5 เหตุผล ทำไมผู้หญิงถึงขับรถได้ดี ไม่แพ้ผู้ชาย

ผู้หญิงไม่ได้ขับรถแย่อย่างที่คุณคิด !

หลายครั้งเวลาอยู่บนท้องถนน ถ้าเจอรถยนต์คันไหนที่ขับไม่ดี ขับไม่ได้เรื่อง ขับช้า ลังเลว่า จะเข้าเลนไหนดี แซงผิดจังหวะ ปาดหน้า หรือจอดรถเอียง พอเจอพฤติกรรมแย่ ๆ แบบนี้ หลายคนต่างคิดไปก่อนแล้วว่า คนขับรถยนต์คันนั้น จะต้องเป็นผู้หญิงไว้ก่อน

ซึ่งความคิดเช่นนี้ ได้กลายเป็นอุปทานหมู่ไปแล้วว่า “ผู้หญิงขับรถแย่กว่าผู้ชาย” ทั้งที่ความจริงแล้วพฤติกรรมการขับรถที่ว่า อาจเป็นผู้ชายหรือเพศอื่นก็ได้ และจากงานวิจัยของประเทศนอร์เวย์ (เมื่อปี 2560) พบว่า ผู้หญิงมีอาการวอกแวกเวลาขับรถน้อยกว่าผู้ชาย เมื่อผลวิจัยออกมาแบบนี้ ย่อมแปลได้ว่า ผู้หญิงก็เป็นเพศที่ขับรถดี (และปลอดภัย) ไม่แพ้ผู้ชาย

ถ้าไม่เชื่อ ลองดูมากันว่า มีเหตุผลอะไรที่สนับสนุนว่า ผู้หญิงนั้นขับรถไม่แพ้ผู้ชายกันบ้าง ตามมาดูกันเลย


รักษาระยะห่างได้พอดี


หากสังเกตให้ดีเวลาอยู่บนท้องถนน พบว่า ผู้หญิงจะมีการรักษาระยะห่างจากคันหน้าได้ดีกว่าผู้ชาย ไม่ค่อยมีผู้หญิงที่ขับรถจี้คันข้างหน้าซักเท่าไหร่ ซึ่งกระทำดังกล่าว เป็นผลดีอย่างมาก เพราะถ้าจู่ ๆ รถยนต์คันข้างหน้าเบรกกระทันหัน หรือมีอุบัติเหตุข้างหน้าคุณก็สามารถหยุดรถทัน ไม่เกิดการจุ๊บก้นรถยนต์คันหน้าอย่างแน่นอน อันนี้ รวมถึงกรณีที่รถคุณถูกจุ๊บก้น ก็มีความเป็นไปได้ว่า รถของคุณจะขยับไปจุ๊บก้นรถที่จอดอยู่ข้างหน้าอีกทอด เหมือนข่าวรถชน 3-4 คันซ้อน เช่นที่เห็นกันตามสื่อเป็นประจำ


ใส่ใจสมาชิก และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน


ผู้หญิงอาจเป็นเพศที่มีความละเอียดอ่อน และรอบคอบกว่าผู้ชายในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งรวมไปถึงการขับรถยนต์ เรียกว่า ก่อนจะขยับรถออกจากรั้วบ้าน ที่ทำงาน หรือขณะอยู่บนถนน คุณสาว ๆ จะพยายามมองไปรอบ ๆ เพื่อสอดส่องก่อนว่า มีอะไรที่เป็นอุปสรรคหรืออันตรายต่อการขับรถของตนหรือไม่อยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถของผู้หญิงนั้น มีน้อยกว่าผู้ชาย

และยิ่งถ้าคุณสาว ๆ มีสมาชิกเดินทางไปไหน มาไหนด้วยแล้ว พวกเธอจะยิ่งเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถมากขึ้นไปอีก


ควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า


หากลองดูคลิปที่ถูกโพสต์ในโซเชียล พบว่า คลิปต่าง ๆ ที่มีออกมานั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเวลาขับรถบนท้องถนน โดยเฉพาะประเด็นขับรถปาดไป ปาดมา กระทั่งเกิดการขับรถตามมาเอาคืน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ลงจากรถเพื่อมาเอาเรื่องกับคู่กรณี มักเป็นผู้ชาย และบางกรณีการเหตุเล้กก็ลามไปเป็นการทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุบนท้องถนน หรือพลั้งมือฆ่ากันตาย

ผิดไปจากผู้หญิง หากเกิดเหตุปาดหน้ากัน ก็มีเพียงการใช้วาจาโจมตีใส่คู่กรณีเท่านั้น แถมส่วนใหญ่ยังเป็นการพูดต่อว่าบนรถของตนเองซะด้วยซ้ำ น้อยมาก ๆ ที่จะลงไปปะทะอารมณ์กันซึ่ง ๆ หน้า พอเห็นเหตุผลแบบนี้แล้ว ไม่แปลกที่จะบอกว่า ผู้หญิงนั้นสามารถควบคุมสติ และอารมณ์ได้ดีกว่าผู้ชาย จึงทำให้ไม่ค่อยมีเรื่องบนท้องถนนเท่าไหร่


จอดรถได้ดีกว่า


แม้เคยมีการถกเถียงกันมายาวนานว่า ผู้ชายจอดรถได้ดีกว่าผู้หญิงนั้น ในเรื่องนี้ อาจไม่ใช่เรื่องจริงซะทีเดียว เนื่องด้วยความที่ผู้หญิงมีความรอบคอบ เวลาเข้าพื้นที่จอดรถ พวกเธอจะคอยสอดส่องหาช่องจอดที่ยังว่างอยู่ ไปอย่างช้า ๆ ทำให้ส่วนใหญ่พวกเธอสามารถหาที่จอดรถได้ดีกว่าผู้ชาย เพราะผู้ชายมักจะขับรถเร็วและใจร้อนกว่า รู้ตัวอีกทีก็เลยช่องจอดรถที่ว่างไปเสียแล้ว


ผู้หญิงที่เป็นแม่คน ยิ่งมีความระมัดระวังมากขึ้น


คุณแม่ส่วนใหญ่มักเดินทางไปไหนมาไหนกับลูก ๆ ไม่ว่าจะไปช้อปปิ้ง เพื่อซื้อของเข้าบ้าน หรือขับรถไปรับ ไปส่งลูก ๆ ที่โรงเรียน เมื่อมีลูกน้อยนั่งรถมาด้วย ไม่แปลกที่คุณแม่จะมีความระมัดระวังในการขับรถเพิ่มขึ้น คาดว่า มาสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่ต้องการปกป้องลูกมากกว่า จึงทำให้การขับรถมีความปลอดภัยมากขึ้น

และทั้งหมดนี่ คือ เหตุผลว่า แท้จริงแล้วผู้หญิงก็ขับรถได้ดีไม่แพ้ผู้ชาย เพราะพวกเธอเลือกที่จะขับรถด้วยความรอบคอบ ระวังตัว ทำให้ขับรถไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย สำหรับใครที่อยากเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น ก็ควรที่จะต้องทำประกันภัยรถยนต์ ที่ให้ความคุ้มครองคุณและเพื่อนร่วมทางก่อนใช้รถใช้ถนนทุกครั้ง

Read more…