ads

เตรียมความพร้อมกับการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกให้ชิลล์ๆ

หลายคนย่อมเคยผ่านกับคำว่าครั้งแรกมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นหากหัดกินข้าวครั้งแรก หัดเดินครั้งแรก หัดไปโรงเรียนครั้งแรก หัดูหนังในโรงภาพยนต์รั้งแรก หัดขึ้นรถโดยสารครั้งแรก ซึ่งครั้งแรกทุกคนย่อมไม่มีความั่นใจกันไหมละคะ ว่าจะทำตรงนี้ถูกไหม หรือ ว่าทำอันนั้นถูกต้องรึเปล่า และมักหลาย ๆ คนที่อยากมีโอกาสขึ้นเครื่องบินสักครั้งมองเห็นก้อนเมฆใกล้ ๆ จากการนั่งเครื่องบินไม่ว่าจะเป็นการบินในประเทศ หรือ บินต่างประเทศก็ตาม

ตอนนี้ก็ใกล้ เข้าสู่ช่วงปลายปีที่เป็นเทศกาลเที่ยว หรือ วันหยุดพักผ่อนของใครหลาย ๆ คนเพราะถือว่าเป็นช่วงเดือนที่มีวันหยุดยาวมากที่สุด วันนี้ Promotions.co.th ก็มี ทริคการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก มาฝาก เพื่อเตรียมความพร้อมให้เราสามารถขึ้นเครื่องได้แบบชิลล์ ๆ ไปเลย

1 จองตั๋วเครื่องบิน

ขั้นตอนการจองตั๋วเครื่องบินหากยังไม่มีสายการบินในดวงใจ แนะนำให้เข้าไปที่เว็บไซต์สายการบินต่างๆ และเช็คดูโปรโมชั่น เพื่อเปรียบเทียบราคา หรือ จะจองตั๋วเครื่องบินจากแอปพลิเคชันจองตั๋วเช่น Traveloka, Expedia เป็นต้น เมื่อถูกใจราคาหรือสายการบินไหนก็เลือกจองได้เลย หากเป็นเส้นทางภายในประเทศใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียวก็พอในการใส่รายละเอียดข้อมูลการเดินทาง หรือ หากเดินทางออกต่างประเทศต้องใช้พาสปอร์ตด้วยนะคะ

2 ไปสนามบินยังไงดี

เมื่อใกล้ถึงวันเดินทางเราควรหาวิธีการที่จะต้องเดินทางไปสนามบินกันว่าจากบ้านเรานั้นสามารถเดินทางไปสนามบินทางไหนได้ง่ายๆบ้าง หากไม่มีรถยนต์ส่วนตัว โดยสนามบินในกรุงเทพฯ จะมีเพียงแค่ 2 ที่เท่านั้นคือ ท่าอากาศยานนานาติสุวรรณภูมิ และ ท่าอากาศยานดอนเมือง ทั้งสองสนามบินนี้มีทั้งเส้นทางบินในประเทศและนอกประเทศเช่นเดียวกัน เช็กว่าสายการบินที่เราบินนั้นต้องขึ้นที่สนามบินไหน หากใครที่จองตั๋วเครื่องบินของ Nokair, Airasia, Thai Lion Air สายการบินเหล่านี้จะให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมือง หากเดินทางด้วยสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส, การบินไทย, ไทยสมายล์ และ Thai VietJet Air ก็ต้องไปขึ้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ดังนั้น เราควรศึกษาการเดินทางไปยังเส้นทางที่เราต้องไป หากสุวรรณภูมิก็จะง่ายหน่อยเพราะสามารถนั่ง airport rail link ที่เชื่อมกันสนามบินสุวรรณภูมิได้ หากเป็นสนามบินดอนเมืองเราสามารถขึ้นรถ Public Bus ได้ตามนี้

  • A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สวนจตุจักร – สถานีขนส่งหมอชิต 2
  • A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สวนจตุจักร – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง – ประตูน้ำ – สวนลุมพินี
  • A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง – ถนนข้าวสาร – สนามหลวง

