จริงหรือ? ใส่หน้ากากอนามัย เสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา Covid-19!

ads

ไม่ป่วยห้ามใส่หน้ากากอนามัย เพราะยิ่งเสี่ยงติดเชื้อ จริงหรือมั่ว ?

สถานการณ์ไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ยังคงวิกฤติ ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกล่าสุด 90,892 คน ในจีน 80,151 คน, เสียชีวิต 3,117 คน ในจีน 2,943 ราย นอกจีน 174 ราย สำหรับประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 43 คน รักษาหายแล้ว 31 คน เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มียาหรือวัคซีนชนิดใดป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19 นี้ได้ ทำได้แต่เพียงรักษาไปตามอาการ รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อ ด้วยการ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน

อย่างไรก็ตามมีข่าวแชร์ทั่วโลกโซเชี่ยลเมื่อไม่กี่วันมานี้ โดยอ้างข้อมูลจาก ศ. อีไล เปเรนเซวิช ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันโรคติดต่อ จากสหรัฐอเมริกา ระบุว่ายิ่งสวมหน้ากากอนามัยยิ่งเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อโคโรนา จากข่าวดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกและสับสนเป็นอย่างมากว่าแท้จริงแล้วข่าวนี้จริงหรือปลอม และหากเป็นความจริงหมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยอีกต่อไปแล้วใช่หรือไม่ วันนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมๆกัน

นักวิทย์อเมริกา เผย ยิ่งสวมหน้ากากยิ่งเสี่ยงติดเชื้อ จริงหรือ ?

ตามความเห็นของ ศาสตราจารย์ อีไล เปเรนเซวิช ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันโรคติดต่อ และศาสตราจารย์ด้านเวชกรรมและระบาดวิทยาของวิทยาลัยแพทย์มหาวิทยาลัยไอโอวา แห่งสหรัฐอเมริกา เขาได้บอกว่าหากสุขภาพดีไม่ได้เจ็บป่วย ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย ต่อให้มีผู้ติดเชื้ออยู่ข้างบ้านก็ตาม

เพราะไม่มีหลักฐานว่าหน้ากากช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ ยิ่งหากสวมใส่ไม่ถูกวิธียิ่งเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อขึ้นอีก เพราะหน้ากากอนามัยออกแบบมาเพื่อไม่ให้สารคัดหลั่งออกไปจากคนใส่ และมีจุดประสงค์ไม่ให้ผู้สวมใส่เอาเชื้อไปติดผู้อื่น

ดังนั้นเวลาเดียวที่ควรใส่หน้ากากอนามัยคือ “เวลาคุณป่วยแล้วจำเป็นต้องออกจากบ้าน” ศาสตราจารย์ อีไล เปเรนเซวิช ยังเสริมอีกว่า พยายามอย่าสัมผัสใบหน้าโดยเฉพาะปากและจมูกหากยังไม่ได้ล้างมือให้สะอาด ขณะที่ ดร. แคเรน เฟลมมิง ศาสตราจารย์ชีวฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮ็อปกินส์ อธิบายว่า ไวรัสโคโรนามีเยื่อหุ้มเซลล์ประเภทสารอินทรีย์ภายนอกอยู่ การล้างมือด้วยสบู่และน้ำก็สามารถละลายผิวภายนอกและฆ่าไวรัสได้แล้วเพราะเชื้อไวรัสโคโรนาสามารถฆ่าได้ด้วยสบู่ล้างมือ เจลล้างมือแอลกอฮอล์

องค์การอนามัยโลก (WHO) มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ?

องค์การอนามัยโลก บอกว่า หน้ากากอนามัยนั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็น ซึ่งยังไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดในการป้องกันโรค และบางประเทศอาจมีการสวมใส่จากวัฒนธรรมในพื้นที่ และหากสวมหน้ากากอนามัยไม่ถูกวิธียิ่งเพิ่มโอกาสติดเชื้อมากขึ้นเพราะเวลาที่คุณสวมหรือถอดหน้ากากอนามัยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่มือจะต้องสัมผัสบริเวณใบหน้า จมูกหรือปาก ซึ่งไปอวัยวะที่รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

และหากทุกคนสวมหน้ากากกันหมดจะทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ และทำให้ละเลยมาตรการที่จำเป็นและสำคัญเช่น การล้างมือ ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่เชื้อได้ดีที่สุด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวก็ตรงกับ กระทรวงสาธารณสุขบ้านเราที่ได้บอกไว้

สรุป หน้ากากอนามัย ยังจำเป็นอยู่ไหม ?

  • จำเป็นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องใกล้ชิดผู้ป่วย
  • จำเป็นสำหรับผู้ป่วยไม่ให้แพร่เชื้อไปสู่บุคคลอื่น
  • จำเป็นสำหรับบุคคลทั่วไปที่จำเป็นต้องไปอยู่ในสถานที่แออัด เช่น รถสาธารณะ รถตู้ รถแท็กซี่ รถเมล์ หรือรถบัส สถานพยาบาล สถานที่เสี่ยงต่างๆ

สรุปแล้วก็คือข่าวที่ออกมาเป็นข่าวจริงไม่มั่ว แต่ให้เข้าใจตรงกันว่า หน้ากากอนามัย ป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาจากผู้ติดเชื้อไม่ให้แพร่กระจายไปติดผู้อื่นได้ หากใครที่ไม่ป่วยมีความจำเป็นต้องไปในสถานที่แออัดควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง (แม้จะยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าป้องกันการติดเชื้อได้)

ที่ต้องคำนึงให้มากคือต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสวมใส่หน้ากากอนามัยและก่อนถอดหน้ากากออกเนื่องจากมือต้องสัมผัสใบหน้ามีโอกาสที่เชื้อเข้าร่างกายทางจมูก ปาก และเยื่อบุตาได้ ที่สำคัญกลุ่มผู้เสี่ยงติดเชื้อต้องมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการกักตัว 14 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองแพร่เชื้อไปติดผู้อื่นนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :