ads

ใครจะพูดถึง Bitcoin ก็ต้องร้องอ๋อ และทุกคนรู้จัก สกุลเงินดิจิตอลนี้ในตลาดซึ่งมีการซื้อขายกันอย่างแพร่หลาย จนบางเว็บบางธุรกิจเปิดรับให้จ่ายเงินค่าสินค้าโดยการใช้ BTC ด้วย ซึ่งจริงๆแล้ว Bitcoin ก็เป็นเงินแบบ Cryptocurrency ตัวหนึ่ง แต่มันก็ยังมีอีกหลายๆตัวที่น่าลงทุน แต่ประเด็นสำคัญคือ BTC หรือ บิทคอยน์ นั้น มีความผันผวนระดับโลก ซึ่งหลายคนเจ็บตัวมาก หากซื้อไปในช่วงปลายปี 2017 ที่ผ่านมา เพราะมูลค่าปัจจุบัน ถึงแม้จะเพิ่มสูงขึ้นแต่ก็ยังไม่เท่ากันกับที่มันเคยขึ้นไป

ในปี 2018 และ 2019 นี้ มีหลายฝ่ายที่คาดการณ์ว่า ราคาของบิทคอยน์ จะสูงขึ้นกว่าเดิม แต่ ก็มีหลายฝ่ายบอกว่ามันจะดำดิ่งและจะไม่มีใครลงทุน (ซึ่งจริงๆแล้ว หากจะบอกว่ามันไม่น่าลงทุน ก็ไม่น่าใช่เพราะ บริษัท Broker ใหญ่ๆ ของ Russia เช่น IQoption ก็ยังลงทุนใน Bitcoin) ซึ่งสำหรับ ปลาซิวปลาสร้อย อย่างนักลงทุนรายย่อยทั้งในไทยและต่างประเทศนั้น การกระโดดเข้าไปเล่น BTC ตอนนี้ อาจจะ เป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก เพราะราคา มันผันผวนจาก ต่ำกว่า 180,000 ต่อหน่วย กระโดด ไปสูงกว่า 300,000 บาท ต่อหน่วย เพียงไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งแน่นอนว่า ข่าวค่าเงินแบบนี้ ทำให้หลายคนสนใจ อยากไปลงทุน และแม้แต่ขยาดไม่อยากลงทุนเลยทีเดียว

ดังนั้น การที่จะไปลงทุนใน Digital Currency หรือ Cryptocurrency ในลักษณะนี้ เราอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องไปมองแค่ Bitcoin เพราะมันยังคงมี ค่าเงิน Crypto ตัวอื่นๆ ที่น่าลงทุน และน่าสนใจกว่า Bitcoin เยอะ ด้วยปัจจัยที่ว่า ราคาไม่ผันผวน และ มีการซื้อขาย (Volume) ที่พอเป็นไปได้ที่จะทำให้ตลาดไม่ซบเซา และนี่คือ 10 สกุลเงิน ที่เราจัดอันดับความน่าสนใจ ที่น่าลองลงทุนในต่างประเทศที่สุด

10 Cryptocurrencies ตัวเด่น นอกเหนือจาก บิทคอยน์ ไม่เก็ง BTC ก็รวยได้

Ethereum ตัวย่อคือ ETH

Ethereum อ่านว่า “อีธีเรียม” ที่ได้รับการแนะนำเข้าตลาดโดย Vitalik Buterin ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนค่อนข้างมาก และตัวนี้เป็นอันดับสองรองจาก BTC หรือ Bitcoin นั่นเอง ด้วยอัตราการซื้อขาย Volume ที่ชัดเจน ซึ่งมีจุดเด่นดังนี้

  1. ผู้ซื้อขายสามารถสร้าง Smart Contracts ของตัวเองได้
  2. เนื่องจาก Contracts เป็นแบบ Custom ก็จะมีความยืดหยุ่นในการซื้อขาย
  3. Ethereum มีการทำงานสองแบบ คือทำให้ระบบการซื้อขายลื่น และทำการจ่ายให้กับผู้ที่อยู่ใน platform
  4. สกุลเงิน Ethereum มีมูลค่าสูงถึง 4 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่าที่ค่อนข้างสูง
  5. แม้ว่า BTC จะราคาร่วง แต่ Ethereum ยังคงอยู่ได้และมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ

Ripple (XRP)

เป็นค่าเงินที่มีอัตราเติบโตน่าตกใจที่สุดที่ 700% ซึ่ง Ripple นั้นก็เป็นสกุลเงินดิจิตัลที่น่าลงทุนอีกตัว โดยมีจุดเด่นดังนี้

