Home Investment Cryptocurrency บิทคอยน์ ยังน่าลงทุนมั้ย? เปรียบเทียบมูลค่า Bitcoin 2017 VS 2018

บิทคอยน์ ยังน่าลงทุนมั้ย? เปรียบเทียบมูลค่า Bitcoin 2017 VS 2018

ปรากฎการณ์ช๊อคโลก อาจเริ่มอีกครั้งในช่วงเวลาเดียวกัน

หลายสื่อเริ่มกลับมาพูดถึงเกี่ยวกับเรื่อง Cryptocurrency กันอีกครั้งเพราะมูลค่าของค่าเงินประเภทนี้ เริ่มที่จะกลับมาดีดตัวขึ้นสูงอีกรอบหนึ่ง หลังจากที่เป็นตลาดหมี มาประมาณ 7-8 เดือน เต็มๆ และ เป็นสัญญาณที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bitcoin ที่มีมูลค่าสูงถึง $8,000 หรือประมาณ 170,000 บาท เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการผ่านแนวต้านสุดโหด ที่มีมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2561

แต่ในช่วงเดือนที่ BTC มีอัตราการเติบโตสูงสุด นั่นก็คือช่วงระหว่างเดือนกันยายน 2017 ไปจนถึง ธันวาคม 2017 ที่ผ่านมา BTC ได้ครองตลาด Cryptocurrency เยอะที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งมากถึง 66% ของตลาดเลยทีเดียว ซึ่งเป็นจุดที่ ทำให้หลายคนสุดท้ายกลายเป็นเม่า ซึ่งยังคงติดดอยอยู่จนถึงทุกวันนี้ (อ่านต่อ Bitcoin คืออะไร?)

หลังจากเหตุการณ์ ราคา BTC ตกดิ่งลงเหว ที่ผ่านมา นักลงทุนค่าเงิน ก็ร้องอ๋อ กันเป็นแถบๆ ว่า การที่เค้าลงทุน BTC นั้น จริงๆแล้ว เค้าสามารถเจียดเงินไปลงทุนกันกับ altcoins ก็ได้ และจะได้ผลตอบแทนมากกว่าด้วย

มูลค่า Bitcoin เปรียบเทียบปี 2017 และ 2018

จริงๆแล้ว หลายคนได้ยินเรื่อง Bitcoin มานานแล้วหล่ะ แต่มันพึ่งมาบูมตอนช่วงปลายปี 2017 ที่ผ่านมา ที่มันมีมูลค่าพุ่งขึ้นสูงจนหลายคนอยากกระโดดลงไปซื้อเลย (และหลายคนก็ติดอยู่ตอนนี้) สิ่งที่น่าสนใจสำหรับ Bitcoin ในปี 2560 ที่ผ่านมาคือ มันทำ All Time High หรือมีมูลค่าสูงกว่าเดิม “ทุกวัน” เป็นระยะเวลาหลายวัน ซึ่งมันทำให้เกิดปรากฎการณ์ จำนวน Address ของ Blockchain เพิ่มขึ้นจาก 17 ล้านกว่า ใน ไตรมาสที่ 3 เป็น 21.5 ล้านในไตรมาส

กราฟนี้คือ Market Cap ของ Bitcoin ที่แสดงให้เห็นถึงความโตของ ตลาดการเทรด Bitcoin ในตลาด Cryptocurrency ตั้งแต่ปี 2014 – 2018 เดือน กรกฏาคม

ซึ่งหลังจากนั้น อย่างที่บอกไปคือ Bitcoin ได้ครอบครองการเทรด Cryptocurrencies จาก 50% ของ Market Cap ไปจนถึง 66% ในวันที่ 7 ธันวาคม 2560

ในระหว่างที่ ตลาดของบิทคอยน์ เติมโตขึ้นมากอย่างน่าตกใจ ใน ขณะเดียวกัน ราคาของมันก็ขึ้นไปเหยียบจุดสูงสุดที่ $20,000 / BTC หรือประมาณ 6-7 แสนบาท ต่อ 1 หน่วย (น่าจะสูงกว่าราคาหุ้นทุกหุ้นในโลก) หลังจากนั้นราคาก็ดิ่งแบบพุ่งหัวลง คล้ายกับว่าตามกฎแรงโน้มถ่วงโลกเลยทีเดียว และราคาของ BTC ร่วงลงมาถึง 50% จากที่มันเคยอยู่ และต่ำลงถึง 32.45% (จากมูลค่าที่มันเคยเป็น) ในเดือนมกราคม 2561 ปีนี้

ทำไมมูลค่า มันถึงดิ่งลงขนาดนั้น?

สิ่งที่ สำนักข่าวหลายสำนักในทีวีไม่ได้บอกคุณเกี่ยวกับเรื่องที่ราคา Bitcoin ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว นั่นก็คือ นักลงทุนจากตลาดหุ้นในอเมริกาอย่าง Wall Street ได้เข้าไปลงทุนใน Crypto ตัวนี้กันอย่างหนักหน่วง และการเห็นราคาต่อหน่วยที่ $20,000 นั้น เป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก (คือเสียว มันร่วง) และนักลงทุนคงไม่มีปัญญาซื้อ BTC กันได้เยอะขนาดนั้นต่อราย ดังนั้น รายย่อยที่เข้าซื้อ ก็ทยอยขายกันออกมา และหันไปเล่น Crypto ตัวอื่นๆ เช่น Ripple, Litecoin, Ethereum ที่มันมีราคาต่ำกว่า $1, $100, และ $1,000 ตามลำดับ และนั่นคือ จุดเริ่มต้นที่ BTC เริ่มร่วงโรย ทำให้คนไทยหลายคนติดดอย แบบมองไม่เห็นทางลงกันเลยทีเดียว

แล้วเวลา BTC ครองตลาดเทรด ณ ขณะนั้น Crypto ตัวอื่นๆมี market cap เท่าไหร่?

