เช็กอาการโควิดสายพันธุ์อังกฤษเริ่มต้น หลังพบแพร่ระบาดในไทย

ads

รู้จักกับโควิดสายพันธุ์อังกฤษ มีอาการยังไง

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยขณะนี้ ยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้เป็นการระบาดหนักรอบที่ 3 จากคลัสเตอร์สถานบันเทิง ทำให้เกิดการแพร่ระบาดลุกลามทั่วประเทศไทย ซึ่งเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ เป็นสายพันธุ์อังกฤษ (UK Variant) สามารถแพร่ระบาดได้เร็วกว่าปกติถึง 1.7 เท่า และมีระยะฟักตัวนานมากกว่า 14 วัน ทำให้ยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในไทยพุ่งสูงขึ้น มีผู้เสี่ยงติดเชื้อเข้ารับการตรวจหาเชื้อเป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งจึงต้องงดบริการตรวจโควิดก่อน คลิกดู >>> อัปเดต โรงพยาบาลเอกชน งดให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 มีที่ไหนบ้าง เนื่องจากมีน้ำยาและเตียงคนไข้ไม่เพียงพอ เพื่อเป็นการสังเกตอาการของตนเองเบื้องต้นก่อนเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลอีกครั้ง มารู้จักกับอาการเริ่มต้นของโควิดสายพันธุ์อังกฤษเบื้องต้น

โควิดสายพันธุ์อังกฤษ (UK Variant) คืออะไร

เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่เข้ามาระบาดหนักในไทย ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์อังกฤษ (UK Variant) หรือ สายพันธุ์ B.1.1.7(GR,G) เป็นสายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอังกฤษ เมื่อเดือนกันยายน 2563 และมีการแพร่ระบาดในอเมริกาและประเทศในแถบยุโรป มีคุณสมบัติที่สามารถจับกับผิวของเซลล์มนุษย์ได้ดีขึ้น รวมทั้งมีการแบ่งตัวที่ดีขึ้น ทำให้แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วกว่าปกติ 1.7 เท่า มีระยะฟักตัวนานมากกว่า 14 วัน พบในโพรงจมูกค่อนข้างมาก และมีสัมพันธุ์กับอัตราการป่วยและเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อ ก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต

อาการเบื้องต้นของโควิดสายพันธุ์อังกฤษ

โควิดสายพันธุ์อังกฤษ

อาการของโควิดสายพันธุ์ปกติที่แพร่ระบาดในไทยก่อนหน้านี้ ผู้ติดเชื้อมักจะมีไข้ มีน้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส และอื่น ๆ สำหรับอาการของการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อังกฤษยังไม่เป็นที่แน่ชัดนัก เนื่องจากผู้ติดเชื้อบางรายก็ไม่มีอาการแสดงใด ๆ แต่มีระยะฟักตัวนานมากกว่า 14 วัน และแพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์ปกติ 1.7 เท่า มีความรุนแรงที่เชื้อโควิด-19 มักจะมีการกลายพันธุ์เมื่อเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ และหากผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง อาทิ เด็ก ผู้สูงวัย ผู้ป่วย มีการติดเชื้อโควิด ก็อาจจะทำให้มีอาการรุนแรงกว่าผู้ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ดังนั้นผู้ที่มีประวัติไปพื้นที่เสี่ยงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด รวมทั้งคนใกล้ชิด จึงควรเร่งตรวจหาเชื้อก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดมากกว่าเดิม และทุกคนควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้เร็วที่สุด

วิธีดูแลและป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโควิด-19

  • สวมใส่หน้ากากอนามัยเสมอ เมื่อไปยังสถานที่สาธารณะและออกจากที่พักอาศัย หากไม่จำเป็น ไม่ควรถอดออก
  • เปลี่ยนหน้ากากอนามัยเมื่อมีการปนเปื้อน ฉีกขาด ไม่ใช้หน้ากากอนามัยซ้ำ และเก็บทิ้งหน้ากากอนามัยอย่างมิดชิด
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
  • เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่แออัด
  • ไม่นำมือไปสัมผัสกับใบหน้า จมูก ปาก ตา โดยไม่จำเป็น เพราะเชื้อโรคอาจเข้าสู่ร่างกายได้
  • ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่แออัดหรือออกจากที่พักอาศัย หรือออกมาในระยะเวลาไม่นานที่สุด
  • ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวและของใช้ต่าง ๆ เช่น ช้อนส้อม แก้วน้ำ ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดหน้า ร่วมกับผู้อื่น ควรจะแยกกันใช้
  • กักตัวอยู่ในที่พักอาศัยระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน หากไปในพื้นที่เสี่ยง และหมั่นสังเกตอาการของตนเอง เช่น มีไข้ มีน้ำมูก เจ็บคอ ไม่ได้กลิ่น ไม่รับรส ให้รีบไปตรวจที่โรงพยาบาลทันที

จะเห็นได้ว่าโควิดสายพันธุ์อังกฤษมีความรุนแรงที่ผู้ติดเชื้อมักจะไม่แสดงอาการ แต่พบเชื้อไวรัสที่โพรงจมูกค่อนข้างมาก ทำให้โอกาสที่จะแพร่ระบาดมีมากขึ้น เนื่องจากผู้ติดเชื้อไม่รู้ตัวและเชื้อไวรัสยังมีคุณสมบัติแพร่ระบาดได้เร็ว มีระยะฟักตัวนาน ดังนั้นในช่วงนี้จึงควรหลีกเลี่ยงไปพื้นที่เสี่ยงหรือออกจากที่พักอาศัย และดูแลตนเองอย่างเคร่งครัด

READ MORE>>>

คลิกดู “ประกันสุขภาพ” ได้ที่นี่ >>>