Home Insurance motor 7 ข้อ เพื่อเตรียมพร้อม ก่อนเลือกซื้อประกันรถยนต์

7 ข้อ เพื่อเตรียมพร้อม ก่อนเลือกซื้อประกันรถยนต์

7 ข้อ เพื่อเตรียมพร้อม ก่อนเลือกซื้อประกันรถยนต์

เตรียมความพร้อมก่อนเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์

การเลือกออกรถใหม่สักคันนั้น สิ่งที่พ่วงมาด้วยนั่นก็คือ ประกันรถยนต์ ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ ที่เป็นประกันที่ผู้คนที่ออกรถนั้นต้องมีติดรถไว้ทุกคันอยู่แล้ว เพราะ พ.ร.บ รถยนต์ นั้นให้ความคุ้มครองหากมีความเสียหายต่อชีวิต หรือร่างกายของบุคคลภายนอก โดยจะมีทั้ง ค่ารักษาพยาบาล มีทุนหากในกรณีสูญเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ เงินชดเชยรายวัน วงเงินความคุ้มครองต่อครั้ง ทำไมเราต้องทำ พ.ร.บ เพราะเนื่องจากทางรัฐบาล นั้นอยากให้ความช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยจากรถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือผู้คนเดินเท้าทั่วไป ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จาอุบัติเหตุใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวกับรถยนต์ จะได้รับการรักษาได้อย่างทันเวลา

“แต่สำหรับประกันภัย ที่เราต้องเลือกทำกับบริษัทประกันภัยต่าง ๆ นั้น ถือเป็นประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ที่จะมีให้เราได้เลือกทำให้กับรถยนต์ของเรา โดยที่มีความแตกต่างของกรมธรรม์ และการดูแลที่แตกต่างกันออกไป”
ประกันรถยนต์ชั้น 1

เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ความคุ้มครองในส่วนของประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นั้นมีการคุ้มครองความเสียหายต่อยานพาหนะทั้งสองฝ่าย หรือเรียกได้ว่าคุ้มครองทั้งเราและคู่กรณี และอีกทั้งยังคุ้มครองหากเราไม่มีคู่กรณีอีกด้วย เช่น ชนเสา ชนต้นไม้ เป็นต้น รวมถึงคุ้มครองความบาดเจ็บจากทางร่างกายของคนขับ ผู้โดยสาร ไฟไหม้ รถหาย และภัยธรรมชาติอื่นๆอีกด้วย

ประกันรถยนต์ชั้น 2+

ความคุ้มครองจะคล้ายกับ ประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่จะไม่ได้รับคุ้มครองรถเราหากเกิดเหตุแบบไม่มีคู่กรณี แต่คุ้มครองกรณีรถเกิดไฟไหม้ หรือรถโดนขโมย

ประกันรถยนต์ชั้น2

ความคุ้มครองก็จะคล้ายกับ ประกันรถยนต์ชั้น2+ คุ้มครองชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของคู่กรณี ส่วนหากเกิดเหตุ รถชนรถ จะคุ้มครองแค่รถของคู่กรณี จะไม่คุ้มครองรถของเรา

ประกันรถยนต์ชั้น3+

คุ้มครองชีวิตร่างกายและทรัพย์สินคู่กรณีเหมือนกัน ในกรณีที่เกิดเหตุ รถชนรถ ประกันรถยนต์ชั้น3+ จะคุ้มครองทั้งรถเราและรถคู่กรณีด้วย แต่จะไม่คุ้มครองในเรื่องความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ และรถหาย

ประกันรถยนต์ชั้น3

คุ้มครองเฉพาะชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของคู่กรณี ในกรณีที่รถชนรถจะคุ้มครองรถคู่กรณี แต่จะไม่คุ้มครองรถเรา

