ads

Crypto Wallets 101 ทุกอย่างที่ควรรู้เกี่ยวกับวอลเลท

ถ้าเป็นเงินเหรียญ หรือแบงค์ 100 แบงค์ 1,000 ง่ายมากๆ เราก็เก็บเงินเอาไว้ในกระเป๋าตังค์ ตู้เซฟ ฯลฯ และถ้าเงินในบัญชี มันก็ถูกเก็บเป็นตัวเลขไว้ในธนาคารนั่นแหละ แต่ถ้าเป็นเงิน Crypto อย่าง Bitcoins หรือ BTC หล่ะ? เราจะเก็บไว้ไหน? สำหรับคนที่จะซื้อบิทคอยน์ ในช่วงนี้ ที่เป็นช่วงราคากำลังผงาดขึ้น ก็ควรรู้เรื่องเกับ Cryptocurrency ไว้ซักนิดก่อนที่จะไปซื้อ หรือ การเปิดกระเป๋า Crypto Wallet ที่พอไปอ่านมาแล้วอยากเปิดกันเลย

คริปโต วอลเลท ทำหน้าที่อะไร?

การเก็บเงิน Bitcoin หนึ่งในสกุลเงินแบบ Crypto มีองค์ประกอบอยู่ 2 อย่างที่เกี่ยวกับวอลเลท นั่นก็คือ

  • Private Key แปลว่า คีย์หรือรหัสส่วนตัว
  • Public Address แปลว่า ที่อยู่ สำหรับทั่วไป ที่เห็นได้ทุกคน

คนที่มีเงิน crypto นั้น จะใช้ Private Key ของตัวเองในการเก็บไว้ใน Wallet ของตนที่สร้างขึ้นมา และ จะใช้เป็นเหมือนกับรหัสผ่านในการเข้าถึงเงิน crypto เหล่านั้น ซึ่งถ้ามันถูกขโมยไปหล่ะก็ เงินเหล่านั้นจะหายไปในพริบตา และตลาดกาล ซึ่งเป็นการ ป้องกันระดับเข้มข้น และสำหรับ Public Address มันก็คือ ที่อยู่สำหรับผุ้รับเงินนั่นเอง เวลาเราจะรับเงินจากใครที่โอนเข้ามา โดยปกติเราก็จะต้องมีธนาคาร เลขบัญชี ซึ่ง Public Address ก็เช่นเดียวกัน โดย Public Address จะมาในรูปของตัวหนังสือภาษาอังกฤษ หรือ QR Code

และ กระเป๋าเงินบิทคอยน์ หรือ Crypto Wallet ก็จะต้องมี public address นี้ ซึ่งเจ้า wallet นี้ ก็จะทำหน้าที่ประหนึ่งว่าเป็นธนาคารส่วนตัวของเจ้าของ ค่าเงินนั้นๆไปเลย แทนที่จะมีธนาคารหลายๆแห่งนั่นเอง ทีนี้ เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับ กระเป๋าเงินแบบร้อน และ กระเป๋าเงินแบบเย็นกัน

2 ประเภทของวอลเลท Hot Wallets และ Cold Wallets

ถ้าแปลเป็นไทยก็คือ กระเป๋าเงินร้อน (แต่อาจไม่ได้ร้อนเงิน) และกระเป๋าเงินแบบเย็น ซึ่ง อันนี้ มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก สำหรับ Crypto Wallet และนี่คือการเปรียบเทียบ Hot VS Cold Wallet ให้เข้าใจง่ายๆ

Hot Wallets เปรียบเทียบกับ บัญชีหุ้น – นั่นก็คือ เราไว้ใจ Broker หุ้นเจ้านี้ เราก็เอา Crypto ไปฝากไว้ สำหรับการนำไปเทรดค่าเงิน หรือ แลกเงินดอลล่าร์ เงินบาท กลับเข้าบัญชี ธนาคารอีกที

Cold Wallets เปรียบเสมือน ตู้เซฟที่บ้าน – ในชีวิตจริงๆ เราก็ต้องมีตู้เซฟ สำหรับเก็บทรัพย์สินที่บ้าน และ Cold Wallets คือ สถานที่เก็บเงิน Crypto ที่ไม่เชื่อมต่อกับ internet เลย เช่นการใช้ Software ในการเก็บ หรือใช้ ThumbDrive, USB Drive ในการเก็บ crypto นั่นเอง

กระเป๋า Bitcoin Wallet มี 4 ประเภทที่ใช้กัน

จริงๆแล้วมันเป็นแหล่งเก็บ BTC ได้ง่ายที่สุด และ มันมาในหลายรูปแบบเลยทีเดียว และ กระเป๋าประเภทนี้ เรียกว่า HOT WALLET