3 เช็คอิน และ ตรวจสอบเอกสาร

ขึ้นตอนนี้หากมีกระเป๋าต้องโหลดก็ควรต้องเผื่อระยะเวลาในการเดินทาง และควรเดินทางมาถึงสนามบินก่อนเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงแม้บางสายการบินจะให้เราสามารถเช็คอินจากแอปพลิเคชันได้แล้ว แต่เราก็ต้องไปยังสนามบินก่อนเวลาเพื่อเอา Boartding Pass เมื่อไปถึงสนามบินก็อย่าลืมไปเช็คที่บอร์ดเพื่อดูว่าสายการบินและเที่ยวบินนั้นเปิดให้เช็คอินที่ช่องบริการไหน เพื่อทำการโหลดกระเป๋า โดยในบอร์ดจะระบุ เลขเที่ยวบิน สายการบิน เวลาเดินทาง จุดหมายปลายทาง เคาน์เตอร์เช็คอิน เมื่อไปถึงให้ยื่นรายละเอียดการจองตั๋วเครื่องบิน หากบินในประเทศให้ยืนพร้อมบัตรประชาชน หากบินนอกประเทศให้ใช้เป็นพาสปอร์ตยื่น เพื่อตรวจสอบชื่อนามสกุล น้ำหนักของสัมภาระ หากเดินทางออกไปต่างประเทศก็ควรกรอกข้อมูลในผ่านตม. ให้เรียบร้อย

4 เดินไปยังโซนผู้โดยสารขาออก

ในสนามบินนั้นจะมีป้ายชัดเจนว่าเป็นช่องทางผู้โดยสารเข้าประเทศ หรือ ขาออกนอกประเทศ เมื่อเดินไปยังจุดที่เป็นขาออกแล้วให้แสดงบัตรประชาชน หรือ พาสปอร์ต กับเจ้าหน้าที่ วางกระเป๋า และสัมภาระทั้งหมดลงไปในถาด (รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ หมวก แว่นตา กล้อง) ถ้าเป็นเข็มขัด นาฬิกาที่เป็นโลหะ รองเท้าผ้าใบ หรือ รองเท้าส้นสูงเจ้าหน้าที่ก็อาจให้ถอดเช่นเดียวกัน และที่สำคัญคือไม่สามารถนำน้ำดื่มเข้าไปด้านในได้นะคะ

-สำหรับคนที่เดินทางต่างประเทศต้องตรวจสอบหนังสือเดินทาง เมื่อเช็คอินเสร็จแล้วให้เดินไปที่ Passport Control เมื่อถึงจุดให้ยื่นใบตม. ที่กรอกแล้วพร้อมพาสปอร์ต ให้เราเดินเข้าช่องสำหรับคนไทยนะคะ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะตรวจสอบแล้วเข้าสู่การแสกนสัมภาระเพื่อเข้าเกตต่อครึ้งเครื่องได้เลย

5 ระหว่างอยู่ในเกต (GATE)

เกต เป็นจุดพัก หรือ จุดรอขึ้นเครื่อง บางสายการบินก็จะมีเลาจ์ให้เราได้เข้าไปใช้บริการระหว่างรอขึ้นเครื่องเช่นเดียวกัน โดยเวลาขึ้นเครื่องและเกต จะมีแจ้งอยู่ใน บอร์ดดิ้งพาส หรือ จอบอร์ดดิจิตอลด้านใน ให้เราอยู่ในบริเวณเกตที่เราตั้งขึ้น โดยหน้าเกตต่าง ๆ จะมีป้ายบอกอย่างชัดเจนว่าเกตไหน ต้องเดินทางไปยังจุดไหน ช่วงนี้ควรทำเวลา เพราะหากเหลือเวลาไม่ถึงชั่วโมง และยังไม่ถึงเกตงานนี้อาจต้องมีวิ่งไปขึ้นเครื่องอย่างแน่นอน

6 วิธีขึ้นเครื่องบิน

การขึ้นเครื่องบินเมื่อถึงเวลาและประตูเปิดแล้วจะมีพนักงานของสายการบินนั้นมาเตรียมให้บริการให้เราเตรียม บัตรประชาชน หรือ พาสปอร์ต และตั๋วเครื่องบินแสดงให้เจ้าหน้าที่ดู โดยเจ้าหน้าที่จะเรียกเป็นลำดับที่ให้ขึ้นก่อนหลังโดยส่วนใหญ่ คนสูงอายุ เด็กเล็ก และที่นั้งชั้นธุรกิจจะได้ขึ้นเครื่องก่อน จุดนี้เราแนะนำว่าให้เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยจะดีที่สุด เมื่อผ่านจุดนั้นแล้วก็เดินต่อไปยังตัวเครื่องบินได้เลย หากกลัวหลงให้เดินตามคนข้างหน้าไปเลยค่ะ เพราะเขาก็ไปขึ้นเครื่องเหมือนกันอย่างแน่นอน