ก่อนจะ เลือกทำประกันให้กับรถยนต์ ของเรานั้นต้องอย่าใจร้อน วันนี้เรามี 7 ข้อ เพื่อเตรียมพร้อม ก่อนเลือกซื้อประกันรถยนต์

1 เลือกบริษัทที่มั่นคงเพื่อทำประกันภัย

การทำประกันภัยก็คล้ายๆ กับการฝากเงิน โดยที่เราต้องจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันให้กับทางบริษัทประกันภัยก่อน และหากเกิดอุบัติเหตุ บริษัทที่รับทำประกันถึงจะจ่ายค่าซ่อมรถ ค่าเสียหายต่าง ๆ ค่ารักษาพยาบาล ตามเงื่อนไข แต่หากเราเลือกบริษัทที่ไม่มั่นคงเมื่อถึงเวลาที่เราต้องเคลมประกัน บริษัทประกันมีสภาพไม่คล่อง หรือ ด้านการเงินไม่ดี ก็จะไม่สามารถจ่ายค่าซ่อม หรือค่ารักษาพยาบาลให้เราได้ ดังนั้นปัญหาก็จะมาตกอยู่ที่เรา การเลือกบริษัทประกันที่มีฐานมั่นคงอยู่ในระดับหนึ่งก็จะให้เราอุ่นใจหากต้องเคลมประกัน เช่น การเข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทประกัน เป็นต้น

2 เลือกประกันภัยที่เหมาะกับเรา

การพิจารณาประเภทของประกันภัยนั้นก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะประกันภัยแต่ละประเภทนั้นก็จะมีความคุ้มครองที่แตกต่างกันออกไป โดยอาจตัดสินใจจากปัจจัยรอบตัวหลายๆอย่างของเราเอง เช่น ขับรถบ่อยไหมใน 1 สัปดาห์ เป็นคนขับรถเร็วหรือไม่ ส่วนใหญ่จะขับคนเดียว หรือมีคนนั่งไปด้วยตลอด และระยะทางที่ขับต่อครั้งนั้นใกล้หรือไกล นั่นก็ถือเป็นตัวช่วยในการเลือกประเภท และความคุ้มครองของประกันแต่ละชนิดได้เป็นอย่างดี

3 ต้องทำความเข้าใจกับข้อยกเว้น และเงื่อนไข ขอกรมธรรม์ที่เราต้องการซื้อ

เราควรทำความเข้าใจกับการทำประกันภัยไว้ก่อน เพราะประกันภัยทุกประเภทนั้นต้องมีเงื่อนไข และข้อยกเว้นต่างๆ ไม่เช่นนั้นหากทำประกันไปแล้วเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาเราก็จะไม่รู้เรื่องอะไรเลย เช่น ส่วนลดค่าเบี้ยประกัน ค่าความเสียหายส่วนแรก ประกันของเราไม่ครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง  โดยเราต้อทำการอ่านกรมธรรม์ด้วยทุกครั้งแต่ต้องทำความเข้าใจ เพราะทางเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนนั้นนั้นจะอธิบายรายละเอียดแบบคร่าวๆ เพียงเท่านั้น ดังนั้นเราจึงควรต้องศึกษาเงื่อนไข และ ข้อยกเว้นต่างๆให้ดีก่อนการทำประกันทุกครั้ง

4 การเลือกบริษัทประกันที่ให้บริการดี รวดเร็ว และเคลมง่าย

คนส่วนใหญ่เมื่อเลือกทำประกันรถยนต์ และสิ่งที่พบนั้นก็คือ ความล่าช้าในบริการ เมื่อเราเกิดอุบัติเหตุ หรือ บริการหลังกรชาย โดยการบริการที่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องการที่จะได้รับจาก ความสะดวกสบายในการชำระค่าเบี้ยประกัน ขั้นตอนและความรวดเร็ว ในการส่งมอบกรมธรรม์ และใบเสร็จรับเงิน หากเกิดอุบัติเหตุ แล้วพนักงานเคลมเดินทางมายังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ตัวพนักงานมีความรู้ และมีประสิทธิภาพในการเจรจา อีกทั้งยังให้ความคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกค้ามากขนาดไหน อีกทั้งยังรวมถึงการประสานงานอื่นๆอีกด้วย

