ไขข้อสงสัย! ทำไมผู้ชายติดเชื้อไวรัส COVID-19 และเสียชีวิตมากกว่าผู้หญิง ?

ads

ทุกเพศ มีโอกาสป่วยเป็นโควิด-19 เท่า ๆ กันจริงไหม ?

ย่างเข้าสู่เข้าสู่เดือนที่ 2 ของการระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือเชื้อไวรัส #โควิด19 (COVID-19) ในประเทศไทย นับจากกรมควบคุมโรคพบผู้ป่วยคนแรก เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2563 ที่เดินทางจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน มีไข้สูงเกิน 38 องศา และวันที่ 13 มกราคม 2563 ประกาศอย่างเป็นทางการ พบผู้ป่วยโควิด-19 ในไทยรายแรก

กระทั่งวันที่ 9 มีนาคม 2563 ประเทศไทย มียอดผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส #COVID19 สะสม 50 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตคงที่ คือ 1 คน ส่วนจำนวนผู้ป่วยเชื้อโควิด-19 สะสมทั่วโลก พบว่า สถานการณ์ในยุโรปยังน่ากังวล หลังยอดผู้ติดเชื้อยังพุ่งต่อเนื่องในหลายประเทศ รวมถึงยอดผู้เสียชีวิตด้วย โดยจำนวนผู้ป่วยเชื้อโควิด-19 สะสมทั่วโลก มีดังนี้

จำนวนผู้ป่วยเชื้อโควิด-19 สะสมทั่วโลก อยู่ที่ 110,064 คน
  • ประเทศจีน 80,735 คน
  • นอกประเทศจีน 29,329 คน
จำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลก คือ 3,828 คน
  • ประเทศจีน 3,119 คน
  • นอกประเทศจีน 709 คน

และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังขยายไปวงกว้างทั่วโลกนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกเท่านั้น ยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ทุกเพศทุกวัยด้วย แต่ดูเหมือนว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะไม่ได้ส่งผลกระทบกับคนทุกเพศทุกวัยอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากจะมีรายงานว่าเด็กมีอัตราการติดเชื้อน้อยกว่าผู้ใหญ่มากแล้ว ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่า “ผู้หญิง” ป่วยและเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรนาน้อยกว่าผู้ชาย โดยวันนี้เราจะพาไปไหาคำตอบกันว่า ทำไมผู้ชายติดเชื้อไวรัส COVID-19 และเสียชีวิตมากกว่าผู้หญิง ?


ไขข้อสงสัย! ทำไมผู้ชายติดเชื้อไวรัส COVID-19 และเสียชีวิตมากกว่าผู้หญิง ?


สำหรับเรื่องนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน (Chinese Centre for Disease Control and Prevention–CCDC) เปิดเผยว่า แม้อัตราการติดเชื้อโรคโควิด-19 ระหว่างชายและหญิงจะไม่ต่างกันมากนัก แต่เมื่อดูอัตราการเสียชีวิตกลับพบว่า มีจำนวนคนไข้ชายที่เสียชีวิต 2.8% ในขณะที่คนไข้หญิงเสียชีวิต 1.7%

และเมื่อนำตัวเลขดังกล่าวไปเทียบเคียงกับข้อมูลการระบาดของเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจที่ผ่าน ๆ มา ไม่ว่าจะเป็นโรคซาร์ส (SARS) หรือโรคเมอร์ส (MERS) ปรากฏว่า ผู้ชายมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าผู้หญิงมากเช่นกัน

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนี้ สืบเนื่องมาจากการที่ผู้ชายเป็น “เพศอ่อนแอกว่า” ในเรื่องของภูมิต้านทานโรค โดยมีข้อสันนิษฐานว่า ผู้หญิงมีภูมิคุ้มกันโรคสูงกว่าผู้ชาย เนื่องจากคุณสมบัตินี้จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับทารกแรกเกิด ซึ่งต้องรับสารแอนติบอดีต่อต้านเชื้อโรคจากน้ำนมมารดาโดยตรง ในระหว่างที่ภูมิคุ้มกันของทารกยังอ่อนแอและอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา

นอกจากนี้ “ฮอร์โมนเอสโตรเจน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง ยังมีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายด้วย ส่วนโครโมโซม X ซึ่งเพศหญิงมีอยู่ถึง 2 ตัว ก็มียีนที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันอยู่จำนวนมากเช่นกัน ในขณะที่เพศชายมีโครโมโซม X เพียงตัวเดียวเท่านั้น

ประกอบกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่แตกต่างกันระหว่างชายและหญิง ก็ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ผู้ชายป่วยและเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ได้ง่ายกว่า

และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ต่างที่ทำให้ผู้ชายติดเชื้อไวรัส COVID-19 และเสียชีวิตมากกว่าผู้หญิง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ ก็คือ ปกป้องตัวเองอย่างไร ? ให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัส COVID-19 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

(1) หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร

(2) รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ สุก สะอาด กินร้อน ช้อนกลาง

(3) ดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ

(4) หลีกเลี่ยงการสัมผัสหน้า จมูก ปาก เมื่อยังไม่ได้ล้างมือ

(5) ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ที่มีแอลกอฮอล์ 70%

(6) หากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

(7) หากเดินทางไปยังประเทศสุ่มเสี่ยงควรมีกักตัว 14 วัน ไม่ควรปกปิดข้อมูล

(8) หากมีอาการป่วย เช่น ไข้ ไอ จาม ควรรีบพบแพทย์ทันที

สำหรับใครที่อยากเพิ่มความอุ่นใจในช่วงวิกฤติโรคระบาดของไวรัสโคโรนา สามารถทำประกันไวรัสโคโรนา เพื่อช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยต่าง ๆ ได้

ที่มาจาก : bbc.com


READ MORE :