Home Insurance motor ไม่ทำประกันรถยนต์ได้ไหม ข้อมูลจากคน Pantip

ไม่ทำประกันรถยนต์ได้ไหม ข้อมูลจากคน Pantip

10 เหตุผลให้คุณตัดสินใจ ว่าควรทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจหรือเปล่า?

คนมีรถยนต์บ่นอุบ เมื่อต้องจ่ายค่าประกันรถยนต์ ที่เป็นค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากค่าต่อทะเบียน และ ค่าต่อ พ.ร.บ. ซึ่งราคาเบาสุด ก็ราว 5,000 บาท กับประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ซึ่งดูแล้วก็พอ ๆ กับราคาถอยโทรศัพท์มือถือใหม่สักเครื่อง แล้วหากมีประสบการณ์ไม่เคยเคลม ก็รู้สึกเสียดายเงินเช่นกัน วันนี้หากคุณกำลังหาข้อมูลอยู่ว่า เมื่อซื้อรถยนต์ แล้วไม่ทำประกันรถยนต์ได้ไหม? มีคำตอบจากชาว Pantip มาบอกกัน

ข้อมูลจากกระทู้ https://pantip.com/topic/31665707

1 ไม่ทำก็ได้ กฎหมายไม่บังคับ – กรณีจ่ายสดเท่านั้น

โดยปกติแล้ว การทำประกันภาคสมัครใจ ไม่ได้อยู่ในข้อบังคับของกฎหมายการจราจร คือ จะทำ หรือ ไม่ทำ ก็ได้ แล้วแต่คุณเลย แต่กรณีนี้สำหรับท่านที่ซื้อรถยนต์แบบ จ่ายสด หรือ ผ่อนหมดแล้วเท่านั้น หากคุณยังมีภาระต้องผ่อนกับบริษัทสินเชื่อไฟแนนซ์รถยนต์ มักจะโดนเงื่อนไขบังคับทำตลอดระยะเวลาอายุการผ่อนมากกว่า เพราะไฟแนนซ์เองก็ไม่อยากรับผิดชอบความเสี่ยงหากรถยนต์เสียหาย

ดูความคุ้มครอง ของ พ.ร.บ. ได้ที่นี่

2 ไม่ทำก็ได้ แต่ไฟแนนซ์ไม่ยอม ต้องทำถ้ายังผ่อนไม่หมด

ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล และ รถแท็กซี่ หรือ รถสาธารณะ ที่ยังมีภาระต้องผ่อนกับบริษัทสินเชื่อรถยนต์ต่าง ๆ นั้น ทางไฟแนนซ์บังคับเจ้าของรถทำประกันภัยแน่นอน สมมติว่ารถคันนี้ต้องผ่อน 7 ปี ก็ต้องต่อประกันภัยรถยนต์ถึง 7 ปี ให้ครอบคลุมระยะเวลาผ่อนชำระ ซึ่งเขาอาจจะรวมอยู่ในโปรโมชั่นงวดผ่อนแต่ละเดือนให้ แต่อาจจะให้คุณไปทำเองก็ได้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงกัน

ดูข้อเสียของการไม่ทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ได้ที่นี่

3 ไม่ทำก็ได้ แต่ถ้าซ่อมขึ้นมาต้องจ่ายเอง

คุณจะไม่ทำประกันภัยรถยนต์เองก็ได้ แต่วันใดวันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุที่ต้องซ่อมเพียงเล็กน้อย หรือต้องยกไปเคาะสี ปะผุ ทั้งคัน คุณเองต้องมีเงินสำรองจ่ายทั้งหมด โดยที่ไม่มีใครคาดคะเนได้เหมือนกันว่าต้องเตรียมค่าซ่อมไว้เท่าไหร่? แต่จากประวัติการขับขี่ และ สถิติของคนมีรถทั่วโลก มันจะมีระบุบอกอยู่แล้วว่า รถใหม่ คนขับอายุเท่านี้ จะมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุแบบไหนบ้าง? มีค่าซ่อมเท่าไหร่? เขาจึงกำหนดเป็นอัตราเบี้ยประกันมาแล้วง่าย ๆ ถ้าซ่อมขึ้นมาค่าซ่อมมากกว่าค่าเบี้ยแน่นอน จึงเป็นเหตุผลที่ว่าซื้อรถมาแพงแค่ไหน ก็ต้องทำประกัน

ดู เบี้ยประกันรถยนต์ แบบ ถูก ๆ ได้ที่นี่

4 ไม่ทำก็ได้ แต่ต้องขับอย่างระมัดระวัง

หากคุณคิดว่าคุณขับรถดี ไม่เคยมีประวัติการชนเลยสักครั้งเดียว ก็ลองไม่ทำประกันก็ได้ แต่ก็ยังไม่เคยเจอเหมือนกันว่าใครจะออกตัวว่าตัวเองไม่ทำประกันรถยนต์เลย มีแต่ความคิดเห็นเชิงอุดมคติ.. ถ้าใครเคยเจอคนไม่ทำประกันเพราะมั่นใจว่าตัวเองขับดี แล้วบอกด้วย!

ขับรถชนแล้วหนี จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณบ้าง?

5 ไม่ทำก็ได้ แต่ถ้าคนอื่นมาชนเราล่ะ?

