ads

เหตุผลไหนบ้างถ้าเจอปัญหาจากบริษัทประกันรถยนต์แบบนี้ต้องรีบเปลี่ยนบริษัท

เชื่อว่าหลายคนที่ทำประกันนั้น มีความรู้สึกอยากเปลี่ยนบริษัทประกันเมื่อเจอปัญหา หรือ การบริการที่ไม่ดี หรือ อาจจะการได้ฟังว่าบริษัทประกันอื่นดีกว่าน่าทำกว่า ก็ถือเป็นอีกแรงจูงใจที่ทำให้เราอยากเปลี่ยนบริษัทประกันภัย แต่การจะเปลี่ยนบริษัทประกันทั้งทีก็ต้องเกิดปัญหาขึ้นมาว่าจะ เลือกบริษัทประกันไหนดี ถ้าเปลี่ยนแล้วจะดีขึ้นหรือไม่ หรือจะแย่ลง สิ่งนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่หลายคนนี้หวางระแวงในการทำประกัน

วันนี้เราก็มีตัวช่วยในการตัดสินใจ สำหรับการเลือกเปลี่ยนบริษัทประกันที่ว่า เจอปัญหาแบบไหนที่ควรเปลี่ยน

1.การได้รับการบริการในด้านลบ

การได้รับบริการจากบริษัทประกัน เราสามารถพบเจอได้ทั่วไปตามการแชร์ประสบการณ์ต่างๆ อย่างเช่นใน เว็บไซต์พันทิป ที่เราจะเห็นกระทู้เกี่ยวกับการบริการของทางบริษัทต่าง ๆ ในด้านลบ ซึ่งนี่ก็ถือเป็นปัจจัยหลัก ๆ ในการเลือกเปลี่ยนบริษัทประกันภัยของผู้คนส่วนใหญ่ เพราะทุกคนนั้นจะคิดว่าการเลือกทำประกันทั้งทีเราจ่ายเบี้ยประกันไปเราต้องได้รับบริการและคความคุ้มครองที่ดีที่สุด แต่ก็ยังมีบริษัทประกันหลายที่ที่ อาจทำให้เราไม่พอใจเช่น บริการช้า พูดจาไม่สุภาพ หรือ บริการได้ไม่อย่างเช่นในตอนที่ขายประกันให้แก่เรา ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการบริษัทประกันที่เคลมเร็ว ให้บริการดี สามารถให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาได้

2.ความคุ้มครองไม่คุ้มค่ากับค่าเบี้ยประกัน

หลายคนนั้นติดใจในส่วนของการการเลือกประกันที่มีโปรโมชั่นที่น่าจูงใจ และ แผนประกันที่ มีค่าเบี้ยประกัน ที่มีราคาถูก เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการ ความคุ้มครองที่คุ้มค่าและครอบคลุมอีกทั้งคุ้มกับค่าเบี้ยประกันที่เราต้องเสียไป ซึ่งหากเราต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันที่สูงแต่ความคุ้มครองได้ไม่คุ้มค่า หรือ ไม่ได้รับความคุ้มครองที่คอบคลุมเท่าที่ควร เราก็จะเสียเปรียบเมื่อ เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ที่ความคุ้มครองที่เราได้รับไม่ครอบคลุม ซึ่งเราสามารถเช็คเบี้ยประกันก่อนการตัดสินใจเลือกทำประกันภัยได้

3.ราคาค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นทุกปี

เมื่อเราจะทำการต่อประกันภัยกับบริษัทประกันเดิม แต่ค่าเบี้ยประกันแพงขึ้นทุกปีทั้งที่ไม่ค่อยได้เคลม แถมยังเป็นฝ่ายถูกตลอด เราอาจคิดว่าเปลี่ยนบริษัทประกันดีหรือไม่ ทุกคนในการทำประกันล้วนอยากได้ส่วนลด โปรโมชั่น สำหรับลูกค้าต่อเนื่องหรือลูกค้าประจำ แต่หากต่อประกันและเป็นลูกค้าประวัติดีแต่ยังโดนเพิ่มค่าเบี้ยประกันนั้นราก็คงไม่โอเคเท่าไหร่ แต่ก็ต้องดูสาเหตุด้วยว่าสาเหตุนั้นมาจากการขาดการติดต่อหรือไม่

4.บริษัทประกันไม่มีความน่าเชื่อถือ

บริษัทประกันส่วนใหญ่นั้นก่อนจะมาเปิดเป็นบริษัทประกันได้นั้นต้องมีในส่วนของการจดทะเบียนขึ้นบริษัทประกันโดยต้องมีเงินทุนจดทะเบียน และ การวางประกันหลักรัพย์ก่อนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท และต้องมีการดำรงเงินกองทุน เพื่อคุ้มครองเจ้าหนี้กรณีที่บริษัทล้มละลาย หรือ ถูกเพิกถอนใบอนุญาติ อีกทั้งเรายังสามารถเสิร์ชหาชื่อบริษัทนั้น ๆ เพื่อดูประวัติและช่องทางการติดต่อต่างๆได้ผ่านทางอินเตอร์เน็ต หากบริษัทไหนที่มีช่องทางการติดต่อน้อย หรือ ไม่มีเว็บไซต์ให้เราได้ศึกษาข้อมูลกรมธรรม์ก็ควรตัดบริษัทนั้นทิ้งซะ ควรเลือกบริษัทประกันที่มีช่องทางการติดต่อที่ง่ายอีกทั้งมีเว็บไซต์ และตัวบริษัททีน่าเชื่อดีไว้ดีกว่า เพราะหสกเกิดเหตุขึ้นมาจะได้ติดต่อบริษัทประกันได้ทันที

ซึ่งทุกครั้งที่เราจะเลือกทำประกันภัยกับบริษัทใดนั้น เราควรต้องศึกษาข้อมูลของการประกันภัยของบริษัทนั้น ๆ ก่อตัดสินใจทำประกันรวมไปถึง ความคุ้มครองของแผนกรมธรรม์ เมื่อหากเจอปัญหาแบบนี้ก็ควรต้องเปลี่ยนบริษัทประกันแล้วแหละค่ะ เพื่อการได้รับบริการที่ดีและแผนความคุ้มครองที่ตรงใจของคุณ อีกหนึ่งทางเลือกคือ การเลือกเทียบค่าเบี้ยประกันรถยนต์กับบริษัทต่าง ๆ ว่าเจ้าไหนให้ความคุ้มครอง ที่คุ้มค่าที่สุดกับค่าเบี้ยที่ต้องจ่ายไปสำหรับคุณ

READ MORE :