โรคที่สามารถติดมาได้พร้อมการเดินทาง

สวัสดีค่ะ ปัจจุบันคนไทยหันมาใส่ใจเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารคลีน การเลือกทานวิตามิน หรือ การออกกำลังกายเพื่อปราศจากโรคและการเจ็บป่วย โรคในปัจจุบันมีการพัฒนาและแพร่หลายไปอย่างมากมาย ทั้งโรคที่สามารถติดต่อกันได้ หรือ ไม่สามารถติดต่อกันได้ เป็นโรคระบาด หรือ ไม่ใช่โรคระบาด ซึ่งการอัพเดทข่าวคราวเกี่ยวกับทางด้านสุขภาพ หรือ ทางการแพทย์ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย เพราะเราจะได้ทราบว่าในขณะนี้มีโรคไหนที่สุ่มเสี่ยงหรือเป็นโรคระบาด หรือ มีความเสี่ยงที่เราจะมีโอกาสป่วยมากที่สุด

สำหรับคนที่ชอบเดินทางไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การคุยงานต่างๆ ที่ต้องมีการเดินทางไปยังต่างประเทศบ่อยๆนั้น มีความเสี่ยงในการเกิดอาการป่วยมากที่สุดเนื่องจากแต่ละประเทศ และแต่ละสถานที่มีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันรวมไปถึงการเกิดโรคต่างๆ โรคที่คนเดินทางไปต่างประเทศมักนิยมป่วยมากที่สุดในขณะนี้คือ “โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ” เป็นคนที่คนเดินทางมักจะติดเชื้อและป่วยมากที่สุด สำหรับโรคนี้มีความเป็นมาอย่างไรบ้าง มีอาการเป็นอย่างไร รักษาได้หรือไม่วันนี้เรามีคำตอบค่ะ

ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ หรือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1/2009 เป็นไข้หวัดที่มีการระบาดอีกทั้งยังลุกลามไปหลายทวีป ถึงแม้ว่าโรคนี้จะมีความรุนแรงไม่เท่ากับโรคไข้หวัดนกแต่ก็สามารถสร้างความแตกตื่นให้แก่คนทั้งโลกได้ เพราะมีการติดเชื้อได้จากคนสู่คนทำให้โรคนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1/2009 คืออะไร?

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1 เป็นโรคที่เกิดจากเกิดจากการผสมผสานของไวรัสสายพันธุ์ของคน หมู และนก เป็นเป็นเชื้อที่สามารถติดได้จากคนสู่คน สำหรับอาการจะมีเพิ่มตามลำดับตั้งแต่มีอาการที่น้อยมากๆไปจนถึงอาการที่รุนแรงมากๆนั่นเอง เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ ซึ่งแพร่ไปยังผู้อื่นโดยการ ไอ หรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด อีกทั้งเชื้อนี้จะเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางจมูก และตา ซึ่งโรคนี้หากมีอาการที่รุนแนงมากๆก็อาจทำให้เสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงมันจะอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 20-40 ปี

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1 มีอาการอย่างไร

  • ไข้ขึ้นสูงที่ 38 องศาขึ้นไป
  • หายใจไม่สะดวก ระบบทางเดินหายใจมีความผิดปกติ
  • มีอาการน้ำมูกไหล ไอ และเจ็บคอ
  • สำหรับบางคนอาจมีอาการท้องเสียเข้าร่วมด้วย
  • สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ หรือป่วยเป็นโรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคเรื้อรังต่างๆ อาจส่งผลให้เกิดอาการปอดบวม หัวใจวาย จนถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน
  • โรคไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ รักษาได้หรือไม่?
  • โรคนี้สามารถรักษาได้ แต่มีตัวยาต้านอยู่แค่ไม่กี่ชนิด โดยใช้ตัวยา “โอเซลตามิเวียร์” ในการรักษา แต่ยาตัวนี้ควรใช่ที่จำเป็นตามแพทย์สั่งเท่านั้น และเป็นโรคที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถซื้อยาทานเองได้

โรคนี้มีวิธีป้องกันอย่างไร?

หากป่วยด้วยอาการไข้ เจ็บคอ ไอ หลังจากเดินทางไปยังสถานที่ที่มีโรคระบาดก่อนหน้านี้ไม่นานเกิน 7 วัน จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ และควรพบแพทย์โดยด่วน อีกทั้งยังสามารถป้องกันเบื้องต้นได้ดังนี้

  • รักษาร่างกายให้แข็งแรง
  • ล้างมือบ่อยๆ หรือ หากไม่มีที่ล้างมือให้ใช้เจลแอลกอฮอล์ เมื่อสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ในที่สาธารณะ
  • หลีกเลี่ยงการพบคนที่มีอาการป่วย หรือ เป็นหวัด
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก
  • หากป่วยควรเก็บตัวอยู่บ้าน และใส่หน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อให้กับคนในบ้าน
  • ปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจามด้วยกระดาษทิชชู่ แล้วทิ้งขยะทันที
  • ควรป้องกันไม่ให้เชื้อโรคนั้นสัมผัสกับมือหรือแพร่ไปในอากาศ
  • ไม่ควรกินยาแอสไพรินเองก่อนปรึกษาแพทย์

สำหรับโรคนี้เป็นโรคที่คนเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ มีความเสี่ยงในการเกิดโรคสูงดังนั้น ทุกครั้งที่เดินทางท่องเที่ยวก็ควรระมัดระวังด้วย หากต้องไปสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านมาก ๆ ควรเลือกใช้หน้ากากอนามัยในการป้องกันเชื้อ รวมไปถึงการเดินทางไปสนามบินด้วยเช่นเดียวกันเพราะเชื้อเหล่านี้สามารถแพร่ได้จากคนสู่คน และสำหรับคนที่เดินทางบ่อยและมีประกันเดินทางสามารถเคลมหรือทำการรักษาต่อเนื่องได้หรือไม่ ประกันคุ้มครองหรือเปล่า สำหรับเคสของอาการป่วยภายในระยะเวลา 7 วันหากมีอาการเจ็บป่วยขึ้นมาให้รีบติดต่อประกันและเข้าพบแพทย์ทันทีเพราะมีความเสี่ยงสูง ซึ่งโรคนี้ประกันรับเคลมไม่ว่าจะเป็นการพบเจอโรคหรือป่วยเมื่อยามอยู่ต่างประเทศ หรือ ระหว่างเดินทางกลับมายังประเทศไทย โดยเงื่อนไขความคุ้มครองขึ้นอยู่กับกรรมธรรม์ที่คุณเลือกทำความคุ้มครองต่าง ๆ รวมไปถึงควรปรึกษาบริษัทประกันทุกครั้งก่อนการเคลม และอ่านรายละเอียดกรมธรรม์ให้ดีทุกครั้งว่าครอบคุ้มความคุ้มครองอะไรบ้าง

 READ MORE :