ในขณะที่ Bitcoin มี market cap ที่ 32.45% ของ Crypto ทั้งหมด Ethereum อยู่ที่ 18.54%, BCH 6.15%, และ Ripple 10.42% แต่เมื่อ BTC ครองที่ 66% ตัวอื่นๆจะอยู่ที่

  • Ethereum = 9.92%
  • BCH = 5.38%
  • Ripple = 2.09%

ซึ่งตอนที่ Bitcoin ร่วงกราวนั้น ตัวอื่นๆ ก็เริ่มที่จะมี market cap เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และตรงจุดนี้ แสดงให้เห็นถึงว่า คนเลิกซื้อ Bitcoin มาเล่น คริปโต ตัวอื่นๆ แทนนั่นเอง

BTC Cap เทียบกับ Cryptocurrency Market Cap สำคัญไฉน?

จากภาพนี้แสดงให้เห็นถึง Market Cap ของ BTC, Ethereum, ripple, bitcoin cash, litecoin, และ อื่นๆ

ดูจากกราฟด้านบนจะเห็นว่า BTC Market Cap ร่วงลงไป ตอนช่วงหลังเดือน ธันวาคมที่ผ่านมา และ ตัวอื่นๆเข้ามาแทนที่ หลังจากนั้น เดือนมีนาคม BTC market cap เริ่มกลับมา และมาทำ high อีกรอบในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมานี้

นั่นหมายความว่า นักลงทุน เริ่มกลับมาซื้อ BTC อีกครั้ง ซึ่งมันเป็นผลทำให้ ตลาด Crypto สำหรับ BTC กลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

แปลว่าเริ่มเข้าไปซื้อ BTC ได้หรือยังหล่ะ?

จากการวิเคราะห์ ผ่านทาง website นักลงทุนมองเห็นคล้ายๆกันว่า การที่ BTC เริ่มมี market share ที่สูงขึ้น อาจเป็นผลผลักดันให้ BTC พ้นจากตลาดหมี ไปตลาดกระทิงได้ (ง่ายๆ ก็คือ มันอาจกำลังผงาดหัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง)

เค้ามีคำพูดที่ว่า หาก bitcoin เป็นคน แล้วจาม ฮัดชิ่ว หนึ่งครั้ง มันจะทำให้ ตลาด Cryptocurrency ป่วยเป็นหวัดตามไปด้วย และ ตอนนี้หากใครจะลองลงทุนกับ Bitcoin ก็อย่าลืม altcoins ด้วย (ลองกลับไปอ่านด้านบน) เพราะ altcoins เป็นค่าเงินที่ทำเงินได้มากพอสมควรเช่นเดียวกัน

หากคำถามคือ จะเริ่มซื้อ BTC ได้ยังไง หลายคนคงไม่มีเวลามานั่งขุดหา Bitcoin แน่นอน ดังนั้น ตัวเลือกในการซื้อ BTC ด้วยบัตเครดิต อาจเป็นอะไรที่ง่ายที่สุด คือซื้อแล้วรอมันมูลค่าขึ้นนั่นเอง

จังหวะนี้ซื้อ Bitcoin ที่ไหนดี?

สะดวกที่สุดตอนนี้คือการซื้อ BTC และ Crypto ตัวอื่นๆ ด้วยบัตรเครดิต รอเอาไว้ สำหรับคนที่ไม่เคยซื้อ Crypto มาก่อน ก็ต้องเล่น BTC หรือ altcoins นั่นแหละ น่าจะปลอดภัยที่สุด อย่าไปเล่น Crypto อื่นๆ ที่มี market cap น้อย เพราะราคามันจะไม่ค่อยขยับ เช่นพวก Cardano, IOTA, TRON, Ethereum Classic, Dash, Neo, NEM, Zcash, OmiseGo, Qtum และคนไทยส่วนใหญ่ ซื้อผ่าน IQOption กันมาก (เพราะหลายคนคงใช้ IQoption เป็นตัว trade Binary Option กันอยู่แล้ว)

วิธีการซื้อ BTC ผ่าน IQOption

  1. ไปที่หน้า พิเศษ สำหรับคนไทย ที่ www.iqoption.com/lp/buying-crypto/th/promo/thailand
  2. ลงทะเบียน ใช้เวลาไม่เกิน 1 นาที
  3. เลือก Crypto ที่อยากซื้อและ ใส่ข้อมูลบัตรเครดิต (จะใช้วิธีอื่นๆก็ได้ แต่อย่างที่บอกคือ บัตรเครดิตสะดวกสุด ได้แต้มบัตรเครดิต สำหรับที่ใช้ต่างประเทศด้วย
  4. ทำการซื้อ BTC ได้เลย

จริงๆแล้วการจ่ายเงิน ทาง VISA และ MasterCard เค้าก็รองรับสำหรับ iqoption อยู่แล้ว และยังมีวิธีอื่นๆเช่น Skrill, Neteller, Qiwi, Yandex Money, และ Webmoney ก็ได้เช่นเดียวกัน