  1. ระบบของ Ripple ป้องกันการเทรดแบบป้องกันการโกงได้ดี
  2. เนื่องจากมี Volume ที่ไม่เยอะจนเกินไป ความผันผวนจึงไม่หนักหน่วงเท่า Bitcoin และ Ethereum
  3. ในปี 2018 XRP แตกตัวออกมาเป็นอีกหลายสกุลเช่น xRapid, xCurrent, และ xVia ซึ่งทำให้ XRP เติบโตตามไปด้วย
  4. มูลค่าของ XRP อยู่ที่ 17,000 ล้าน USD และมีจำนวนอยู่ที่ 39 ล้านหน่วย ในปัจจุบัน
  5. มี partner เข้าร่วมเช่น American Express, ธนาคาร Axis, ธนาคาร Standard Chartered (ปัจจุบันในไทยไม่มีแล้ว) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการไหลเวียนของเงิน ซึ่งทำให้ Ripple ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

Litecoin (LTC)

พ่อของ Litecoin ก็คือ Charlie Lee ผู้ซึ่งเป็นพนักงาน Google เก่า ซึ่งจุดประสงค์ในการสร้าง Litecoin ก็คือ อยากสร้างสกุลเงินที่มีความคล่องตัว เบาตัวมากกว่าสกุลอื่นๆ ซึ่ง Litecoin ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2011 โดยการใช้ช่องทางแบบ  Open Source นั่นก็คือ GitHub

จริงๆแล้ว litecoin นั้นมาจาก bitcoin นั่นแหละ โดยมีจุดเด่นที่คล้ายคลึงกัน และใช้เทคโนโลยีที่เหมือนๆกัน แต่ กลายเป็นว่า BTC นั้น เด่นดังมากกว่า LTC ค่อนข้างมาก ซึ่งนี่คือจุดเด่นโดยรวมของ Litecoin

  1. ถูกเรียกว่าเป็น Silver ของวงการ Crypto (หากเปรียบ Bitcoin เป็นทอง Litecoin ก็จะเป็นเงิน) นั่นหมายความว่าเป็นสกุลที่น่าเชื่อถือได้ ระดับรองลงมา
  2. ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2011 จึงน่าเชื่อถือพอสมควร
  3. มีมูลค่าถึง 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ
  4. สามารถใช้ Litecoin ซื้อ Bitcoin ได้
  5. คาดว่ามีอัตราการเติบโตที่ดี แต่ก็ไม่ได้กระโดดเท่ากับ Ripple

NEO Coin

ถ้าจะบอกว่าจะเทียบ นีโอ กับสกุลเงินจริงๆ ก็อาจจะเป็น เงินหยวนนั่นแหละ เพราะมันถือกำเนิดมาจากประเทศจีน และเค้าบอกว่าค่าเงิน NEO อาจเป็นค่าเงินที่เปลี่ยนแปลงการซื้อขายสินค้าในโลกของเราเลยทีเดียว

ค่าเงิน NEO นั้นเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Ethereum แต่มีความเร็วใน Transaction มากกว่า Ethereum

  1. มีความเร็วของ Transaction ค่อนข้างมาก
  2. หลายฝ่ายคาดการณ์ NEO เติบโต แบบก้าวกระโดดในอนาคต
  3. มีมูลค่า 2 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ
  4. ราคาไม่แกว่งมากเกินไป และมีการคาดการณ์ราคาสูงสุดที่ $430+ (ปัจจุบันที่ $30+)
  5. เหมาะกับการลงทุนระยะยาว สำหรับคนไม่ชอบความหวือหวา

Monero ตัวย่อคือ XMR

เป็นการเทรดค่าเงินดิจิตอลแบบ anonymous คือจะไม่มีใครรู้เลยว่า ใครซื้อขาย Monero กันบ้าง เพราะระบบ Blockchain ที่ Monero ใช้ จะเป็นแบบซ่อนที่อยู่ผู้ซื้อขาย ที่เรียกว่า “Stealth Address” เหมาะสำหรับคนที่ชอบเทรดแบบ Private มากกว่าการ go public

  1. การซื้อขายเป็นแบบลับๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่อยากเปิดเผยตัว
  2. มีมูลค่าให้ชื้นใจที่ 2 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ
  3. อาจมีราคาสูงถึง $400
  4. และนักวิเคราะห์เค้าทำการบ้านมาแล้ว ให้ความเห็นว่า อาจมีมูลค่าสูงถึง $1,300 ต่อหน่วย ในระยะเวลา 5 ปี

