเคลียร์หนี้ได้เพิ่มมากขึ้นและรวดเร็วมากยิ่งกว่าเดิม

2 วิธีในการใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีอยู่ เคลียร์หนี้ให้หมดรวดเร็ว

เริ่มต้นด้วยความเข้าใจในการเคลียร์หนี้สิน ซึ่ง Credit Score หรือคะแนนเครดิตจากเครดิตบูโร เพราะคะแนนจากเครดิตบูโรจะเป็นตัวตัดสินว่าคุณจะสามารถาใช้เครื่องมือทางการเงินที่เราจะกล่าวถึงได้หรือไม่ เพราะหากว่าต่ำเกินไปคุณอาจจะไม่มีทางเลือกอื่นๆ แม้แต่การสมัครบัตรเครดิตใบใหม่ ดังนั้นหากตอนนี้สามารถทำให้ Score สูงขึ้นได้ รีบทำตอนนี้เลย

วิธีที่ 1 ใช้ Debt หรือ Balance Transfer หนึ่งตัวหรือมากกว่า

คำถามคืออะไรคือ Balance Transfer? หากขี้เกียจอ่านมาก ก็อธิบายสั้นๆ ก็คือการที่เราย้ายหรือเปลี่ยนเจ้าหนี้ โดยเอายอดหนี้เดิมวิ่งตามไปด้วย ซึ่งหากคะแนนเครดิต หรือประวัติการจ่ายเงินคุณดี คุณอาจจะได้ ดอกเบี้ย 0% ไปเลย หรือ เป็นแบบ APR ก็ได้ ซึ่งหากคุณติดหนี้บัตรเครดิต จากธนาคาร A โดยมากธนาคาร A จะไม่ยอมลดดอกเบี้ยให้ แต่มันจะมีธนาคารอื่นๆ ที่ต้องการคุณไปเป็นลูกค้า และเคลียร์หนี้ให้ก่อน ตัวอย่างเช่นธนาคาร B ที่จะเข้ามาบอกว่าให้ย้ายไปที่เค้าได้เลย และศัพท์ที่เค้าใช้เรียกกันติดปากก็คือ สินเชื่อ Refinance นั่นเอง โดยธนาคารในไทยจะมีเช่น TMB, UOB, และ สินเชื่อบุคคล Citi ซึ่ง คุณอาจจะต้องจ่ายรายเดือนให้เค้าเป็นเงินต้นสูงกว่าที่เดิม

วิธีที่ 2 ทำเรื่องขอ Personal Loan หรือกู้เงินรายบุคคล

หากคุณไม่อยากจะติดหนี้บัตรเครดิตอีกต่อไป คุณอาจจะต้องไปกู้เงินเพื่อปิดบัตรเครดิต หรือปิดยอดบัตรเครดิต โดยดอกเบี้ยจากการกู้เงินส่วนตัวนี้ จะประมาณ 20% ขึ้นไป แต่หากว่าคุณมีเครดิตที่ดี คุณก็อาจจะได้ดอกประมาณ 5-6% และอาจต้องวางทรัพย์สินค้ำประกันด้วย ซึ่งโดยมากจะมีระยะเวลาในการใช้คืนประมาณ 1-3 ปีขึ้นไป และทำให้คุณหายใจหายคอได้บ้าง


สุดท้ายนี้เราไม่แนะนำให้คนที่ติดหนี้บัตรเครดิต ไปทำเรื่องกู้ยืมนอกระบบ เพราะนอกจากอันตรายแล้ว คุณอาจโดนชาร์จค่าดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้อีกด้วย และอาจต้องมีการเซ็นโอนลอย ทรัพย์สินบางประเภท ซึ่งไม่เพียงแต่ตัวเองที่จะเดือดร้อน จะทำให้คนอื่นๆ เดือนร้อนตามไปด้วย และท้ายที่สุด ก่อนที่จะทำบัตรเครดิตอะไรก็ตาม ควรศึกษาเกี่ยวกับการทำซะก่อน และควรใช้เงินแต่พอดี อย่าฟุ้งเฟ้อมากจนเกินไป

สินเชื่อที่ผ่านง่าย สำหรับคนที่คะแนนเครดิตไม่ดี

สินเชื่อบุคคล และบัตรเครดิตที่ผ่านยาก ต้องมีคะแนนเครดิตดีเท่านั้น