แม้ว่าจะมั่นใจว่าตัวเองขับดี แต่วันดีคืนดี หากจอดรถอยู่เฉย ๆ แล้วมีคนมาเบียดกระจกมองข้างหลุด หรือทำให้รถเป็นรอยหาตัวคนทำไม่ได้ ก็น้ำตาตกเช่นกัน แม้ว่าเราจะขับดีขนาดไหน แต่หากคนอื่นขับมาชน ก็มีค่าใช้จ่ายที่ต้องซ่อมอยู่ดีนะ

วิธีซื้อประกันรถยนต์แบบถูก ๆ คลิกที่นี่

6 ไม่ทำก็ได้ ปีหน้าค่อยทำ

คนมีรถบางคน ไม่ได้ทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจทุกปี แต่ก็ทำประกันแบบปีเว้นปี หรือมีเงินค่อยทำ ไม่มีเงินก็เว้นไว้ก่อน คาดว่ามีปริมาณเยอะพอสมควร

อ่านเพิ่มเติม คำแนะนำสำหรับมือใหม่หัดซื้อประกัน

7 ไม่ทำก็ได้ ไม่ได้คิดว่ารถจะโดนน้ำ หรือไฟไหม้

บางคนกลัวน้ำเข้ารถเท่านั้นจึงทำประกัน หรือกลัวไฟไหม้จากอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่กลัวรถหาย หรือ รถชน เพราะขับอย่างไม่ประมาท เรื่อง “น้ำท่วม – ไฟไหม้” จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เจ้าของรถกลุ่มนี้ตัดสินใจ ทำ หรือ ไม่ทำประกันรถยนต์ในปีนั้น และอาจจะมาจากสาเหตุรถเก่าแล้วด้วย

อ่านสาเหตุ รถไฟไหม้ เกิดจากอะไร?

8 ไม่ทำก็ได้ ถ้าคิดว่ามีเงินสำรองจ่ายกรณีโดนชน

บางคนมีรถหลายคัน ก็จะเลือกไม่ทำประกันภาคสมัครใจให้กับคันที่ไม่ค่อยได้ขับออกถนนเท่าไหร่ และใช้วิธีเผื่อเงินสำรองจ่ายสำหรับค่าซ่อมที่อาจเกิดขึ้นก็ได้ อาจจะกะไว้แล้วว่าคงซ่อมนิด ๆ หน่อย ๆ เก็บเงินไว้เปลี่ยนยาง เปลี่ยนอะไหล่ดีกว่า..

ทำไมต้องทำประกันรถยนต์?

9 ไม่ทำก็ได้ เพราะรถเก่าแล้ว

รถยนต์บางคันอยู่คู่กับครอบครัวคุณมากว่า 15 ปี แล้ว บางทีก็ไม่ได้นำออกมาขับ ไม่ได้เอามาใช้ต่อก็เลยไม่ค่อยทำประกัน เสียซ่อมทีก็ไม่คุ้ม เป็นรถยนต์ที่คิดว่าขับออกถนนโดนชนก็ไม่เสียดายค่าอะไหล่ หาซ่อมไม่ได้แล้ว เตรียมขาย ก็ไม่อยากทำประกัน

ดูรายชื่อตัวแทนประกันรถยนต์ทั่วประเทศ ได้ที่นี่

10  ไม่ทำก็ได้ แต่มีประกันรถยนต์ชั้น 3 ไว้ก็ดี

บางคนคิดว่าประกันภัยต้องแพงเสมอ แต่ประกันภัยรถยนต์มีความจำเป็น หากไม่ได้ไว้ซ่อมให้รถตัวเอง ก็เผื่อซ่อมให้กับรถคู่กรณี หรือ จ่ายค่าบาดเจ็บให้กับคนเดินถนนที่เราอาจพลาดไปชนก็ได้ อย่างน้อยทำเป็นประกันแบบ ชั้น 3 มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาท ถือว่าซื้อความสบายใจ

https://promotions.co.th/%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%86/insurance/motor/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C-3-%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD.html

ข้อมูลจากกระทู้ https://pantip.com/topic/31665707

อีกหนึ่งความคิดเห็นของผู้ที่นิยมทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 มากกว่า เนื่องจากให้ความคุ้มครองทุกอย่าง ตั้งแต่ รถหาย น้ำท่วม ไฟไหม้ และประกันบางเจ้า มีรถยนต์ให้ใช้ระหว่างที่ต้องเอาเข้าอู่ซ่อม หรือแม้กระทั่ง Gadget ที่วางไว้ในรถยนต์อย่าง โทรศัพท์มือถือ โน้ตบุ๊ก กระเป๋าแบรนด์เนม ถูกโจรกรรมทุบกระจก (ประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มครองกระเป๋าแบรนด์เนม มักจะเป็นประกันรถยนต์สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ อาทิ ของทิพยประกันภัย)

ข้อมูลจากกระทู้ https://pantip.com/topic/31665707

สุดท้ายนี้หากคุณจะเลือกทำประกันรถยนต์ หรือ ไม่ได้ทำก็ตาม ก็อย่าลืมว่า อุบัติเหตุ อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากเสียหายไม่มากก็ถือว่าโชคดี แต่หากกังวลว่าเงินสำรองจ่ายอาจจะไม่พอ ก็เลือกประกันแบบราคาไม่แพง เพื่อให้ครอบคลุมคุ้มครองคุณกับรถไว้ทั้งคู่ดีกว่า

 

อ่านเพิ่มเติม :