ไวรัส RSV คืออะไร ? ทำไมอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต

ads

เฝ้าระวัง โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ระบาดหนักในช่วงฤดูฝน

ช่วงฤดูฝนแบบนี้สภาพอากาศเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวเย็น สลับกันไปในแต่ละวัน บางท่านอาจเปียกฝนระหว่างเดินทางไปทำงานหรือกลับบ้าน ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของการติดเชื้อ ทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงอย่างเด็กเล็กและผู้สูงอายุ และในบทความนี้ขอพาคุณผู้อ่านมารู้จักกับ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ จากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งชื่อว่า RSV มาบอกกันถึงความร้ายแรงของโรคและวิธีดูแลป้องกัน

ไวรัสอาร์เอสวี คืออะไร ?

ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ส่งผลให้ร่างกายสร้างสารคัดหลั่งเป็นจำนวนมาก เชื้อไวรัสตัวนี้สามารถทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบได้ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักเป็นเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี พบได้บ่อยในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว

อาการที่แสดงออกสำหรับผู้ติดเชื้อ

หลังสัมผัสถูกเชื้อไวรัสประมาณ 3-6 วัน ผู้ติดเชื้อจะมีอาการ ดังนี้
อาการไม่รุนแรง : มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ
อาการรุนแรง : มีไข้สูง 39 องศาเซลเซียส ไอจนอาเจียน หายใจเร็ว หอบเหนื่อยเนื่องจากเชื้อลามไปที่ปอดทำให้ปอดอักเสบ รับประทานอาหารได้น้อย ซึมลงวินิจฉัยได้โดยการตรวจหาเชื้อไวรัสอาร์เอสวีจากสารคัดหลั่งในจมูก

จะสังเกตเห็นว่าอาการที่ไม่รุนแรงนั้นเหมือนกันกับไข้หวัดธรรมดา แต่หากปล่อยไว้นานอาการอาจรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้ก่อนหากเริ่มรู้ตัวเองว่ามีไข้ ไอ มีน้ำมูก หรือเจ็บ ควรเข้ารับการตรวจรักษาโดยแพทย์ทันที

ไวรัส RSV ติดต่อทางใดได้บ้าง ?

โรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจจากไวรัส RSV ติดต่อกันได้ผ่านทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่น การไอ จาม ใช้หลอดหรือแก้วน้ำร่วมกับผู้ติดเชื้อ โดยไวรัสเข้าสู่ร่างกายได้หลายทางทั้ง จมูก ปาก ตา หรือสัมผัสเชื้อโดยตรงจากการจับมือ

กลุ่มเสี่ยง
พบได้ในทุกกลุ่มอายุ แต่อาการจะรุนแรงในเด็กเล็ก เด็กที่คลอดก่อนกำหนด และผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันร่างกายผิดปกติ

การรักษา
ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี สำหรับยารักษาเชื้อไวรัสโดยเฉพาะยังอยู่ระหว่างการศึกษาและยังไม่มีจำหน่ายทางการในประเทศไทย ส่วนใหญ่รักษาตามอาการ

คำแนะนำเพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส

สำหรับผู้ป่วย
1.ใช้ผ้าปิดปากเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ เมื่อไอหรือจาม รวมถึงหมั่นทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ
2. ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพราะน้ำช่วยทำให้สารคัดหลั่ง เช่น เสมหะ หรือน้ำมูก ไม่เหนียวจนเกินไป และไม่ไปขัดขวางการทำงานของระบบทางเดินหายใจ
3.อาการของการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีในเด็กโตและผู้ใหญ่จะดีขึ้นหลังได้รับการรักษาเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ หากเลยระยะเวลาดังกล่าวผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพบแพทย์

สำหรับประชาชนทั่วไป
1.หมั่นล้างมือให้สะอาดเป็นประจำ
2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ติดเชื้อ เช่น ผู้ที่เป็นไข้หวัดหรือปอดอักเสบ โดยเฉพาะเด็กที่คลอดก่อนกำหนด และทารกในช่วงอายุ 1-2 เดือน
3.ไม่ควรใช้มือที่ไม่สะอาดมาป้ายจมูกหรือตา
4.ไม่ควรใช้แก้วน้ำร่วมกันกับผู้ป่วย
5.ทำความสะอาดของเล่นเด็กเป็นประจำ
6.ผู้ใหญ่อย่าสัมผัสตัวเด็กเล็กโดยยังไม่ได้ทำความสะอาดร่างกายหรือล้างมือก่อน

โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV นับเป็นภัยเงียบ พ่อแม่ผู้ปกครองควรหมั่นตรวจเช็คสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ หากพบความผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นพาหะนำโรคไปติดผู้อื่นโดยเฉพาะลูกน้อย ซึ่งเชื้อไวรัสอาร์เอสวีนี้ยังไม่มียารักษาให้หายขาดได้ และหากปล่อยไว้รักษาไม่ทันรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย ปรึกษาฟรีที่สายด่วน กรมควบคุมโรค 1442

ในปัจจุบันการเจ็บป่วยแต่ละครั้งกินระยะเวลานานกว่าจะรักษาให้หายได้ เนื่องจากเชื้อโรคได้พัฒนาตัวเองไปมากตามสภาพแวดล้อม ปัญหาที่ตามมาก็คือผู้ป่วยนอกจากต้องเสียเวลาไปหาหมอ ต้องลางาน ต้องหยุดเรียนแล้ว ต้องเสียเงินเสียทองเป็นจำนวนมากไปกับค่ายา ค่ารักษาพยาบาลต่าง ๆ อีกด้วย

หนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจเมื่อภัยมาก็คือการทำ “ประกันสุขภาพ” เพื่อความคุ้มครองตัวคุณเองเมื่อยามเจ็บป่วย ช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาล ค่าห้อง ค่าแพทย์ ทั้งยังมีค่าชดเชยรายได้ให้อีก

TQM ประกันภัย คือโบรคเกอร์บริษัทประกันภัยชั้นนำกว่า 40 บริษัท ที่มีผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพมากมายที่ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย ด้วยความคุ้มครองที่สูง ครอบคลุมทุกรายการจ่าย ในราคาค่าเบี้ยที่ถูก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1737 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือโทร. 02-119-8888

อ่านเพิ่มเติม :