ประเภทฟิล์มรถยนต์ที่ช่วยในการกรองแสงได้ดี คือ!

สำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่หัดขับรถ นอกจากเรื่องเกี่ยวกับเครื่องยนต์ที่ไม่ค่อยจะสันทัดแล้ว ประด็นคำถามที่ว่า ติดฟิล์มรถยนต์กี่เปอร์เซ็นต์ดี ? ก็เป็นอีกหนึ่งข้อสงสัยยอดฮิตเช่นกัน! โดยสิ่งสำคัญของการเลือกฟิล์มรถยนต์คือ ต้องมีคุณภาพที่สามารป้องกันความร้อนจากแสงแดดได้ดี ที่สำคัญคือต้องสามารถป้องกันรังสี UV ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 99 และค่าการสะท้อนแสงที่กระจกบริเวณด้านหน้าไม่ควรเกิน 100% เพราะะหากเกินกว่านนี้อาจทำให้เกิดปัญหาในการมองเห็น อีกทั้งทำให้เกิดเงาสะท้องของตัวเอง เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ ส่วนฟิล์มสำหรับติดรอบคันก็ไม่ควรเกิน 30%

สำหรับเปอร์เซ็นต์ของฟิล์มติดรถยนต์ มีค่ากำหนดที่แตกต่างกัน โดยค่าเปอร์เซ็นแบ่งออกได้ดังนี้

  • ฟิล์ม 40% เป็นชนิดฟิล์มใส มีค่าแสงส่องผ่านปาะมาณ 35% ขึ้นไป
  • ฟิล์ม 60% เป็นชนิดฟิล์มเข้ม มีค่าแสงส่องผ่านประมาณ 20%
  • ฟิล์ม 80% เป็นชนิดฟิล์มที่เข้มที่สุด มีค่าแสงส่องผ่านประมาณ 5%

เพื่อการเลือกฟิล์มติดรถยนต์ที่เหมาะสม เรามีข้มมูลเกี่ยวกับฟิล์มปแต่ละประเภทที่เหมาะกับการช่วยกรองแสงได้ดีมาบอก ดังนี้

⇒ ไม่มีส่วนผสมสารป้องกันรังสีจากแสงแดด

เป็นประเภทฟิล์มที่มีคุณสมบัติกรองแสงจากดวงอาทิตย์ให้อ่อนลง โดยจะช่วยลดความเข้มของแสงได้อย่างเดียว ไม่สามารถกรองแสงอันตรายจากความเข้มของรังสีต่างที่มากับแสงแดดได้ ซึ่งเป็นชนิดฟิล์มที่กัยความร้อนได้ไม่เกิน 50% ราคาไม่แพง มีอายุการใช้งานในระยะสั้น ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่

⇒ มีส่วนผสมสารป้องกันรังสีจากแสงแดด

เป็นประเภทฟิล์มที่มีวัสดุพิเศษสามารถป้องกันรังสีต่างๆ ได้ดี อีกทั้งยังช่วย้ป้องกันอุปกรณ์ภายในรถยนต์จากแสงแดดได้อีกด้วย โดบแบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้

  1. ฟิล์มปรอท, ฟิล์มเคลือบโลหะ และฟิล์มลดความร้อน
    สามารถช่วยลดความร้อนได้ 35-90% โดยเนื้อฟิล์มจะมีสีที่สะท้อนแสงกระจกเงา ซึ่งมีความอันตรายแก่รถที่ขับตามหลังในช่วงเวลากลางวัน มีอายุการใช้งานประมาณ 3-7 ปี
  2. ฟิล์มอินฟราเรด
    เป็นประเภทฟิล์มเคลือบสารพิเศษที่ไปตัดรังสีอินฟาเรด โดนเป็นฟิล์มที่สามารถกันความร้อนได้ดี
  3. ฟิล์มนิรภัย
    เป็นชนิดฟิล์มที่มีความหนา 4 MIL ขึ้นไป มีทั้งแบบที่ช่วยลดความร้อน และไม่ลดความร้อน มีคุณสัมบัติที่ช่วยยึดเกาะแผ่นกระจกให้คงรูปเมื่อถูกแรงกระแทก อีกทั้งยังช่วยซับแรงได้อีกชั้น 
  4. ฟิล์มใสประเภทนาโน
    เป็นประเภทฟิล์มที่ส่องผ่านได้มากกว่า 60% สามารถทนความร้อนได้สูง และไม่มีเงา

และไม่เป็นการผิดกฎหมายจราจร ควรติดฟิล์มรถยนต์บริเวณกระจกบังหน้าให้มีความเข้มไม่เกิน 40% สำหรับกระบายอื่นรอบคันควรมีความทึบไม่เกิน 60% ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง รวมถึงผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ และช่วยลดความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย

และอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ควรละเลยคือ การทำประกันรถยนต์ เพื่อหากเกินอุบัติเหตุไม่คาดฝัน ประกันจะช่วยชดใช้ค่าเสียหาย รวมถึงให้การคุ้มครองได้อย่างครอบคลุม โดยที่ TQM มีประกันภัยรถยนต์จากหลายบริษัทชั้นนำที่น่าสนใจ อีกทั้งมีข้อเสนอดีๆ รวมถึงโปรโมชั่นที่คุ้มแสนคุ้ม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1737 ตลอด 24 ชั่วโมง

 ♦ คลิกอ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม