Home Insurance health โมเดอร์นา VS ไฟเซอร์ เปรียบเทียบผลข้างเคียงและประสิทธิภาพ

โมเดอร์นา VS ไฟเซอร์ เปรียบเทียบผลข้างเคียงและประสิทธิภาพ

เปรียบเทียบผลข้างเคียงโมเดอร์นา ไฟเซอร์

เทียบชัด ๆ วัคซีนโมเดอร์นา วัคซีนไฟเซอร์ มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อช่วงปลายปี 2019 มาจนถึงปัจจุบัน นอกจากประชากรทั่วโลกต้องพยายามหาวิธีป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากไวรัส COVID-19 รวมถึงปรับตัวให้เข้าสู่วิถีชีวิตแบบ New Normal ไม่ว่าจะเป็นการ Work from Home การหลีกเลี่ยงสถานที่ชุมชน และงดกิจกรรมสังสรรค์ต่าง ๆ ระหว่างรอวัคซีนหรือยารักษาโรคที่ช่วยป้องกันการแพร่ระบาด ลดความรุนแรงของโรค ไปจนถึงป้องกันการเสียชีวิต และถือเป็นข่าวดีเมื่อหลายบริษัทในต่างประเทศประสบความสำเร็จในการพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิดขึ้นมา ก่อนกระจายวัคซีนโควิดไปยังนานาประเทศเพื่อฉีดให้กับประชาชนของตน โดยวัคซีน COVID-19 ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ประกอบด้วย วัคซีนไฟเซอร์ วัคซีนโมเดอร์นา วัคซีนซิโนแวค วัคซีนแอสตราเซเนกา วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน วัคซีนโนวาแวกซ์ และวัคซีนซิโนฟาร์ม

แต่วัคซีนโควิดที่ใช้ในประเทศไทย มีเพียง 5 ชนิด นั่นคือ วัคซีนไฟเซอร์ วัคซีนโมเดอร์นา วัคซีนซิโนแวค วัคซีนแอสตราเซเนกา รวมถึงวัคซีนซิโนฟาร์ม โดยวันนี้เราจะพาไปดูผลเปรียบเทียบประสิทธิภาพและผลข้างเคียงของวัคซีนโควิด Moderna และ Pfizer กัน เพื่อให้ผู้ที่กำลังฉีดวัคซีนเข็มแรก หรือรอฉีดบูสเตอร์โดส เข็ม 3 ได้เตรียมพร้อมรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นกับตน

Moderna และ Pfizer เป็นวัคซีนโควิดชนิดใด

วัคซีนโมเดอร์นา

เป็นวัคซีนชนิด mRNA ซึ่งเป็นสารพันธุกรรมสังเคราะห์ที่ผลิตขึ้นได้ในห้องปฎิบัติการแบบที่เคยใช้การพัฒนาวัคซีนป้องกันอีโบล่า โดยวัคซีน Moderna ประกอบด้วยโปรตีนสังเคราะห์ที่เรียกว่า mRNA ซึ่งมีลักษณะคล้ายสารพันธุกรรมส่วนหนึ่งของไวรัสโควิด-19 เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายแล้วจะกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายสร้างโปรตีนขนาดเล็ก ๆ ที่คล้ายกับหนามบนเปลือกหุ้มไวรัสโควิด-19 และโปรตีนนี้จะไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อโควิด-19

วัคซีนไฟเซอร์

สำหรับ Pfizer เป็นวัคซีนชนิด mRNA เช่นเดียวกับ Moderna ทำให้กระบวนการผลิตวัคซีนทั้ง 2 ชนิดมีความคล้ายคลึงกัน และเมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายแล้วจะกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายสร้างโปรตีนก่อนไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อโควิด-19 เพียงแต่ละฉีดวัคซีนต่างกัน

Moderna และ Pfizer ต้องฉีดกี่เข็ม ห่างกันเท่าไหร่

วัคซีนโมเดอร์นา
วัคซีนโมเดอร์นา
วัคซีนโมเดอร์นา

เป็นวัคซีนแบบฉีด 2 เข็ม ใช้วิธีการฉีดเข้ากล้ามเนื้อแขนด้านบนมีข้อแนะนำให้ฉีดห่างกัน 4 สัปดาห์ หรือประมาณ 28 – 42 วัน (ขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมิน)

วัคซีนไฟเซอร์

เป็นวัคซีนแบบฉีด 2 เข็ม ใช้วิธีการฉีดเข้ากล้ามเนื้อแขนด้านบน โดยเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 3 สัปดาห์ หรือประมาณ 21-28 วัน (ขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมิน)

ประสิทธิภาพของวัคซีน Moderna และ Pfizer

วัคซีนโมเดอร์นา

มีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 อยู่ที่ประมาณ 94.1% โดยมีรายละเอียดแยกย่อย ดังนี้

