ads

เดี๋ยวนี้เราจะเห็นบริษัทประกันออกโปรโมชั่น ประกันรถยนต์ กันให้ควั่ก มีทั้งแบบผ่อนประกัน ลดราคาพิเศษ แถมนู่นนี่นั่นกันแบบกระจุยกระจาย นั่นเป็นเพราะว่ามีบริษัทประกันรถยนต์ ชัั้น 1,2 และ 3 เปิดใหม่กันเรียกได้ว่าจำชื่อกันไม่ไหว และบางบริษัทก็มีบริษัทลูกเยอะแยะเต็มไปหมด แต่แน่นอนว่า ยังไงๆ คนที่มีรถก็ควรต้องมีประกันรถยนต์ (auto insurance) เอาไว้ เหมือนกับที่เราเดินทางและต้องมีประกันเดินทางนั่นแหละ แต่เนื่องจากมันมีแผนประกันรถยนต์ หลายแบบ หลายราคา จนเรียกได้ว่าไม่สามารถประมวลผลในสมองได้หมด เราจึงรวบรวมเทคนิคจากทั้งในเมืองไทย และในเมืองนอก ในการซื้อประกันรถยนต์ ด้วยเทคนิคที่บริษัทกันอาจจะไม่กล้าบอกคุณเลยทีเดียว และนี่คือ 8 อย่างที่ควรต้องรู้ไว้

1. อย่าคิดว่าประกันที่คุณเจอมา ได้ราคาถูกที่สุด

เพราะบริษัทประกัน โดยเฉพาะรถยนต์ โดยมากแล้วก็จะใช้โฆษณาทีวี หรือโฆษณาออนไลน์ และเค้าใช้งบประมาณในการโฆษณาค่อนข้างเยอะ และบอกว่าของเค้าถูกที่สุด โดยที่ถ้าคุณซื้อกับเค้า คุณก็จะยังเข้าใจว่ามันเป็นราคาถูกที่สุด และด้วยกฎหมาย ทางบริษัทประกัน เค้าไม่สามารถโฆษณาได้ว่า ของเค้าถูกที่สุดอยู่แล้ว (ยกตัวอย่างโฆษณาสินเชื่อบางตัวที่โฆษณาว่าลดดอกเบี้ยแต่จริงๆ อาจจะไม่ได้ลดหรือเปล่า?)

คำตอบคือให้เปรียบเทียบราคาจากหลายๆบริษัทประกันรถยนต์

ดังนั้นคำถามคือแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าประกันรถยนต์ ไม่ว่าจะชั้น 1 2+ 3+ มันถูกจริงๆหรือเปล่า? คำตอบคือ ให้ทำการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ที่คุณจะซื้อจากหลายๆเว็บ ด้วยตัวเอง

2. ลองหาราคาบริษัทเล็กๆดูบ้าง

ในบางครั้งบริษัทเล็กๆ ที่เป็นบริษัท รับประกันรถยนต์ ก็จะมีขายประกันรถเหมือนกันนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเค้าไม่ได้มีชื่อโฆษณาเหมือนกันกับบริษัทใหญ่ๆ และการที่เค้าไม่ได้ใช้งบโฆษณาจะแปลว่า ต้นทุนของบริษัทเค้าต่ำกว่าที่อื่นๆ ดังนั้น เค้าอาจจะขายได้ในราคาที่ถูกกว่าเจ้าอื่นๆ และในต่างประเทศ บริษัทประกันรถยนต์เจ้าเล็กๆ โดยมากจะได้คะแนนดีกว่าบริษัทใหญ่ เพราะอาจดูแลได้ทั่วถึงกว่า แต่การบริการหลังการขายนี่น่าจะต้องเป็นอีกเรื่อง เพราะบริษัทเล็กๆ อาจมีบริการหลังการขายไม่ดีเท่าบริษัทใหญ่ ที่มี call center หลายพันคน

3. ให้เช็คส่วนลดทุกครั้งก่อนทำการซื้อ

ส่วนลดนี่ หากเป็นการซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ โดยมากก็จะมี คูปองส่วนลดมาให้ใช้ หรือมีพวกโปรโมชั่นลดราคาต่างๆ ที่สามารถหาได้จากหน้านี้ >> หน้ารวมส่วนลดประกัน ก็มีค่อนข้างหลายแบบ เช่นพวกประกันเดินทาง ประกันรถยนต์ พรบ ฯลฯ แต่โดยปกติแล้ว การถาม Call Center หรือบริษัทประกันว่ามีโปรโมชั่น หรือส่วนลดอะไรมั้ย ก็เป็นเรื่องปกติที่ทำกััน เช่น

