รถยนต์ประเภทที่ 1 คืออะไร

ads

จักรยาน รถเก๋ง มอเตอร์ไซค์ แบบไหนคือรถยนต์ประเภท 1 เรามีคำตอบ

 

ถ้าพูดถึงรถยนต์แล้วตอนนี้พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของเรา ๆ ท่าน ๆ ไปแล้ว เริ่มตั้งแต่ลืมตาตื่นนอนมา พอออกจากบ้านปุ๊บ! สิ่งที่พบเจอล้วนแล้วแต่เป็นก้อนเหล็กมูลค่าหลายแสน หลายล้าน เคลื่อนที่อยู่เต็มท้องถนนไปหมด กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในชีวิตประจำวันที่ทุกคนขาดไม่ได้ไปโดยอัตโนมัติ บางคนมีอาชีพที่ต้องใช้รถยนต์ทำมาหากินอย่างเช่นเซลล์ หรือคนขับรถแท็กซี่จำเป็นต้องเดินทางไปพบลูกค้าอยู่ตลอดก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีรถยนต์ไว้ใช้

 

พูดง่าย ๆ ก็คือ รถยนต์เป็นยานพาหนะหรือเครื่องมือหาเลี้ยงชีพ บางคนบ้านอยู่ไกลจากที่ทำงานเพื่อให้การเดินทางสะดวกสบายก็จำเป็นต้องมีรถอันนี้ก็เข้าใจได้ บางคนเรียนจบมามีการมีงานทำเก็บเงินได้สักก้อนก็อยากจะมีรถยนต์เป็นของตัวเองบ้างอันนี้ก็มีเหตุผล เห็นไหมครับรถยนต์เข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตมนุษย์เรามากขึ้นทุกวัน

 

บางบ้านมีหลายคันด้วยซ้ำไป ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้เราจำเป็นต้องมีรถยนต์ไว้ใช้งาน ที่สำคัญรถยนต์สมัยนี้ราคาก็ไม่ได้แพงเหมือนสมัยก่อนอีกต่อไปแล้ว มีหลายรุ่นหลายยี่ห้อผลิตรถยนต์ราคาถูกออกมาจำหน่ายเพื่อตอบสนองความต้องการครอบคลุมทุกตลาดทั้งระดับบน และตลาดล่างกันเยอะไปหมด

สิ่งใกล้ตัวที่ทำให้สีรถยนต์เสื่อมสภาพ

ที่กล่าวมาข้างต้นคือภาพรวมที่สะท้อนให้เห็นถึงสังคมยุคปัจจุบันว่ารถยนต์เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในชีวิตประจำวันของเรา แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่ารถยนต์ที่เราใช้กันอยู่นั้นเป็นรถยนต์ประเภทไหน มีไว้สำหรับใช้เพื่อการใดได้บ้างที่ถือว่าถูกกฎหมาย วันนี้ผมมีข้อมูลดี ๆ มาบอกกันว่ารถยนต์มีกี่ประเภท และแต่ละประเภทมีลักษณะการใช้งานอย่างไรบ้าง

 

ประเภทรถยนต์จำแนกออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้

ประเภทที่หนึ่ง รถยนต์นั่ง ได้แก่ รถเก๋ง รถตรวจการเล็ก หรือรถแวนเล็ก รถจิ๊ป (ช่วงสั้น) รถสามล้อเครื่อง รถยนต์ประเภทนี้ลักษณะทั่วไปคือนั่งได้ไม่เกิน 7 คน รวมทั้งคนขับ

ประเภทที่สอง รถยนต์โดยสาร ได้แก่ รถตู้โดยสาร รถปิคอัพ รถเมล์โดยสาร รถยนต์ประเภทนี้ลักษณะทั่วไปคือนั่งได้เกิน 7 คน รวมทั้งคนขับ

ประเภทที่สาม รถยนต์บรรทุก ได้แก่ รถบรรทุกชนิดรถเก๋งทึบบรรทุก (แวน) รถบรรทุกชนิดกระบะไม้หรือเหล็ก และมีหรือไม่มีหลังคาก็ได้ รถบรรทุกชนิดถังเหล็ก รถประเภทนี้ใช้สำหรับบรรทุกหรือขนสินค้าชนิดต่าง ๆ

ประเภทที่สี่ รถยนต์ลากจูง หมายถึง รถยนต์ที่ไม่มีกระบะสำหรับการบรรทุก และใช้ในการลากจูง

ประเภทที่ห้า รถพ่วง หมายถึง รถที่ไม่มีเครื่องยนต์ และใช้ในการบรรทุกคู่กับรถยนต์ลากจูง หรือใช้ในการบรรทุกคู่กับรถยนต์บรรทุก

ประเภทที่หก รถจักรยานยนต์ หมายถึง รถสองล้อที่มีเครื่องยนต์ มีหรือไม่มีรถพ่วงก็ได้

ประเภทที่เจ็ด รถยนต์นั่งรับจ้างสาธารณะ หมายถึง รถแท็กซี่ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง รถสามล้อแท็กซี่ รถยนต์ประเภทนี้นั่งได้ไม่เกิน 7 คน รวมคนขับซึ่งต้องจดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งรับจ้างสาธารณะด้วย

ประเภทที่แปด ได้แก่ รถยนต์เบ็ดเตล็ด หมายถึง รถยนต์ที่ไม่ได้อยู่ใน 7 ประเภทดังที่กล่าวมาข้างต้น อาทิ รถยนต์ป้ายแดง รถพยาบาล รถดับเพลิง รถใช้ในการเกษตร รถใช้ในการก่อสร้าง และรถอื่น ๆ เป็นต้น

 

สำหรับรถยนต์ประเภทที่หนึ่ง หมายถึงรถยนต์นั่งได้ไม่เกิน 7 คน นับรวมคนขับด้วย ได้แก่ รถเก๋ง รถตรวจการเล็ก หรือรถแวนเล็ก รถจิ๊ป รถสามล้อเครื่อง จะมีลักษณะการใช้งานเพื่อการส่วนตัว อาทิ ขับไปทำงาน รับส่งแฟน รับส่งคนในครอบครัว วันหยุดขับพากันไปเที่ยวต่างจัวหวัด เป็นต้น แต่ไม่สามารถเอาไปใช้ในเชิงพาณิชย์เช่น รับจ้าง หรือให้เช่าได้ไม่ว่าเจ้าของจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลก็ตาม

 

เป็นอย่างไรบ้างครับ หวังว่าข้อมูลที่ทางทีมงาน promotions.co.th นำมาฝากคุณผู้อ่านในบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้หลายคนคลายความสงสัยกันแล้วว่ารถยนต์ที่ตนเองใช้งานอยู่ทุกวันนั้นเป็นรถยนต์ประเภทอะไร และสามารถนำมาใช้งานได้อย่างไรบ้าง รู้ข้อมูลเบื้องต้นแบบนี้แล้วก็อย่าลืมใช้งานรถยนต์ของท่านให้ถูกชนิดถูกประเภทกันด้วยนะครับ เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

อ่านเพิ่มเติม