Stellar Lumens ตัวย่อคือ XLM

พ่อของ XLM คือ Jed McCaleb ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่สร้าง Ripple ขึ้นมานั่นเอง ซึ่งเป็นสกุลเงิน Digital น้องใหม่ ซึ่งถูกค้นพบโดยบังเอิญ ระหว่างที่ Bitcoin ถูกแฮค เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งจริงๆแล้ว XLM เป็นสกุลเงินที่น่าสนใจมากเพราะมันมี ผู้ร่วมลงทุนอย่าง Stripe (คล้ายๆกันกับ Paypal) และนอกจากนั้น ใครจะไปรู้ว่า IBM ก็เป็นหุ้นส่วนของ XLM ด้วย

  1. มี partner ร่วมทุนอย่าง Strip และ IBM ทำให้ดูน่าเชื่อถือมากๆ
  2. มีมูลค่ามากถึง 3 พันล้าน ดอลล่าร์สหรัฐ
  3. ราคาต่อหน่วยถูกมาก ต่ำกว่า $1 USD ทำให้หลายคนเข้าซื้อได้
  4. มีการประเมินว่า จะมีอัตราการเติบโตสูง ถึง $1+ (หลายร้อย %)
  5. การประเมินทุกอย่างมาจากผู้ที่มีชื่อเสียงอย่าง IBM และ Stripe

Cardano (ADA Coin)

เป็นที่น่าดีใจ เพราะค่าเงินตัวนี้ ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทในฮ่องกง นั่นก็คือ IOHK และเป็นค่าเงินตัวแรกที่พัฒนาจาก Haskell Code (ตัวสำหรับ test coding) ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยี Blockchain ซึ่ง Cardano นั้นเป็นหนึ่งใน โปรเจคแบบ Open source นั่นแหละ

  1. สามารถสร้าง Smart Contract ได้
  2. สามารถเชื่อมต่อได้กับ DLT หรือ Distributed Ledger Technology
  3. ราคาต่ำ มี จำนวนหน่วยเยอะถึง 26 พันล้าน (26,000 ล้าน หน่วย)
  4. มีการซื้อขายในตลาดที่น่าเชื่อถืออย่าง Binance, Upbit ฯลฯ
  5. มีการ support โดยบริษัทชื่อดังอย่าง Cardano Foundation และ Emurgo ซึ่งเป็นบริษัท blockchain ขนาดใหญ่

Tether ตัวย่อยาวหน่อยคือ USDT

เป็นสกุลเงินแรกๆที่ออกมา เพื่อจับค่าเงินของ USD ซึ่งตัวย่อมันก็จำง่ายๆ คือ USD + Tether มีมูลค่าถึง 2,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพึ่งพิงความผันผวนของ USD และสามารถ แปลงเป็นเงิน USD ได้ง่ายๆ

Bitcoin Cash BCH

หากจะเทียบตัวนี้กับหุ้น เราขอ เทียบเป็นหุ้น Apple น่าจะเหมาะที่สุด และมันเป็นตัวที่ใช้ Technology เดียวกันกับ Bitcoin เลย ทั้งการขุด Bitcoin และมีความเร็วของ Transaction พอๆ กับ Bitcoin ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 12,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ

TRON ตัวย่อ TRX น่าสนใจมาก

คนคิดค้นค่าเงินนี้ ต้องบอกว่าเป็นวัยรุ่น นั่นก็คือ Justin Sun ซึ่งเป็นนักศึกษาชาวจีน ที่ทำงานให้กับ Ripple นั่นเอง และค่าเงิน Tron นั้นมาจาก Blockchain ที่จะเพิ่ม content ให้กับโลกของเราได้ฟรีๆ โดยที่ทุกคนสามารถที่จะสร้าง content ได้

ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันนี้ หากเราจะโฆษณาบทความของเราซักตัวหนึ่ง เราจะต้องใช้ช่องทาง อย่าง Google, Youtube, Apple, Yahoo, Spotify ฯลฯ เป็นช่องทางที่จะหาเงินเข้าเว็บไซด์ และได้รับเงินจากการขายโฆษณา ซึ่งเม็ดเงินจะถูกกำหนดโดยตัวกลางอย่าง Google, Facebook ฯลฯ

ดังนั้น TRON จึงเข้ามาแทนที่ โดยการให้ผู้สร้าง content ส่ง content ไปที่ TRON Blockchain และได้รับเงินจากการที่ content เหล่านั้น มีการเข้าชม

ณ ปัจจุบัน Tron มีมูลค่า 164 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ แต่กำลังถีบตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่อัตราการเติบโตอาจไม่สามารถเทียบกันกับสกุลเงินตัวอื่นๆได้


ทั้ง 10 ตัวนี้ เป็นค่าเงิน Cryptocurrency ที่น่าจับตามองในปี 2018 ไปจนถึงปี 2020 เลยทีเดียว และด้านล่างนี้เป็นบทความเกี่ยวกับเงิน crypto หรือ bitcoin รวมถึง crypto wallet สำหรับหาความรู้เพิ่มเติม