7 นั่งเครื่องบิน

เมื่อเดินทางไปถึงเครื่องบินก็จะมีแอร์โฮสเตสสาวสวยยืนยิ้มให้ ให้เรายื่นตั๋วและบัตรให้แอร์ดูอีกครั้งจากนั้นให้เดินทางไปยัง ที่นั่งโดยจะถูกแบ่งเป็น A,B,C และ D,E,F แบ่งออกเป็นฝั่งซ้ายและขวา มีตัวเลขแถวติดอยู่เดินตามตัวเลขไปยังที่นั่งเราได้เลย เมื่อเจอที่นั่งเก็บสัมภาระเรียบร้อย (เก็บช่องเหนือศรีษะ)ให้คาดเข็มขัดทันที ควรนั่งที่นั่งของตนเองตามในตั๋วเครื่องบินนะคะ หลังจากนั้นเมื่อเครื่องเตรียมขึ้นให้เราปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท และ แอร์โฮสเตสหรือสจ็วต จะสาธิตอุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ

8 ระหว่างบิน

เมื่อเครื่องบินอยู่ในระดับที่คงที่แล้ว จะมีไฟสีเขียวขึ้นจุดนี้ใครที่อยากเข้าห้องน้ำสามารถลุกขึ้นไปได้และทางแอร์โฮสเตสก็จะมีการแจกน้ำแจกขนม หรือ อาหาร สำหรับสายการบินนั้นๆ หากใครหิวสามารถสั่งเพิ่มได้เช่นเดียวกัน หรือหากจองมากับตั๋วเครื่องบินแล้วแอร์โฮสเตสก็จะทำมาเสิร์ฟ เมื่อใกล้ที่หมายหากบินต่างประเทศ เจ้าหน้าที่สายการบินจะนำใบตม. ขาเข้าของประเทศนั้นๆ มาให้กรอก ทางทีดีควรกรอกให้เรียบร้อยก่อนลงเครื่องจะดีที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นหากเสียเวลาลงไปกรอกด้านล่างรับรอบต้องต่อแถวนานเป็นชั่วโมงแน่ๆ

9 ถึงจุดหมายปลายทาง

หากเป็นเส้นทางบินในประเทศเราสามารถเดินไปรอรับกระเป๋าที่สายพานที่แสดงผ่านจอได้เลย แต่หากเป็นต่างประเทศให้เราผ่านในส่วนของด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. ให้เรียบร้อยก่อนถึงจะไปรับกระเป๋าได้ ยื่นพาสปอร์ต(หากใส่ปกต่างๆ ที่ไม่ใช่ปกใสให้ถอดออกก่อนยื่นให้เจ้าหน้าที่นะคะ) พร้อมตั๋วเครื่องบิน เจ้าหน้าที่อาจมีการถามคำถามเล็กน้อยให้เราตอบไปตามปกติ อย่าเกร็งและอย่าลอกแลก ให้มั่นใจเพราะเรามาเที่ยว เมื่อเจ้าหน้าที่ปั๊มตราเข้าประเทศให้แล้วก็ให้เราไปเอาประเป๋าเข้าสู่สนามบิน เพื่อเดินทางต่อไปยังที่พักหรือสถานที่ท่องเที่ยวได้เลย

ซิมโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยในสนามบินเมื่อออกมาแล้วจะมีการจำหน่ายจากร้านค้าต่างอยู่ให้เลือกตามที่ต้องการ หรือ ใครสะดวกที่จะเปิดโรมมิ่ง ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน และเมื่อไปถึงอย่าลืมศึกษาเส้นทางและวิธีการเดินทางไปยังที่พักด้วยนะคะ อย่างไรก็ตาม เดินทางในหรือนอกประเทศทุกครั้งควรทำประกันเดินทาง เอาไว้เพื่อความอุ่นใจ และความคุ้มครองหากเกิดเหตุการฉุกเฉินขึ้นมานะคะ

READ MORE :