ซื้อทองคำปี 2563 ดีไหม? 5 บทความวิเคราะห์ราคาชี้ Bull Market ชัวร์

ads

ในสัปดาห์นี้ สิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุด คงหนีไม่พ้น “ราคาทองคำแท่ง” ที่มีการถีบตัวขึ้นสูง โดยมีแนวโน้มที่ดีในปี 2563 ดังนั้น เราอาจเห็นคนแห่กันไปซื้อทองคำ แม้ว่าจะมีราคาดี ตามเยาวราช ร้านทองฮั่วเซ่งเฮง, แม่ทองสุก, ออโรร่า ทั้งทองคำแท่ง และ ทองรูปพรรณ ฯลฯ เนื่องจากราคาทองของโลกปรับตัวสูงขึ้น และในปีนี้ ตั้งแต่ต้นปี หลายคนอาจที่จะเก็บทองคำแท่งไว้ หรือ ซื้อหุ้นเกี่ยวกับทองคำ เพื่อในการ Hedging หรือ การเก็งกำไร แต่ก่อนอื่นเรามาดู ราคาทองคำย้อนหลังกัน

ราคาทองคำแท่งย้อนหลัง 2010 ถึง 2022 เดือนกุมภาพันธ์

ราคาทองคำย้อนหลังตั้งแต่ปี 2010 อ้างอิง https://www.macrotrends.net/1333/historical-gold-prices-100-year-chart

จะเห็นได้ว่า ราคาทองคำแท่ง เคยขึ้นไปสูงสุดที่ ประมาณ 1,900 ดอลล่าร์สหรัฐ ต่อ 1 ออนซ์ ในปี 2011 และ มาเป็น 1800 ดอลล่าร์ ต่อออนซ์ ในปี 2012 จากนั้น มีความผันผวนเรื่องราคา โดยแกว่งอยู่ในระยะ 1,400 – 1,100 ดอลล่าร์ต่อออนไซ์ ในปี 2016 ถึง ปลายปี 2019 และนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ราคาทองคำ ทะลุแนวต้าน กระโดดขึ้นเป็น 1,600 ดอลล่าร์ ต่อออนซ์ เป็นที่เรียบร้อย และมีการคาดการณ์จากหลายสำนัก ที่มีความคิดว่า ราคาทองในปี 2563 นี้ จะดีดตัวสูงขึ้น

อ่านต่อ: ทองคำแท่งแบ่งออกเป็นกี่บาท กี่กรัม? 

ไทยรัฐคาดการณ์ ตั้งแต่ต้นปี 2563 ราคาอาจแตะบาทละ 23,750 บาท

ข่าวเกี่ยวกับทองคำตั้งแต่ต้นปี 2563 จากไทยรัฐ วันที่ 2 มกราคม 2563 มีกล่าวเอาไว้ว่า มีการคาดการณ์ว่า ราคาทองคำอาจมีการปรับตัวขึ้นถึง 1,600 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 20,500 – 23,750 บาท ต่อทอง 1 บาท ซึ่งเป็นการคาดการณ์ที่ถูกต้อง

ในขณะที่ ประชาชาติธุรกิจ คาดการณ์ ราคาทองคำดีขึ้น เมื่อสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า ส่อแววคลี่คลาย

จริงๆแล้ว ณ เดือน กุมภาพันธ์ แนวโน้มของสถานการณ์ ไวรัสโคโรน่า ยังไม่มีวี่แววจะคลี่คลาย แต่กลับกลายเป็นหนักขึ้น (อ่านต่อ เกี่ยวกับโคโรน่าไวรัสล่าสุด) ซึ่งทางประชาชาติธุรกิจ ได้มีการลงบทความไว้ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 เกี่ยวกับค่าเงินบาทอ่อนค่าลง มีผลต่อราคาทองคำแท่งในประเทศ

Hantec Market คาดว่าแนวต้านต่อไปคือ $1,754 ต่อออนซ์


อ้างอิงเว็บไซด์เกี่ยวกับการลงทุน ในการวิเคราะห์เชิงเทคนิคของ Hantec Markets กล่าวไว้ว่า ราคาทองคำเป็นจุดที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 ที่ผ่านมา โดยหากผ่านแนวต้าน $1,695 ไปได้ แนวต้านถัดไปคือ $1,754 ดอลล่าร์ ต่อออนซ์ และหากมองถึงการวิเคราะห์แบบ Technical Analysis จะเห็นได้ว่า RSI พรุ่งไปที่ 80 แล้ว วิเคราะห์เป็น Bull Market หรือตลาดขาขึ้นของทองคำ อ้างอิง : https://hmarkets.com/selling-pressure-ramps-up-amid-significant-safe-haven-flow/

ExchangeRates.org.uk คาดการณ์ คนตุนทองไว้เพื่อเป็นทรัพย์สิน ลดความเสี่ยงเกี่ยวกับ โคโรน่าไวรัส

ราคาทองคำ สูงสุดในรอบ 7 ปี
ภาพจาก Exchangerates.org.uk

หากมีเหตุการณ์เกี่ยวกับความไม่สงบ หรือ สภาพเศรษฐกิจย่ำแย่ ทองคำ คือ ทรัพย์สินตัวสำคัญที่จะต้องมีการเก็บกักตุน และเกี่ยวกับเรื่องของโคโรน่าไวรัส อาจเป็นต้นเหตุสำคัญของการซื้อทอง ทำให้ราคาทองพุ่งสูงขึ้นอย่างที่เห็น ทำสถิติสูงสุดใน 7 ปี

Kitco คาดการณ์ ราคาทองพุ่งถึง $1,920 ต่อออนซ์ อีกครั้ง

หลังจากที่ราคาเดิมที่ปี 2011 อยู่ที่ $1,920 ดอลล่าร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำอาจถีบตัวสูงขึ้นไปทดสอบจุดเดิม นั่นแปลว่า ราคาทองอาจขึ้นไปถึงจุดที่เคยมีได้ และ อาจพุ่งสูงขึ้นกว่าปี 2011 ที่ผ่านมาในปี 2020 นี้ก็เป็นได้เช่นเดียวกัน อ้างอิง : https://www.kitco.com/news/2020-02-24/Some-eye-candy-for-gold-market-bulls.html


อย่างไรก็ดี หากราคาทองคำในช่วงนี้ เกิดจากความวิตกกังวลของการระบาดของไวรัสโคโรน่าจริง หากมีการแก้ไขสถานการณ์ได้ดี และหยุดการแพร่ระบาดได้ ก็อาจทำให้มีผู้ซื้อทองลดน้อยลง และอาจเป็นเหตุที่ทำให้ราคาทองคำตกต่ำลงก็เป็นได้เช่นเดียวกัน ซึ่งบทความนี้ เป็นเพียงการแสดงแนวการวิเคราะห์ของแต่ละสถาบัน แหล่งข่าวเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์ในระยะสั้น การลงทุนทองคำมีความเสี่ยง หากจะทำการลงทุนควรตัดสินใจ และปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง