ads

อัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ จาก คปภ. มีมาตรฐานอย่างไร

การทำประกันรถยนต์ อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้คนเลือกที่จะตัดสินใจทำไม่ใช่เพียงแต่ความคุ้มครองและเงินทุนประกันเพียงเท่านั้น รวมไปถึง ค่าเบี้ยประกันที่เป็นหนึ่งในปัจจัยประกอบการตัดสินใจในการเลือกทำประกันนั้น ๆ แต่หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าประกันรถยนต์ส่วนใหญ่นั้นมีมาตรฐานการคำนวณค่าเบี้ยประกันรถแต่ละรุ่น แต่ละคันอย่างไร รวมถึงส่วนลดและส่วนเพิ่มสำหรับค่าเบี้ยประกันนั้นบริษัทประกันมีมาตรฐาน การเช็คเบี้ยจากไหน

คปภ. หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ซึ่งเป็นหน่วยของรัฐ ที่ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนในด้านการประกันภัย กำกับและพัฒนาธุรกิจประกันภัยให้มีความมั่นคงมากขึ้น หรือ ให้เข้าใจง่าย ๆ คือ คปภ. ถูกจัดตั้งมาเพื่อควบคุม ดูแลบริษัทประกันภัยดำเนินงานอย่างเหมาะสม

พิกัด อัตราค่าเบี้ยประกันภัยจากคปภ. โดยข้อบังคับทั่วไปของการประกันภัยรถยนต์ ที่มีการกำหนดพพื้นฐานทางด้านการประกัน อาทิ การประกันรถยนต์ ระยะเวลาการประกันภัย ประเภทความคุ้มครอง และ จำนวนเงินจำกัดความรับผิดชอบพื้นฐาน ประเภทกรมธรรม์ประกันภัย ประเภทรถยนต์ รหัสรถยนต์ รวมไปถึงอัตราค่าเบี้ยประกันภัย

อัตราเบี้ยประกันภัย

อัตราเบี้ยประกันภัยที่กำหนดไว้ในตารางเบี้ยประกันภัย เป็นอัตราเบี้ยประกันภัยของระยะเวลาเอาประกันภัย โดยประกอบไปด้วยตารางเบี้ยประกันภัย 4 ตารางดังนี้

1 เบี้ยประกันพื้นฐาน

เป็นเบี้ยประกันพื้นฐานที่กำหนดขึ้นตามจำนวนเงินจำกัดความรับผิดพื้นฐานของรถทั้ง 8 ประเภทรถยนต์ โดยแยกเป็นเบี้ยประกันภัยพื้นฐานสำหรับการประกันภัยตามกรมธรรม์ โดยที่เบี้ยประกันพื้นฐานที่กำหนดไว้เป็นเบี้ยประกันพื้นฐานขั้นสูงและขั้นต่ำ เพื่อไม่ให้บริษัทประกันภัยพื้นฐานสูงเกินกว่าเบี้ยประกันภัยพื้นฐานขั้นสูง หรือ ใช้เบี้ยประกันภัยพื้นฐานต่ำกว่าเบี้ยประกันภัยพื้นฐานขั้นต่ำ

2 อัตราเบี้ยประกันที่เพิ่มตามความเสี่ยงภัย

อัตราค่าเบี้ยประกัน โดยการคำนวณค่าเบี้ยประกันที่คิดตามตวามเสี่ยงภัยแต่ละชนิด ที่ให้เบี้ยประกันที่เรียกเก็บจากรถยนตืแต่ละประเภทเหมาะกับความเสี่ยงของรถยนต์ประเภทนั้นๆ ดังนี้

3 อัตราเบี้ยประกันภัยเพิ่มความคุ้มครอง

เบี้ยประกันภัยที่เพิ่มขึ้นสำหรับการเพิ่มจำนวนเงินในการรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก ที่เกินกว่าวงเงินพื้นฐาน โดยจำนวนเงินต้องเพิ่มขึ้นตามที่คปภ. กำหนดจาก 2 กรณีดังนี้

  • ตวามรับผิดต่อความบาดเจ็บ หรือ การเสียชีวิตของบุคคลภายนอก และ ความรับผิดต่อความบาดเจ็บ หรือการเสียชีวิตของผู้ที่โดยสารมาในรถ
  • ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

4 อัตราเบี้ยประกันสำหรับการประกันเพิ่มเติมเอกสารแนบท้าย

เบี้ยปประกันภัยที่เพิ่มตามความคุ้มครองที่ระบุไว้ใน เอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ ไม่ว่าจะเป็น ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันค่ารักษาพยาบาล และ การประกันตัวผู้ขับขี่

♦ ส่วนลดและส่วนเพิ่มเบี้ยประกันภัย

โดยปกติแล้วประกันภัยรถยนต์ ผู้เอาประกันภัย สามารถได้รับส่วนลด หรือ ส่วนเพิ่มจากอัตราค่าเบี้ยปกติได้ ตามกรณีดังนี้

♦ การทำประกันภัยกลุ่ม

การที่ผู้เอาประกันภัยมีการนำรถยนต์มาทำประกันภัยไว้กับบริษัท 3 คันขึ้นไป จะด้รับส่วนลด 10% ของเบี้ยประกันรถยนตืแต่ละคัน หลังจากการหักส่วนลดเบี้ยประกันสำหรับความสียหายส่วนแรกที่ผุ้เอาประกันรับผิดชอบเอง โดยมีข้อปฏิบัติดังนี้

  • ต้องมีประกันพร้อมกัน 3 คันขึ้นไป ถ้าประกันไม่พร้อมกัน จะให้เพียงเฉพาะคันที่ 3 และคันต่อๆไป
  • รถยนต์เช่าซื้อจะให้ส่วนลดแบบกลุ่มไม่ได้ นอกจากผู้เช่าซื้อคือบุคคลเดียวกัน และเอาประกันภัย 3 คันขึ้นไป
  • รถจักรยานยต์ให้ส่วนลดกลุ่มได้ตาจำนวนคันของจักรยานยนต์เท่านั้น

อัตราค่าเบี้ยประกันภัยสำหับประกันภัยประวัติดี และ ประวัติไม่ดี

อัตราเบี้ยประกันภัยนั้นจะมีการเช็คในส่วนของประวัติลูกค้าหาก ต่อกรมธรรม์กับที่เดิม

อัตราเบี้ยประกันภัยประวัติดี คือ อัตราส่วนลดเบี้ยประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัยที่ระหว่างปีที่เอาประกันภัยไม่มีการเรียกร้องให้บริษัทชดเชยค่าสินไหมทดแทน

อัตราเบี้ยประกันภัยประวัติไม่ดี คือ อัตราส่วนเพิ่มเบี้ยประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัยในการต่ออายุการเอาประกันภัย โดยในระหว่างปีที่ผ่านมามีการเรียกร้องค่าสินไหมจากอุบัติเหตุ โดยที่รถที่เอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งถึงในส่วนของคู่กรณีได้ อย่างน้อย 2 ครั้งขึ้นไป มีจำนวนเงินรวมกันเกิด 200%

♦ การลดเบี้ยประกันของลูกค้าประวัติดี

ในกรณีผู้เอาประกันีรุยนต์เอาประกันไว้กับบริษัทน้อยกว่า 3 คัน บริษัทจะลดเบี้ยประกันดังนี้

ขั้นที่ 1 20% ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ  สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเคลมในปีแรก

ขั้นที่ 2 30% ของเบี้ยประกันที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์ที่ไม่มีการเคลมในการประกันภัยปีที่ 2

ขั้นที่ 3 40% ของเบี้ยประกันที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์ที่ไม่มีการเคลมในการประกันภัย 3 ปีติดต่อกัน

ขั้นที่ 4 50% ของเบี้ยประกันที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์ที่ไม่มีการเคลมในการประกันภัย 4 ปีติดต่อกัน

ซึ่งการลดเบี้ยประกันภัยนั้นจะเป็นเงื่อนไขของการต่ออายุการเอาประกันภัยกบบริษัทประกันภัย

♦ การเพิ่มเบี้ยประกันภัยประวัติไม่ดี

ในกรณีผู้เอาประกันภัย มีรถเอาประกันภัยไว้กับบริษัทประกันภัยคันเดียวหรือหลายคัน และมีการเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างปีที่เอาประกันภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งรถที่เอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือ การที่ไม่สามารถชี้หรือแจ้งให้ทราบถึงคู่กรณีได้ อย่างน้อย 2 ครั้งขึ้นไป รวมกันมีจำนวนเงินเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย จะเพิ่มขึ้นดังนี้

ขั้นที่ 1 20% ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ

ขั้นที่ 2 30% ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ ในกรณีค่าเสียหายเกิดขึ้น เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

ขั้นที่ 3 40% ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ ในกรณีค่าเสียหายเกิดขึ้น เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

ขั้นที่ 4 50% ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ ในกรณีค่าเสียหายเกิดขึ้น เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน หรือ มากกว่านั้น

หากใครที่ เคยแจ้งเคลมจนถูกเพิ่มเบี้ยประกัน หรือ การเพิ่มเบี้ยประกันภัยประวัติไม่ดีไม่ว่าจะเป็นลำดับขึ้นไหน หากใน การต่ออายุประกันภัย แต่ภายในปีนั้นไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย หรือ มีการเรียกร้องค้าเสียหายแต่ไม่ใช่ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความประมาทของรถคันที่เอาประกันภัย และสามารถแจ้งให้ทราบคู่กรณีได้ การต่อประกันภัยในปีถัดไปก็จะสามารถใช้เบี้ยประกันในอัตราปกติได้

หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้หลายคนที่มีรถยนต์ หายสงสัยเกี่ยวกับการเพิ่มหรือลด เบี้ยของบริษัทประกันด้ อย่างไรก็ตาม การขับรถด้วยความไม่ประมาท ถือว่าดีต่อตัวเราและรถยนต์ของเรามากที่สุด อีกทั้งยังได้ส่วนลดค่าเบี้ยประกันอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

READ MORE :