Mycelium

กระเป๋า Bitcoin จริงๆแล้ว มีให้เลือกค่อนข้างมาก เช่น Mycelium ก็เป็นซอฟแวร์ ที่ นิยมใช้กันมาก ซึ่งมันสามารถใช้ได้ทั้งใน Smartphone ในระบบ iOS และ Android ด้วย แต่ข้อเสียก็คือ หากมือถือหาย หรือ ถูกขโมย กระเป๋าเงินในนั้นก็อาจหายได้เช่นเดียวกัน

Exodus

กระเป๋า Exodus เป็น Wallet อีกประเภท ที่ถูกออกแบบมาให้ให้ใช้ใน Laptop, Mac, และคอมตั้งโต๊ะเท่านั้น ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่ใใช้งานง่าย และสามารถ แจกแจง รายละเอียด Crypto ที่มี ซึ่งทำให้ดูง่ายมากๆ

Hodly

สาเหตุที่แนะนำ Hodly ก็เป็นเพราะว่า Hodly มีฟังชั่น ที่สามารถใช้งานได้ทั้ง desktop และ บน Smartphone และยังมี  ฟังชั่น การจัดเก็บแบบ offline พูดง่ายๆ คือมีทั้งแบบ Cold และ Hot Wallet ในตัว และมี การรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด นอกจากนั้น Hodly ยังได้รับการ Support โดย IQoption ที่เป็นแหล่งการลงทุน ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ดังนั้น ไม่ต้องกลัวเรื่องเงินหาย โดนแฮก หรือ เรื่องอื่นๆ เลย นอกจากนั้น มันยังสามารถจัดเก็บเงิน crypto ได้หลายประเภทเช่น TRON, Zcash, Bitcoin, Bitcoin Cash, Bitcoin Gold, Dash, Ethereum, Litecoin, Neo, Ethereum Classic, NEM, และอื่นๆ อีกมาก

Feature อื่นๆของ Hodly – นอกจากทำตัวเป็น Wallet แล้ว Hodly ยังมี ฟีเจอร์ ที่สามารถ โอน ถอน ซื้อ Crypto ได้ง่ายๆ โดยการเชื่อมกับบัญชีบัตรเครดิต ของผู้ซื้อ และที่ชอบเลยคือ มันมี กราฟ หุ้นให้ดูได้ เพื่อ จะซืื้อจะขาย เรียกว่า All in One เลยทีเดียว

กระเป๋าเงินแบบ Offline 100%

มันคือการเอาเงิน digital มาเก็บไว้ใน thumbdrive นั่นแหละ และมันคือแบบ cold wallet 100% นั่นหมายความว่า การเก็บ crypto นั้น จะไม่มีใครเข้าถึงได้ ยกเว้นตัวคุณเอง โดยจะปลอดภัยกับการ hack และมี การเก็บ private key อยู่บน harddrive ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ แต่การเก็บไว้ใน hard drive นั้น ไม่ใช่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อะไรก็ได้ แต่มันต้องถูกทำขึ้นมาเฉพาะเช่น

  • Ledger Nano S – เป็นอะไรที่ หลายคนใช้งาน เป็น Wallet ที่ มีหน้าจอแบบ OLED เหมือนทีวี ที่สามารถเช็คสถานะ และ มีรหัสป้องกันการเข้าถึงได้
  • Trezor – คนไทยนิยมซื้อกันมาก หลายคนถามว่าซื้อที่ไหน ก็มีอยู่ใกล้ตัวนั่นแหละ คือ มีขายที่ LAZADA ด้วยราคาเกินครึ่งหมื่นบาท

กระเป๋าเงิน ดิจิตอล แบบไหนที่ไม่แนะนำให้เปิด

นี่คือเบสิคของการเปิดกระเป๋าเงิน

  1. ไม่ควรเปิด Wallet กับ เว็บไซด์ที่ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัย และเป็นแบบ HOT Wallet
  2. ไม่ควรเปิด Wallet กับ หน่วยลงทุน ที่ไม่มี 2 Steps Verification ผ่านมือถือ
  3. ไม่ควรเปิด Wallet กับ เว็บไซด์ ที่ไม่มี การให้ โอน Crypto ลง Cold Storage
  4. ไม่ควรซื้อ USB Drive ราคาถูก มาเก็บ Crypto เพราะ มันอาจพังและเสียหาย และไม่สามารถกู้ข้อมูลได้

อ่านต่อ