ads

ทานขนมเยอะเสี่ยงให้เป็นโรคอ้วนจริงหรือไม่

กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่! เรียกได้ว่าหลากคนคงเคยได้ยินสำนวนนี้ และ นำมาปฏิบัติจริงในปัจจุบันกับการทานอาหาร หรือ ขนมหวานนั่นเอง หรือไม่ก็มักจะมีคำพูดที่ว่ามี 2 กระเพาะสำหรับแบ่งไว้ทานของหวานและของคาว ซึ่งต้องบอกเลยว่าในทุกวันนี้เมนูอาหารคาวหวานนั้นมีเรียงรายให้เลือกทานหลากหลายมากๆ ไม่ว่าจะอาหารหรือขนมสัญชาติไหนก็สามารถหาทานได้ง่ายๆ อีกทั้งยังมีบริการสั่งอาหารที่ส่งตรงมาถึงบ้านให้สะดวกสบายแก่การทานอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเหล่าบุฟเฟ่ต์ ชาบู หมูกระทะ ที่ต่อคิวมาให้เลือกทานแบบไม่หวาดไม่ไหว

อีกทั้งขนมหน้าตาน่าทานอีกหลากหลาย ที่สายรักของหวานนั้นจะไม่พลาดอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น บิงซู ขนมเค้ก แพนเค้ก คุกกี้ เครปเย็น ชานมไข่มุก ไอศครีม เป็นต้น ซึ่งการทานของหวานนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อีกทั้งคำถามที่หลายๆคนต่างตั้งข้อสงสัยคือ การทานขนมหวานเยอะๆ แล้วจะทำให้เป็นโรคอ้วนจริงๆ หรอ?

คำตอบคือ ไม่ว่าจะของคาว หรือ ของหวาน ก็มีส่วนที่ทำให้เกิดโรคอ้วนเช่นเดียวกัน อยู่ที่ลักษณะนิสัยในการทานอาหาร และการเลือกทานอาหาร หรือ ขนมหวาน บางคนที่ทานบุฟเฟ่ต์ หรือ ปิ้งย่างแบบจัดเต็ม เนื้อเน้นๆ แล้ว ต่อด้วยของหวาน หรือ สายทานของหวานโดยเฉพาะก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้เป็นโรคอ้วนได้เช่นเดียวกัน หากไม่ทานในปริมาณที่เหมาะสม และ ออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกินเหล่านี้ออกไป

ทำไมทานขนมหวานแล้วถึงเสี่ยงเป็นโรคอ้วน?

ในขนมต่างๆ ส่วนประกอบหลักๆ คือ น้ำตาล แป้ง เนย ไข่ อย่างในขนมเค้ก คุ้กกี้ แพนเค้ก แถมท๊อปปิ้งไปด้วยวิปปิ้งครีมและไอศรีม ที่เป็นตัวเพิ่มน้ำหนักได้เป็นอย่างดี รวมถึงบิงซูที่เป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คนจะมีท็อปปิ้งต่างๆ หลากหลาย รวมไปถึงไอศรีมและราดด้วยนมข้นหวาน โดยขนมหวานส่วนใหญ่นั้นจะมีรสชาติที่หวานนำเป็นหลัก ซึ่งของหวานเหล่านี้นั้นเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดเป็นโรคอ้วนและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เพิ่มได้

สาเหตุที่ทานของหวานแล้วทำให้น้ำหนักขึ้น

1.ทานตามใจปาก ไม่ควบคุมปริมาณขนม

ซึ่งนอกจากขนมหวานแล้วยังมีเครื่องดื่มอีกหลากหลายที่ทานได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ชา กาแฟ ชานมไข่มุก หรือน้ำหวานต่างๆ ซึ่งบางคนติดนิสัยทานน้ำหวานทุกวัน หรือต้องทานขนมหรือของหวานทุกวัน โดยไม่ได้จำกัดปริมาณในการทาน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วนได้ง่ายมากๆ

2.ทานของหวานแล้วไม่ค่อยออกกำลังกาย

ถึงแม้คนส่วนใหญ่จะหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นแต่เรื่องของการออกกำลังกายก็น้อยคนนักที่จะออกกำลังแบบจริงจัง โดยเฉพาะ ซึ่งการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาทีก็ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกินออกไปได้ไม่น้อยเช่นเดียวกัน อีกทั้งทำให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

สำหรับใครที่ขาดของหวานไม่ได้จริงๆ นั้น แนะนำว่าให้เลือกทานเป็นผลไม้แทน สำหรับของว่างต่างๆ หลีกเลี่ยงขนมขบเคี้ยวหรือ ขนมหวาน ที่ควรทานแต่ในปริมาณที่พอดีไม่ควรทานมากเกินไปไม่เช่นนั้นโรคอ้วนและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ จะถามหาอย่างแน่นอน อีกทั้งการเลือกทำประกันสุขภาพก็ถือเป็นการวางแผนที่ดีในการดำเนินชีวิต ที่ไม่รู้ว่าเราจะเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไหร่ มีความคุ้มครองไว้รักษาอาการป่วยของตัวเอง

 RAED MORE :