  • การสอบถาม เรื่องกรมธรรม์ แบบ Bundle เช่นบางบริษัทประกัน ไม่ได้มีขายประกันรถยนต์เพียงอย่างเดียว อาจมีประกันอย่างอื่นๆ ด้วย จะทำให้ประหยัดได้มากขึ้น
  • การทำประกันรถยนต์ หลายๆคันพร้อมๆกัน อาจขอส่วนลดได้
  • การจ่ายรายปี อาจได้ส่วนลดเยอะกว่ารายเดือน
  • การมีอุปกรณ์เสริม เช่น หากใครมี กล้องติดรถยนต์ ก็ลดค่าเบี้ยประกันได้
  • การเป็นสมาชิกมือถือ เป็นเจ้าของบัตรเครดิต บางประเภท อาจสามารถลดราคาเบี้ยประกันได้ด้วย เช่น ซื้อประกันรถยนต์กับ KTC ได้คะแนนสะสม 10 เท่า และอาจมีเจ้าอื่นๆอีกเพียบ

4. รถใหม่ป้ายแดง ก็ต้องระวังเรื่องราคาประกันด้วย

คือการซื้อรถใหม่ป้ายแดง ทุกคนก็จะมานั่งดูเรื่อง ราคารถยนต์ ประหยัดน้ำมันมั้ย ค่าอะไหล่เท่าไหร่ แต่หลายคนมองข้ามเรื่องราคาประกันไป เพราะรถบางยี่ห้อบางรุ่น มีราคาเบี้ยประกันรถยนต์สูงกว่ารุ่นอื่นๆ ยี่ห้ออื่นๆ

5. ประกันชั้นหนึ่งจำเป็นมั้ย? ถ้าไม่ ชั้นไหนดีหล่ะ?

คนรักรถ ก็อยากให้ทุกอย่างกับรถในจุดที่ดีที่สุด การซื้อประกันชั้น 1 ก็เป็นการที่จะบอกว่า เราจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย คือบริษัทประกันรับผิดชอบหมดทุกอย่าง ไม่ว่าเราจะผิดหรือไม่ผิด แต่ถ้าเราเป็นเจ้าของรถมือเดียว ไม่จำเป็นต้องชั้น 1 เสมอไป เพราะเดี๋ยวนี้มันมี 2+ 3+ ราคา 4,000 – 7,000+ ที่ครอบคลุมค่อนข้างเยอะ แต่การซื้อชั้น 2+ พวกนี้ หากเราเป็นฝ่ายผิดก็ต้องเสียค่า accept ไปตามระเบียบ แต่ก็ยังประหยัดกว่าซื้อชั้น 1 อยู่ดี และหลังๆ มีประกันออกมาแบบแปลกๆ อื่นๆ เช่น ประกันตามไมล์ ที่จะคิดค่าเบี้ยประกันตามระยะทางที่ใช้ ก็ต้องลองนำมาพิจารณา ด้วยเช่นเดียวกัน

6. ตังค์ไม่พอ ก็ต้องซื้อแบบรายวัน ไม่ได้ประหยัดกว่า แต่ไม่ต้องจ่ายเป็นก้อน

ก็ต้องเข้าใจว่า แต่ละบ้านก็มีรายได้แตกต่างกัน บางคนต้องใช้รถจริงๆ แต่ก็ไม่ได้มีเงินสำหรับซื้อประกัน แต่เนื่องจาก การที่มีรถยนต์ และต้องขับรถยนต์ มันมีความเสี่ยง ตั้งแต่ start รถออกจากบ้านแล้ว ประกันก็ต้องมี ดังนั้น ประกันบางตัวเช่นของ ไทยวิวัฒน์ เค้ามีแบบรายวัน เป็นประกันเติมเงิน โดยสามารถเติมเงินได้เป็นรายเดือน ได้ด้วย จริงๆ ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะประหยัดกว่าหรือเปล่า เพียงแต่ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนนั่นแหละ

7. พยายามต่อประกันรถยนต์ ก่อนหมดอายุ

การต่อประกันรถยนต์ ก่อนหมดอายุ นั้นๆ จริงๆแล้วได้เปรียบทั้งบริษัทประกัน และ เจ้าของรถ เพราะโดยมากแล้ว ก่อนที่จะหมดอายุ 1-3 เดือน ทางบริษัทประกันจะโทรมาให้เราต่อก่อน โดยมีส่วนลดล่อใจ ประเด็นคือ ความคุ้มครองก็จะเท่าเดิม แต่ค่าเบี้ยก็ จะลดลง เพราะเราได้ทำการต่อก่อนนั่นเอง

8. เปรียบเทียบราคา ด้วยบริษัท Broker ก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง

คำถามคือ ทำไมต้องเป็นบริษัท Broker หล่ะ? นั่นเป็นเพราะ บริษัท Broker เค้ามี ผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ จากบริษัทต่างๆ หลายสิบบริษัทให้เปรียบเทียบ และ จะสามารถรู้ราคาได้เร็วกว่า ประหยัดเวลามากกว่า ยกตัวอย่างเช่น TQM ที่เราเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ เค้ามีบริษัทประกันมากถึง 40 บริษัท ให้เปรียบเทียบราคา เรียกได้ว่าไม่ต้องไปเปรียบเทียบราคาที่ไหนอีกเลย เพราะน่าจะเยอะที่สุดแล้ว

อ่านต่อ