ads

การขอสินเชื่อบุคคลแต่ละครั้ง ทั้งแบบที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือไม่มีก็ตาม แล้วผลลัพธ์ก็คือ “ถูกปฎิเสธ” หรือ Reject คงเป็นอะไรที่เครียดพอสมควร เพราะคนที่จะไปหาสินเชื่อ แปลว่าต้องการเงินอย่างเร่งด่วน เครียดเรื่องเงินยังไม่พอ ยังกู้ไม่ผ่านอีกซะงั้น เช่นเดียวกันกับที่หลายคนที่พยายามสมัครบัตรเครดิตให้ผ่าน และต้องมานั่งหาว่า บัตรเครดิตธนาคารไหนดี และผ่านง่ายที่สุด ในขณะที่ ไม่มีใครสามารถบอกคุณได้ ว่าการยื่นขอสินเชื่อบุคคลครั้งหน้าจะผ่านหรือไม่ แต่ มันก็มีวิธีเตรียมตัวก่อนไปขอกู้ใหม่อีกรอบเพื่อที่จะทำให้ผ่านง่ายกว่าเดิม หรือมีเปอร์เซ็นต์ที่จะจบง่ายมากกว่าเดิม และนี่คือ 5 เทคนิคเล็กๆน้อยๆ ที่จะช่วยให้การขอสินเชื่อครั้งต่อไป “ดูดีขึ้น”

ปรับคะแนน Credit ของคุณให้สูงขึ้น

เช่นเดียวกับการเทคนิคที่ควรรู้ก่อนการซื้อบ้าน การกู้เงินหรือขอสินเชื่อ ธนาคารและสถาบันการเงินใช้หลักการเดียวกันในเบื้องต้นก็คือ การเช็คคะแนน Credit Score จาก Credit Bureau เพราะการเช็คคะแนนผ่าน เครดิตบูโร เป็นพื้นฐานของการเช็คเครดิตทั้งหมด เนื่องจากคะแนนจะสามารถบอกได้ว่า ฐานะทางการเงินของผู้ยื่นกู้เป็นอย่างไร และนิสัยในการใช้เงินของแต่ละคนเป็นอย่างไร และนี่คือ step แรก ก่อนการยื่นกู้ครั้งต่อไป ให้เช็คคะแนน Credit ของตัวเองซะก่อน และหากคะแนนออกมาไม่ดี นี่คือสิ่งที่ควรจะต้องปรับปรุงในคะแนน Credit นั้นๆ

  • ข้อมูลส่วนบุคคล และ ข้อมูลต่างๆทางการเงิน ควรจะถูกปรับปรุงให้เป็นข้อมูลล่าสุดซะก่อน
  • ข้อมูลทางการเงินทั้งหมดในเครดิตบูโร อาจไม่ได้อัพเดท หรือมีรายการทางการเงินที่ไม่เกี่ยวกับคุณ คุณควรแจ้งและให้เค้าปรับให้ถูกต้อง

จัดการกับการเงินของคุณให้ดี

มันก็คือการทำยังไงก็ได้ให้บัญชีหนี้สินและบัญชีเงินสดของคุณเดินดีที่สุด เพื่อที่จะไปปรับปรุงคะแนนเครดิตของคุณใน บูโรนั่นแหละ โดยแบ่งออกเป็นสองหมวดดังนี้

  • จัดการการเงิน ในเรื่องของรายได้ – รายได้ไหนที่รับเป็นเงินสดอยู่ (ไม่ได้เสียภาษี) ควรปรับเปลี่ยนมาเป็นรายได้ที่เสียภาษี เพราะมันจะแสดงอยู่ในบัญชีของคุณเอง
  • จัดการการเงินในเรื่องของรายจ่าย ที่ใช้เงินกู้ – เช่นบัตรเครดิต หนี้สินอื่นๆ ที่อยู่ในระบบ ควรจ่ายให้ตรง จ่ายให้เต็มจำนวน เพราะจะทำให้คะแนนเครดิตของคุณดีขึ้นกว่าเดิม