  • ป้องกันการติดเชื้อได้ 94.1%
  • ป้องกันการติดโรคได้ 86.4% สำหรับผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
  • ลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสเสียชีวิตจากโรคได้ 100%
  • ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการพบว่า วัคซีน Moderna ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้มากพอที่จะยับยั้งโรค COVID-19 สายพันธุ์ดั้งเดิม สายพันธุ์อังกฤษ (B.1.1.7) และสายพันธุ์แอฟริกาใต้ (501Y.V2) ได้ 92%
วัคซีนไฟเซอร์

มีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 ตามรายละเอียดแยกย่อย ดังนี้

  • ป้องกันความรุนแรงของโรค 100%
  • ป้องกันการติดเชื้อและมีอาการ 94%
  • ป้องกันการเสียชีวิต 98%-100%
  • ป้องกันการติดโรค 96.5%
  • ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการพบว่า วัคซีน Pfizer ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้มากพอที่จะป้องกันโรค COVID-19 สายพันธุ์ดั้งเดิม (SARS-CoV-2) ได้ 95%

วัคซีน Moderna และ Pfizer เหมาะกับใคร

วัคซีนโมเดอร์นา
  • ผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และอาจมีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อติดโควิด-19 เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหอบหืด โรคปอด โรคตับ และโรคไต
  • ผู้ที่ต้องทำงานด้านสาธารณสุข ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ หรืองานใด ๆ ที่ถือว่ามีความเสี่ยงรับเชื้อสูง
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมก่อนรับวัคซีน
  • ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV เพราะอาจมีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อติดโควิด-19
  • ผู้ที่เคยติดโควิด-19 แล้ว ควรรับวัคซีนหลังจากติดเชื้ออย่างน้อย 6 เดือน
  • สตรีที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร
  • สตรีที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เป็นรายบุคคลก่อน
วัคซีนไฟเซอร์
วัคซีนไฟเซอร์
วัคซีนไฟเซอร์
  • ผู้ที่อายุ 16 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่อายุเกิน 65 ปีขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีน
  • ผู้ที่ทำงานด้านสาธารณสุข และมีโอกาสสัมผัสรับเชื้อมากกว่าคนอื่น
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่อาจส่งผลให้อาการรุนแรงหากติดเชื้อโควิด เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหอบหืด โรคปอด โรคตับ โรคไต และโรคติดเชื้อเรื้อรังอื่น ๆ
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ควรได้รับวัคซีนหลังจากปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลแล้วเท่านั้น
  • ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV เพราะมีโอกาสเสี่ยงสูง แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีน
  • ผู้ที่เคยติดโควิด-19 มาแล้ว อาจรับวัคซีนไฟเซอร์หลังจากติดโควิดมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน
  • สตรีที่กำลังอยู่ระหว่างให้นมบุตร โดยเฉพาะหากเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านสาธารณสุข ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีน
  • สตรีมีครรภ์ อาจควรรับวัคซีนหากแพทย์พิจารณาแล้วว่าประโยชน์ที่จะได้รับ มีมากกว่าความเสี่ยง เช่น สตรีมีครรภ์มีโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการรุนแรงเมื่อติดโควิด

เปรียบเทียบผลข้างเคียงวัคซีน Moderna และ Pfizer

วัคซีน COVID-19 หลายชนิดมีผลข้างเคียงภายหลังการได้รับการฉีดวัคซีนใกล้เคียงกัน ตั้งแต่อาการเล็กน้อยไปจนถึงผลข้างเคียงรุนแรง หรือผลข้างเคียงชนิดที่หาได้ยาก โดยผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้บ่อย และไม่รุนแรงของวัคซีนโมเดอร์นาและวัคซีนไฟเซอร์ มีดังนี้

วัคซีนโมเดอร์นา
  • ปวดหรือบวมบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นได้
  • หนาวสั่น เป็นไข้
  • อ่อนเพลีย ให้ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ปวดศีรษะ
  • คลื่นไส้
วัคซีนไฟเซอร์
  • มีไข้ หนาวสั่น
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • อ่อนเพลีย
  • ปวด บวม หรือรอยแดงบริเวณที่ฉีด
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน

อย่างไรก็ดีผลข้างเคียงหลังจากฉีดวัคซีนโควิดไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่า วัคซีนโมเดอร์นาและวัคซีนไฟเซอร์ทำงานหรือไม่ เพราะผลข้างเคียงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะต่อคนระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคนเท่านั้น สำหรับใครที่ยังไม่ได้รับวัคซีนถือว่ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 สูงกว่าบุคคลที่ได้รับวัคซีนแล้ว ฉะนั้นทุกคนควรใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หมั่นล้างมืออย่างถูกวิธีด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 70% และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปที่ชุมชนซึ่งมีความแออัด

อ้างอิงข้อมูล : pfizer.com, Centers for Disease Control and Prevention (CDC)


READ MORE :