สงกรานต์ 63 นี้ ดื่มเท่าไหร่ถึงไม่ผิดกฎหมาย

ads

ดื่มฉลองเทศกาลสงกรานต์อย่างรู้ลิมิต

สวัสดีค่ะ ในช่วงสงกรานต์แทบจะทุกคนทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยต้องมีการฉลองสังสรรค์เทศกาลสงกรานต์ แน่นอนว่าก็ต้องมีการดื่ม ‘เครื่องดื่มแอลกอฮอล์’ ด้วย แต่หลังจากดื่มแล้วแนะนำว่าห้ามขับรถ เพราะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น ดังที่เป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ โดยในสงกรานต์ปีนี้ ก็มีมาตรการใหม่เพื่อเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยเพิ่มขึ้นด้วย นั่นคือ หากนั่งรถโดยสารไปกับคนขับที่เมาจะต้องถูกจับด้วย แล้วถ้าดื่มแก้วสองแก้วล่ะจะเป็นอะไรไหม? หลายคนคงจะสงสัยในประเด็นนี้กันอยู่ไหมคะ ไปพบกับคำตอบกันได้เลยค่ะ

ก่อนที่จะไปรู้คำตอบว่า หากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพียงแก้วสองแก้วจะสามารถขับรถได้หรือไม่? ก็ต้องมาทำความเข้าใจกับข้อกฎหมายที่ห้ามให้มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเท่าไหร่ และปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ของเครื่องดื่มแต่ละชนิดมีปริมาณเท่าไหร่ จึงจะคาดคะเนได้ว่าเมื่อเราดื่มจะยังสามารถขับรถได้ไหม ตามข้อมูลของภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แสดงปริมาณแอลกอฮอล์ของตัวอย่างเครื่องดื่มต่าง ๆ ทั้ง 7 ชนิด ดังนี้

เครื่องดื่ม

ปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ (ดีกรี)

เบียร์ 4-7
ไวน์ 10-15
สุราไทย 28-40
วิสกี้ บรั่นดี 40-50
เหล้าสาโท 7-15
เหล้ากระแช่ 10-12
เหล้าอุ 10

เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปแล้ว กระเพาะและลำไส้จะดูดซึมแอลกอฮอล์และเข้าสู่เลือด ทำให้เกิดอาการมึนเมา ในปัจจุบันเมาแล้วขับถือเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อลดอุบัติเหตุ จึงมีมาตรการรณรงค์และมีข้อกฎหมายกำหนดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ โดยจะต้องไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หากผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สงกรานต์นี้ หากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อฉลองสงกรานต์ ทางที่ดีไม่ควรขับขี่รถ แม้ว่าจะดื่มเพียงนิดหน่อย เพราะนอกจากจะผิดกฎหมาย ถูกจำคุกและถูกปรับแล้ว ยังอาจจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงได้ และเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แม้มีประกันรถยนต์ก็ไม่สามารถเคลมประกันได้ เพราะเมาแล้วขับนั่นเอง

Read more…