และสองข้อด้านบนนี้มันจะทำให้การ ขอสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านง่ายขึ้น และมากไปกว่านั้น ควรจะมานั่งพิจารณาด้วยว่า มีกี่ครั้งแล้วที่ผ่านมาเคยได้สมัคร สินเชื่อไปแล้วกี่ครั้งภายใน 12 เดือน หากว่าสมัครไปหลายครั้งแล้วให้หยุดก่อน และหาตัวเลือกอื่นๆเช่น การกดเงินสดจากบัตรเครดิต หรือ เปลี่ยนเป็นสินเชื่อเงินสดประเภทอื่น เช่นสินเชื่อรถยนต์ หรือ บัตรกดเงินสด

กฎเหล็กของการขอสินเชื่อบุคคล

  • อย่าสมัครสินเชื่อบุคคลแบบอะไรมาก็สมัครหมด ถ้าคุณไม่ได้ต้องการจริงๆ
  • ถ้าที่ไหนคุณยังมีเครดิตที่ดีกับเค้าอยู่ พยายามจ่ายให้ตรง และจ่ายให้ครบ
  • ถ้าคุณมีบัตรเคริต อย่าใช้เต็มวงเงิน ให้ใช้แค่เพียง 20 – 25% ของวงเงินที่อนุมัติ เพื่อให้มีเครดิตที่ดี
  • ถ้ามีกำลังพอที่จะจ่ายสินเชื่อที่ไหน หรือหนี้ในระบบที่ต่างๆ ให้ครบ พยายามอย่าเสียโอกาสนั้นๆ

เช็คดูว่าคุณเหมาะกับสินเชื่อประเภทนั้นหรือไม่?

บางสินเชื่อ ต้องมีเงินฝากกับทางธนาคารเจ้าของสินเชื่อ บางสินเชื่อ ต้องการเงินเดือนสูงกว่า เช่น 35,000 บาทขึ้นไป การที่จะไปสมัครสินเชื่อที่ไม่ตรงกับ กฎที่เค้าตั้งเอาไว้ ไม่เพียงแต่เสียเวลากันทั้งสองฝ่าย แต่ทางผู้ขอสินเชื่อยังจะเสียโอกาสในการหาสินเชื่อดีๆ และต้องมาวุ่นวายกับการส่งเอกสาร แต่สำหรับคนที่อยากได้สินเชื่อที่มีเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 สามารถเช็คได้ที่นี่

สมัครและขอวงเงินเท่าที่ต้องการใช้ จะผ่านง่ายขึ้น

จากมุมมองของผู้ให้กู้ยืมทุกคน มันมีความเสี่ยงที่จะให้คนๆหนึ่งกู้เงิน 200,000 บาท มากกว่า 20,000 บาท หากว่าคะแนนเครดิตเท่ากันหมด และไม่มีปัจจัยอื่นๆมาประกอบ ในระหว่างที่คุณต้องการแค่ 20,000 บาท คุณอาจจะบอกว่า ถ้าขอได้ 100,000 บาท ก็ดีกว่าน่ะสิ แต่จริงๆแล้ว ถ้าขอเท่าที่ตัวเองต้องการใช้ จะทำให้การขอสินเชื่อผ่านง่ายขึ้นกว่าเดิม

ให้มีความซื่อสัตย์เสมอ

บริษัทไฟแนนซ์ สินเชื่อ ธนาคาร หรือ สถาบันการเงิน ต้องการความจริงใจ (ไม่ tricky) กับผู้สมัครสินเชื่อทุกคน การให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ไม่ตรง ไม่ละเอียด หรือพยายามปิดบังข้อมูลต่างๆ นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังทำให้ไม่ได้รับการอนุมัติจากที่ใดๆ เลย การให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริง เริ่มต้นตั้งแต่การกรอกใบสมัคร ชื่อ นามสกุล เงินเดือน หนี้สิน ฯลฯ ข้อมูลบนใบสมัครที่เป็นข้อเท็จจริงจะทำให้ได้สินเชื่อเร็วขึ้น และได้รับความไว้วางใจจากทางผู้ให้กู้ยืม