ads

ผลวิจัยพบเชื้อราดื้อยาที่อาจส่งผลต่อมนุษย์

เชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อราและไวรัสต่างๆ ถือเป็นสิ่งที่เราสามารถพบเจอได้จากชีวิตประจำวันทั่วไป ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้บางชนิดก็ไม่ได้เป็นอันตรายหรือส่งผลต่อเรา แต่บางชนิดก็เป็นเชื้อที่ค่อนข้างมีความรุนแรงและสามารถส่งผลต่อร่างกายของเราได้ ซึ่งเชื้อโรคไวรัสและแบคทีเรียเหล่านี้นั้นมาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเราคงเคยเห็นได้จากการเจ็บป่วยหรือการแพร่ระบาดของเชื้อโรคต่างๆ เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ เชื้อไข้หวัดนก เป็นต้น ที่จะมีที่มาของเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ การไอ การจาม หรือ เชื้อที่ลอยมาตามอากาศเป็นต้น

วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ เชื้อ Candida auris (แคนดิดา ออริส) ที่เป็นเชื้อดื้อยาที่ถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์เมื่อประมาฯ 10 ปีที่แล้ว หลายคนคงสงสัยว่าคนพบเชื้อราตัวนี้เมื่อ 10ปีที่แล้วและจะส่งผลต่อ เราในยุคปัจจุบันได้ยังไง เนื่องจากตอนนี้เป็นกระแสไปทั่วพยาบาลทั่วโลกกับเชื้อดื้อยาที่กลายเป็นจุลลินทรีย์ที่เรียกในว่าขณะนี้โรคพยาบาลทั่วโลกกำลังหวาดกลัวถึงการระบาดที่อาจเกิดขึ้นตามมา

เชื้อ Candida auris

เชื้อราดื้อยา แคนดิดา ออริส คือ?

เชื้อราชนิดนี้คือยีสต์ชนิดหนึ่งในตระกูลเห็ดรา และสามารถติดเชื้อในมนุษย์ได้ และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเชื้อราในปากได้อีกด้วย ซึ่งปกติแล้วยีสต์ชนิดนี้จะมีชีวิตและอาศัยอยู่บริเวณผิวหนังของมนุษย์โดยที่ไม่ก่ออันตรายใดๆ ให้แก่ร่างกาย แต่หากคุณมีร่างกายที่อ่อนแอหรือเจ็บป่วยเชื้อตัวนี้จะเข้าไปอยู่ในส่วนของร่างกายที่อ่อนแอ เช่นบริเวณปอด หรือ กระแสเลือด โดยการพบเชื้อตัวนี้ครั้งแรกถูกพบในชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งกรุงโตเกียวช่วงปี 2009 บริเวณด้านในหู ซึ่งมีหลากหลายประเทศที่เริ่มพบเชื้อตัวนี้มากยิ่งขึ้น

เชื้อราดื้อยา ก่อให้เกิดอาการใดต่อร่างกายได้บ้าง?

สำหรับ แคนดิดา ออริส จากผลการวิจัยพบว่า เชื้อราดื้อยาชนิดนี้ก่อให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดรวมไปถึงการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และ ระบบประสาทส่วนกลาง รวมถึงอวัยวะภายใน การติดเชื้อที่ผิวหนัง โดยหากติดเชื้อที่บริเวณเหล่านี้นั้นมักจะมีอาการรุนแรง อีกทั้งทั่วโลกยังมีผู้ที่ป่วยด้วยเชื้อชนิดนี้ไปแล้วกว่า 60% ที่ติดเชื้อ แคนดิดา ออริส และเสียชีวิต ซึ่งหากติดเชื้อแล้วก็จะยากต่อการรักษา อีกทั้งเชื้อราดื้อยาชนิดนี้มักจะถูกเข้าใจผิดเสมอสำหรับผู้ที่ป่วยที่ติดเชื้อชนิดนี้มักจะถูกเช้าใจผิดว่าติดเชื้อด้วยโรคชนิดอื่นทำให้ทางการแพทย์ไม่สามารถรักษาเชื้อชนิดนี้อย่างตรงจุดได้ ซึ่งนั้นเป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อชนิดนี้มีอาการแย่ลงนั่นเอง นอกจากนี้เชื้อชนิดนี้ยังต่อต้านยาที่ใช้สำหรับการรักษาแบบปกติอีกด้วย ทำให้การรักษาอาการติดเชื้อจากเชื้อราดื้อยา แคนดิดา ออริส นั้นยากลำบากมากยิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลภาพจาก BBC

ซึ่งเชื้อชนิดนี้จะสามารถเติบโตได้ดีกับสภาพแวดล้อมภายในโรงพยาบาล การเชื้อดื้อยาตัวใหม่นี้จึงอาจเป็นอันตรายต่อทั้งผู้ป่วยและคนที่อยู่ในโรงพยาบาลเอง แต่สามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันได้โดยเน้นการทำความสะอาดเป็นหลักซึ่งการทำความสะอาดจะสามารถควบคุมได้ในระดับนึงนั่นเอง และจากการศึกษาวิจับจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) ชี้ว่าการติดเชื้อจากเชื้อราดื้อยาชนิดนี้จะถูกพบได้มากขึ้นเพราะเชื้อราดื้อยาตัวนี้ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อปรับตัวให้อยู่กับสภาพอากาศที่ร้อนมากขึ้นได้ เนื่องจากตอนนี้บนโลกของเรามีอุณหภูมิที่สูงขึ้น จากเชื้อที่ปกติชอบอยู่ในอุณหภูมิที่เย็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศในปัจจุบันเท่ากับว่ามีโอกาสที่เชื้อราดื้อยาชนิดนี้จะสามารถเจริญเติบโตในร่างกายมนุษย์ได้ เนื่องจากอุณหภูมิทั่วไปของมนุษย์จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 36-37 องศานั่นเอง

อย่างไรก็ตามนอกจากโลกที่มีการพัฒนาแล้วเชื้อเหล่านี้ก็มีการพัฒนาสายพันธุ์ เพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกัน ดังนั้นเราต้องเลือกที่จะป้องกันตัวเอง และเพิ่มความคุ้มครองด้วยการเลือกทำประกันสุขภาพที่จะให้ความคุ้มครองในกรณีที่เกิดการเจ็บป่วย หรือ ต้องรักษาโรคนั่นเอง นอกจากโรคทั่วไปแล้วยังเลือกทำประกันโรคร้ายแรงสำหรับความคุ้มครองโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยโดยเป็นอย่างมาก เช่น โรคมะเร็งได้เช่นเดียวกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : เรื่อง เชื้อดื้อยา : โรงพยาบาลทั่วโลกกำลังกังวลกับเชื้อราดื้อยาตัวใหม่ BBC และ BBC New Thai

READ MORE :