ads

ค่าขาดประโยชน์ จากการใช้รถ คืออะไร สำคัญอย่างไร

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ใช้รถยนต์เป็นจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นในทุกๆวัน อีกทั้งราคารถยนต์ยังไม่สูงมากอีกด้วยทำให้ใครๆ ก็สามารถออกรถใหม่ป้ายแดงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เมื่อมีการใช้รถยนต์จำนวนมากสิ่งที่ตามมาคือการเลือกซื้อประกันรถยนต์ ที่ถือเป็นของคู่กันสำหรับคนมีรถ ในการเลือกให้ความคุ้มครองต่อรถยนต์ ผู้โดยสาร ในการณีต่างๆ เช่นการเกิดอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติต่างๆ เป็นต้น

การประกันภัยรถยนต์ ถือเป็นบทบาทที่มีความสำคัญในปัจจุบันมากยิ่งขึ้นถือเป็นการขับเคลื่อนธุรกิจประกันวินาศภัยได้เป็นอย่างดี ซึ่งสำหรับธุกิจประกันรถยนต์นั้นก็มีการแข่งขันที่สูงเช่นเดียวกัน และต้องมีการเพิ่มขีดความสามารถและการแข่งขัน การเตรียมพร้อมในทุกด้านให้มากขึ้น ทั้ง การบริหารจัดการ การรับความเสี่ยงภัย ค่าสินไหมทดแทน และการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม อีกทั้งประชาชนส่วนใหญ่มีความรูเกี่ยวกับประกันมากยิ่งขึ้น ทางบริษัทประกันจึงต้องมีช่องทางบริการที่สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

โดยแนวทางในการแก้ไขเกี่ยวกับปัญหาเรื่องร้องเรียนกรณีการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนเรื่องร้องเรียนมากเป็นอันดับ 1 ได้มีการเห็นชอบที่จะปรับปรุงเงื่อนไขความคุ้มครองและเงื่อนไขของประกันรถยนต์ โดยได้มีหารือกันถึงการกำหนดความคุ้มครองของค่าขาดประโยชน์ที่ควรจะระบุไว้ในเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันรถยนต์ให้ชัดเจน โดยเบื้องต้นได้มีการกำหนดอัตราค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  • กลุ่มที่ 1 รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง กำหนดอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 500 บาท
  • กลุ่มที่ 2 รถยนต์รับจ้างสาธารณะขนาดไม่เกิน 7 ที่นั่ง กำหนดอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 700 บาท
  • กลุ่มที่ 3 รถยนต์ขนาดเกินกว่า 7 ที่นั่งกำหนดอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 บาท

ซึ่งในขณะนี้ทาง คปภ. อยู่ในระหว่างการยกร่างคำสั่งนายทะเบียนเพื่อเพิ่มเติมในส่วนของเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ที่น่าจะได้ใช้ในช่วงต้นปี 2562 นี้ และหากมีคำสั่งนายทะเบียนออกมาแล้ว

สำหรับบริษัทประกันทุกบริษัทต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากมีการฝ่าฝืนจะมีความผิดในฐานขัดคำสั่งนายทะเบียนและไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย และจะถือว่าจงใจฝ่าฝืนข้อตกลงแห่งสัญญาประกันภัย ที่มีความชัดเจนให้บริษัทมีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ หรือบุคคลผู้มีสิทธิ์เรียกร้องหรือได้รับความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัยอันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดฐานประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน และได้มีการเน้นย้ำให้บริษัทประกันภัยทุกบริษัทต้องดำเนินการตามประกาศฯดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพราะหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษปรับ เฉกเช่นเดียวกับการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน มีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และถ้าเป็นกรณีการกระทำผิดต่อเนื่อง ให้ปรับอีกไม่เกินวันละ 20,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ ตามมาตรา 37 ประกอบมาตรา 88 พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ.2535

หลักเกณฑ์การเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ ที่ทาง คปภ. ได้กล่าวไว้มีดังนี้ ความเสียหายที่เกิดจากการขาดการใช้รถยนต์ ไม่ได้รับความคุ้มครอง เว้นแต่ การขาดการใช้รถยนต์เกิดจากบริษัทประวิงการซ่อม หรือ ซ่อมล่าช้าเกินกว่ากำหนดที่ควรจะเป็นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และสามารถเรียกร้องได้เฉพาะในส่วนที่ล่าช้าเท่านั้น ตัวอย่างเช่น การซ่อมปกติอาจใช้เวลา 15-30 วัน แต่บริษัทซ่อมล่าช้า ส่งอะไหล่ช้า ทำให้ใช้เวลาในการซ่อม 45 วัน ก็จะสามารถเรียกร้องได้ในเฉพาะส่วนที่เกินกว่าการสั่งซ่อมจริง หากเป็นฝ่ายถูกสามารถเรียกร้องได้ตั้งแต่วันทำละเมิด

และสำหรับใครที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทประกันก็สามารถร้องเรียนกับทางคปภ. ได้ทั้งจากสำนักงาน คปภ. ทุกจังหวัดและช่องทางติดต่ออื่นๆ ทั้งเบอร์โทร อีเมลล์ หรือ การร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์ก็สามารถทำได้ เพื่อความยุติธรรมในการเลือกเอาประกันภัยและการได้รับความช่วยเหลือคุ้มครองตามกรมธรรม์จากบริษัทประกันอย่างที่ควรจะเป็น

READ MORE :