น้ำท่วมรถประกันจ่ายไหม ต้องทำประกันชั้นไหนถึงคุ้มครอง

น้ำท่วมรถแบบไหนประกันจ่ายบ้าง

ช่วงนี้ฝนตกหนักทุกวัน หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังสูงอย่างที่เราได้เห็นตามข่าวไม่ว่าจะเป็น นิคมบางปู, น้ำท่วมพัทยา รวมไปถึงน้ำท่วมจังหวัดปราจีนบุรี ภาพรถยนต์จมอยู่ใต้บาดาลทั้งคันอดนึกไม่ได้ว่าเจ้าของรถจะทุกข์ใจแค่ไหนเพราะรถยนต์หนึ่งคันมีราคาหลายแสนหลายล้านบาทจึงเกิดเป็นคำถามขึ้นมาในใจว่าแล้วแบบนี้จะสามารถเคลมประกันหรือเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทรับประกันได้หรือไม่ และประกันแบบไหนคุ้มครองกรณีน้ำท่วมทำให้รถเสียหายบ้าง รวมถึงเงื่อนไขการเคลม วันนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

ประกันประเภทไหนคุ้มครองน้ำท่วมรถ

กรณีน้ำท่วมจัดอยู่ในความคุ้มครองประเภทภัยธรรมชาติซึ่งประเภทประกันที่ครอบคลุมความคุ้มครองดังกล่าวได้แก่ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นอกจากนี้ก็อาจมีประกันชั้น 2+ และ 3+ ในกรณีซื้อเป็นแพ็กเกจพิเศษเพื่อขอคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติม

สรุปก็คือประกันชั้น 1 ทุกบริษัทให้ความคุ้มครองรถยนต์ที่เกิดความเสียหายจากน้ำท่วมซึ่งถือเป็นภัยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังรวมประกันชั้น 2+ และ 3+ บางบริษัทที่เป็นแพ็กเกจเสริมพิเศษให้เจ้าของรถซื้อเพิ่มให้ครอบคลุมภัยธรรมชาติเพื่อความคุ้มครองที่มากขึ้น

น้ำท่วมรถประกันจ่ายไหม
ประกันประเภทไหนคุ้มครองน้ำท่วมรถ

น้ำท่วมรถแบบไหน ประกันจ่าย

1. น้ำท่วมอันเกิดจากภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น จอดรถไว้มีพายุเข้า น้ำหลากไม่สามารถย้ายรถทันถูกน้ำท่วมเสียหาย เหมือนที่เกิดขึ้นกับนิคมบางปู เป็นต้น และ 2. รถติดบนถนนขณะที่ฝนตกหนักจนน้ำท่วม ซึ่งทั้งสองกรณีดังกล่าวบริษัทประกันจะรับผิดชอบจ่ายค่าสินไหมทดแทน แต่ข้อสังเกต : กรณีน้ำท่วมที่เกิดจากภัยธรรมชาติหากบริษัทประเมิณว่าไม่คุ้มที่จะซ่อมให้กลับมาในสภาพเดิมบริษัทจะจ่ายค่าสินไหมเป็นเงิน 70-80% ของทุนประกันแทน

น้ำท่วมแบบไหน ประกันไม่จ่าย

ต่อให้คุณทำประกันรถยนต์ชั้น 1 บริษัทประกันสามารถปฎิเสธการเคลมได้ในกรณีที่ผู้เอาประกันประมาทเลินเล่อ ยกตัวอย่างเช่น ขับรถไปเห็นอยู่ว่าทางข้างหน้ามีน้ำท่วมสูง มีป้ายสัญญาณเตือน แต่ก็ยังขับฝ่าไปแบบนี้จะไม่ได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย

ขั้นตอนเคลมประกันกรณีน้ำท่วมต้องทำอย่างไร

เจ้าของรถยนต์ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมรถสร้างความเสียหายอย่างกรณีที่เกิดขึ้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู หรือที่พัทยา และได้ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้ รวมถึงประกันชั้น 2+ และ 3+ (แล้วแต่กรมธรรม์) ที่คุ้มครองกรณีน้ำท่วมให้ปฎิบัติดังนี้

  • ถ่ายภาพรถขณะถูกน้ำท่วมแนะนำว่าให้เห็นป้ายทะเบียนด้วยเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
  • โทรติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อทำการเคลม โดยบริษัทประกันจะส่งรถลากหรือรถยกมาดำเนินการ
  • นัดหมายเพื่อทำการตรวจสอบความเสียหาย และเตรียมส่งซ่อม
  • รับบริการซ่อมจากอู่กลางที่สะดวกทั้งเจ้าของรถและบริษัทประกันภัย

หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำเพื่อป้องกันความเสี่ยงภัยที่จะเกิดขึ้นขอแนะนำให้ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้อุ่นใจกว่า ที่สำคัญนอกจากกรณีภัยธรรมชาติที่เกิดจากน้ำท่วมแล้วประกันชั้น 1 ยังคุ้มครองครอบคลุมไปถึงกรณีภัยที่เกิดจากดินโคลนถล่ม, ลูกเห็บ, ลมพายุ, แผ่นดินไหวหรือซึนามิ, ภูเขาไฟระเบิด รวมถึงกรณีไฟไหม้อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม