ads

พนักงานฟรีแลนซ์ทำประกันแบบไหนลดหย่อนภาษีได้

พนักงานฟรีแลนซ์ หรือ Freelancer เป็นชื่อเรียกของผู้ที่มีอาชีพรับจ้างอิสระ ที่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อหน่วยงานไหนเป็นพิเศษ หรือไม่ได้ทำงานขึ้นกับองค์กร หรือบริษัทใด พนักงานฟรีแลนซ์โดยทั่วไปแล้วจะเป็นผู้จัดตารางงานและการทำงานของตัวเอง การรับเงินจากนายจ้างก็จะแล้วแต่การตกลงกันระหว่างเราและผู้ว่าจ้าง ที่ขึ้นอยู่กับความพึ่งพอใจของทั้งสองฝ่ายตามราคา

ซึ่งปัจจุบันมีผู้หันมารับงานอิสระหรือฟรีแลนซ์เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากอาจจะชื่นชอบในส่วนของลักษณะงาน ผู้ว่าจ้างงาน หรือ การบริหารเวลา แต่ฟรีแลนซ์เองก็ไม่ได้ทำงานเป็นเวลาเฉกเช่นมนุษย์เงินเดือนทั่วไป บางคนอาจะรับงานมาก ๆ เพื่อที่จะอัพฐานรายได้ของตัวเองให้เกินพื้นฐานเงินของงานประจำ แต่การแลกกับรายได้ที่สูงขึ้นก็ต้องทำงานให้หนักขึ้นบางคนอดหลับอดนอนเพื่อให้งานสำเร็จรวดเร็ว จนบางครั้งอาจทำให้น็อคและต่อด้วยมีปัญหาสุขภาพต่อเนื่องมาได้

ฟรีแลนซ์ทำประกันได้ไหม? และควรเลือกประกันสุขภาพแบบไหน

ถึงแม้ว่าเราจะเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในส่วนของการยื่นประกันสังคมเอง แต่รู้หรือไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลของคุณจะได้น้อยกว่าคนที่ยื่นประกันสังคมโดยองค์กร หรือ บริษัท หากส่วนเกินต่างๆในค่าใช้จ่ายที่นอกเหรือจากประกันสังคมคือต้องจ่ายเอาเอง ซึ่งพนักงานฟรีแลน์ส่วนใหญ่ที่ต้องการใช้สิทธิประกันสังคมต้องเลือกยื่นเรื่องประกันตนเอง ดังนั้นการเลือกทำประกันสุขภาพจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่จะช่วยซัพพอร์ตคุณในยามที่คุณเจ็บป่วยได้

♦ สำหรับผู้ที่มีรายได้ 15,000 บาท ให้เลือกแผนความคุ้มครองที่ครอบคลุม OPD เกิน 1,500 บาทขึ้นไป

เพราะค่าตรวจต่างๆของแพทย์ราคาจะเริ่มที่ 400 – 2,000 บาทต่อครั้งในการตรวจ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเพราะโรคธรรมดาเช่น ไข้หวัด ปวดหัว ปวดท้อง การใช้สิทธิประกันสุขภาพที่มีการรักษาเริ่มต้นที่ 1,500 บาท ก็เพียงพอต่อการเข้าตรจในแต่ละครั้งแล้ว

♦ สำหรับผู้ที่มีรายได้ 15,000 บาท การเลือกที่ครอบคลุมค่ารักษาจากอุบัติเหตุ

โดยควรพิจารณาควาเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุของคุณเองว่ามีมากน้อยขนาดไหน และควรเลือกประกันสุขภาพที่คุ้มครองพ่วงอุบัติเหตุ ควรมีวงเงินความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุต่อครั้งให้เกิน 3,000 บาทขึ้นไป ซึ่งหากต้องนอนโรงพยาบาลก็จะมีในส่วนของค่าแพทย์ ค่ายา ค่าห้อง ที่เราต้องเลือกแผนความคุ้มครองให้ครอบคลุม

♦ สำหรับผู้ที่มีรายได้ 15,000 บาท ควรเลือกที่ครอบคลุมการรักษา IPD

ทั้งค่าแพทย์และการนอนโรงพยาบาลให้มีความคุ้มครองที่เกิน 50,000 บาทขึ้นไป ซึ่งการแอดมิดหรือการนอนโรงพยาบาลนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงทั้งค่าห้อง ค่าหมอ ค่ายา ดังนั้นการเลือกความคุ้มครองที่ครอบคลุมทั้งในส่วนของการรักษาปกติ+การแอดมิด หรือกรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาลถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะช่วยลดค่าใช้จ่ายคุณได้อีกเยอะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาประกันสุขภาพอยู่นั้นก็อย่าลืมสำรวจคนในครอบครัวด้วยว่ามีใครป่วยเป็น เบาหวาน ความดันโลหิต มะเร็ง บ้างเพราะโรคเหล่านี้อาจถ่ายทอดทางพันธุกรรม ดังนั้นควรรีบทำเพราะค่าเบี้ยประกันถูก และ หากตรวจพบเจอภายหลังจากพ้นช่วงระยะรอ ก็จะได้รับความคุ้มครองเพราะบริษัทประกันจะไม่สามารถปฏิเสธความคุ้มครองได้

ทริคในการ เลือกประกันสุขภาพ คือ ควรเลือกประกันสุขภาพ ที่เราต้องการมากที่สุดและดูรายจ่ายของเราว่าเพียงพอไหม จ่ายเบี้ยประกันเท่าไหนที่เราไหวและไม่เดือดร้อนตัวเอง เมื่อตั้งงบประมาณได้แล้วให้เริ่มเปรียบเทียบประกันจากบริษัทที่สนใจ และแผนโปรดักส์เข้าตาคุณมากที่สุด ดูความคุ้มครอง ว่าที่ไหนให้ความคุ้มครองมากที่สุดและครอบคลุมมากที่สุดให้เลือกแผนประกันนั้นๆ แต่อย่าลืมว่าเบี้ยประกันสุขภาพจะพิจารณาจากอายุ เพศ อาชีพ ของผู้เอาประกันภัย หากบริษัทไหนที่ตรงใจคุณทั้งในส่วนของค่าเบี้ย และ ความคุ้มครองให้เลือกอันนั้นและควรเลือกอันที่มีชดเชยรายได้เพิ่มเติมได้ด้วยจะดีมาก อีกหนึ่งวิธีที่ครอบคลุมและคุ้มค่าแน่นอนคือการทำประกันชีวิตและพ่วงด้วยประกันสุขภาพนั่นเอง

สำหรับประกันสุขภาพสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ ไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี โดยควรเน้น ประกันให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะเนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ ประกันอุบัติเหตุเฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ และการแตกหักของกระดูก ประกันภัยโรคร้ายแรง ประกันภัยการดูแลระยะยาว และอย่าลืมดูผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้น ๆ ด้วยว่าสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ ซึ่งในทุกวันนี้ก็มีหลากหลายบริษัทประกันที่มีการคิดแผนประกันสุขภาพ และ ประกันอื่น ๆ สำหรับพนักงานฟรีแลนซ์อีกด้วย จะทำให้ตอบโจทย์ในความต้องการของคุณเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

READ MORE :