เช็กเลย ! สินเชื่อช่วยน้ำท่วม สำหรับผู้ประสบภัย มีธนาคารไหนบ้าง?

in

/

/

เปิดรายชื่อสถาบันการเงิน ช่วยผู้ประสบอุทกภัย

ตามที่ทราบกันดี ประมาณกลางเดือนสิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา เกิดสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ของประเทศ ทั้ง จ.น่าน จ.เลย จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก ส่งกระทบต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงพืชผลทางการเกษตร ซึ่งส่งผลให้ดำเนินชีวิตอย่างยากลำบาก ฉะนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและคลายความกังวลในเรื่องภาระหนี้สินให้ประชาชนและเกษตรกรที่ประสบภัยดังกล่าว สถาบันการเงินหลายแห่งได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน

สำหรับสถาบันการเงิน ที่ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อช่วยน้ำท่วม สำหรับผู้ประสบภัย ในครั้งนี้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพหรือเหตุฉุกเฉินจำเป็นในครัวเรือน และซ่อมแซมที่พักอาศัย ประกอบด้วย

ธนาคารออมสิน

ธนาคารออมสิน ออกสินเชื่อฉุกเฉิน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 63
ธนาคารออมสิน ออกสินเชื่อฉุกเฉิน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 63

ธนาคารออมสิน มีมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน เพื่อแก้ไขและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย โดยเปิด 2 โครงการสินเชื่อ ประกอบด้วย

สินเชื่อเคหะแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ

โดยให้สิทธิยืนกู้ทั้งลูกค้าเดิมและประชาชนทั่วไปที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อนำไปซ่อมแซมหรือต่อเติมส่วนที่เสียหาย

  • กู้ได้ 100% ของราคาประเมินเฉพาะที่จะซ่อมแซมต่อเติม แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
  • ผ่อนชำระได้ไม่เกิน 40 ปี
  • อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 คงที่ 0% ปีที่ 2-3 อัตราดกเบี้ยคงที่ 3.00% ต่อปี และ ปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR-0.75% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย MRR ของธนาคารฯ ปัจจุบัน = 6.245% ต่อปี)
สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ
  • ให้กู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท
  • ชำระเงินคืนเป็นรายเดือน ผ่อนชำระได้ 3-5 ปี
  • อัตราดอกเบี้ยปีแรก 0% ต่อเดือน โดยที่ 3 เดือนแรกไม่ต้องชำระ หลังจากนั้น ปีที่ 2-5 คิดอัตราดอกเบี้ย 0.85% ต่อเดือน (Flat Rate)

นอกจากนี้ ธนาคารออมสิน จะยกเว้นค่าธรรมเนียมการขอสินเชื่อด้วย โดยสามารถใช้บุคคลค้ำประกันได้ไม่เกิน 2 คน มีอาชีพและรายได้แน่นอนตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไปไม่น้อยกว่า 1 คน หรือใช้บัญชีเงินฝาก/สลากออมสินพิเศษ/อสังหาริมทรัพย์ หรือใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ Micro Entrepreneurs ค้ำประกัน ซึ่งธนาคารออมสินจ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 2% ต่อปีของภาระค้ำประกันให้แก่ผู้กู้ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไปจนครบสัญญา

สำหรับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ธนาคารออมสิน Call Center โทร.1115 หรือสามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสิน สาขาใกล้บ้าน


ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน

เป็นสินเชื่อสำหรับลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติ ปี 2563/64 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพหรือเหตุฉุกเฉินจำเป็นในครัวเรือน

  • วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท
  • คิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือนแรก ตั้งแต่เดือนที่ 7 เป็นต้นไป ตามอัตราดอกเบี้ย MRR
สินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต

เพื่อเป็นค่าลงทุนสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรือโรงเรือนการเกษตร ซ่อมแซมเครื่องมือเครื่องจักรกล ทางการเกษตรหรือฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหาย

  • วงเงินกู้รายละไม่เกิน 500,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ย MRR-2

ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ธ.ก.ส. Call Center 0-2555-0555 (บริการ 24 ชั่วโมง ทุกวัน) หรือศูนย์บริการลูกค้า 1593 (บริการในวันและเวลาทำการ) หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ 0-2558-6555


ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิด 7 มาตรการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 63
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิด 7 มาตรการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 63

ธนาคาร ธอส. ได้จัด“โครงการเงินกู้ที่อยู่อาศัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติปี 2563” ถึง 7 มาตรการด้วยกัน ดังนี้

(1) ลดดอกเบี้ยเหลือ 0% ต่อปี นาน 4 เดือนแรก

(2) ให้กู้เพิ่มหรือกู้ใหม่ ดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก

(3) ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 4 เดือน ดอกเบี้ย 0% ต่อปี 4 เดือน ไม่ต้องชำระเงินงวด

(4) ประนอมหนี้ไม่เกิน 1 ปี ดอกเบี้ย 1% ต่อปี

(5) เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรให้ผ่อนชำระดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี

(6) ที่อยู่อาศัยเสียหายทั้งหลังซ่อมแซมไม่ได้ให้ปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร

(7) พิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fast Track) สำหรับลูกค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันภัย จ่ายค่าสินไหมเร่งด่วน และกรณีกรมธรรม์เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2562 เพิ่มความคุ้มครองตามความเสียหายจริงแต่ไม่เกินภัยละ 30,000 บาทต่อปี ติดต่อขอใช้มาตรการได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 ธันวาคม2563

หากท่านใดสนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ทำการสาขาของ ธอส. ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร. 0-2645-9000


READ MORE :

About the author

Thitima K.
เกาะติดเรื่องราวข่าวสารทุกเทรนด์ในโลกโซเชียล ชื่นชอบการเสาะหาโปรโมชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ และสิทธิพิเศษบัตรเครดิต รักการท่องเที่ยว ชื่นชอบการวิ่ง พร้อมบอกเล่าเคล็ดลับดูแลสุขภาพที่ไม่ควรพลาด

Add a comment

Related posts