5 อัตรเบี้ยประกันที่มีความแตกต่างกัน ผู้ซื้อประกันต้องทำความเข้าใจ

เวลาที่เราเลือกซื้อประกันนั้น ไม่ว่าจะเป็นจากบริษัทประกัน หรือ โบรคเกอร์ประกัน เราก็จะได้รับอัตราเบี้ยประกันที่แตกต่างทั้ง ทั้งที่เป็นรถ แบรนด์ และ ปี เดียวกัน หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าทำไม อัตราเบี้ยประกันของแต่ละที่นั้นก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ปัจจัยเกี่ยวกับเงื่อนไขความคุ้มครองในตัวกรมธรรม์นั้น เช่น จำนวนทุนประกันเท่ากันหรือไม่สำหรับความเสียหายในแต่ละเหตุการณ์ วงเงินคุ้มครองตัวคนขับ และผู้โดยสารต่อครั้งต่อคนเท่าไร วงเงินค่ารักษาพยาบาลต่อครั้งต่อคน ค่าความเสียหายส่วนแรกเป็นเท่าไร กลุ่มสองจะเป็นปัจจัยภายนอก เช่น อายุผู้ขับขี่ ซื้อประกันแบบเดี่ยวหรือซื้อประกันแบบเป็นกลุ่ม เป็นแคมเปญคู่มากับการขายรถหรือไม่ ค่าใช้จ่าย ไม่ว่าตรงหรืออ้อม ในการให้บริการแก่ลูกค้ามีจำนวนมากน้อยเพียงใด เป็นต้น

6 ช่องทางการซื้อประกันรถยนต์

ถ้าเราตัดสินใจได้แล้วว่าจะซื้อ หรือต่ออายุ ไม่ว่าจะเป็นกับบริษัทประกันโดยตรงเดิม หรือรายใหม่ หรือผ่านโบรคเกอร์ ปัจจุบันเรามีวิธีการซื้อได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งซื้อผ่านทางโทรศัพท์ ผ่านทางอีเมล ซื้อผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือซื้อผ่านอินเทอร์เน็ตออนไลน์ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความพอใจของเราเป็นหลักว่าจะตกลงซื้อกับใคร และช่องทางใด ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถเช็คเบี้ยประกันต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์กันได้แล้วอีกด้วย

7 บริษัทประกันภัยมีให้เลือกเยอะต้องค่อย ๆ ตัดสินใจเลือก

เพราะในปัจจุบันบริษัทประกันภัยนั้นมีให้เราได้เลือกหลากหลายแห่ง ดังนั้นหากเราจะเลือกบริษัทประกันภัยนั้น เราก็ต้องค่อยๆตัดสินใจ ค่อยๆเลือกอีกทั้งดูรีวิว จากผู้ใช้จริงหรือคนใกล้ตัวว่า ตัวกรมธรรม์นั้นเราโอเคหรือไม่ บริการหลังการขายของบริษัทประกันนั้นๆ เป็นอย่างไร มีโปรโมชั่น หรือวิธีการเคลมที่สะดวกสบายหรือไม่

การเลือกทำ ประกันภัยรถยนต์ นั้นถือ เป็นสิ่งที่สำคัญต่อตัวของเราและรถยนต์องเราเป็นอย่างมาก และการทำประกันนั้นเป็นการซื้อความเสี่ยงกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ การซื้อประกันก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยทำให้เราอุ่นใจมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามจะเลือกทำประกันภัยรถยนต์ที่ใดก็แล้วแต่นั้นเราก็ควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขให้ดีก่อนเลือกทำประกันภัยรถยนต์กันนะคะ

READ MORE :

Exit mobile version