กินคีโตคืออะไร? กินแล้วจะผอมจริงหรือเปล่า?

Ketogenic Diet ลดน้ำหนักแนวใหม่ ลดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต

ใครว่ากินของมัน ๆ แล้วจะอ้วน? ไม่จริงเสมอไป เมื่อมีการคิดค้นวิธีการกินแบบใหม่ เป็นทางเลือกให้กับคนอยากผอมที่ไม่ใช่สายคลีน โดยวิธีการนี้เรียกว่า Ketogenic Diet ซึ่งคนที่กินอยู่ก็ควรทราบไว้ว่าไม่ควรกินติดต่อกันเกิน 1 ปี เพราะมีผลข้างเคียงที่จะกลับมาโยโย่ ได้เช่นกัน

กินคีโต คืออะไร?

การกินคีโต คือการกินไขมันดี จำนวนมากพอไปกระตุ้นร่างกายให้สร้างคีโตน ซึ่งเกี่ยวกับกลไกการใช้น้ำตาลในร่างกาย โดยปกติ คีโตน จะถูกผลิตขึ้น เมื่อคุณกินคาร์โบไฮเดรตน้อย ซึ่งเกิดมาอย่างรวดเร็วเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง และคีโตนก็จะถูกเปลี่ยนเป็นโปรตีน ซึ่งภายหลังจะถูกเปลี่ยนกลับเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดได้

การกินคีโต จะเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ ตับสร้างไขมันจากคีโตน และคีโตนเป็นต้นกำเนิดเชื้อเพลิงในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะสมอง สมองจะควบคุมการหิว และการใช้พลังงานในทุก ๆ วัน และจะควบคุมไม่ให้เกิดกระบวนการที่ส่งผลให้อ้วนโดยตรง และจะผลิตน้ำตาล หรือ คีโตนแทน เรียกว่ากระบวนการคีโตจีนิก ซึ่งใช้พลังงานเผาพลาญไขมันในระบบร่างกายอย่างรวดเร็ว และไม่ต้องอดอาหารให้หิวจัดด้วย

ข้อมูลจาก https://www.dietdoctor.com/low-carb/keto

กลุ่มคนอยากจะผอมด้วยวิธีการกินไขมันประเภทนี้เรียกวิธีการกินสั้น ๆ ว่า “กินคีโต” คือการบริโภคอาหารประเภทไขมันดีให้มาก ๆ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเอาคาร์โบไฮเดรตไปใช้ อาหารที่ชาวคีโตรับประทานกัน ได้แก่

  1. เนื้อสัตว์ทุกชนิดที่ติดมัน ทั้งเครื่องในและไข่
  2. ผักใบเขียวทุกชนิด รวมถึง เห็ด กระหล่ำ ผักดอง ผักโขม สาหร่าย แตกกวา หัวหอม ฯลฯ
  3. ไขมันจาก น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว กะทิ เนย น้ำมันสัตว์ (หมู) น้ำมันงา MCT Oil
  4. ผลิตภัณฑ์จากนม ได้แก่ ชีส ครีมชีส ครีม วิปครีม กรีกโยเกิร์ต (ยกเว้น มาการีน)
  5. ถั่ว เมล็ดเจีย เมล็ดฟักทอง เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น
  6. ผลไม้ อะโวคาโด มะกอก เนื้อมะพร้าว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ยกเว้น เชอร์รี่

หากใครต้องการเริ่มกินคีโตเป็นครั้งแรก ก็สามารถอ่านข้อมูลและเมนูอาหารได้จากเว็บไซต์ https://www.thaiketopal.com/keto-what-to-eat โดยเฉพาะ ขนมปัง, ไอศกรีม, ขนมหวาน และพิซซ่า เป็นสิ่งที่อยู่ในสูตรคีโตทั้งหมดแล้ว (ฟังแล้ว คือดี…) ทีนี้ ก็ห้ามดุสาว ๆ ที่ชอบกินของมัน แต่ก็อย่าอ้างบ่อยว่ากินคีโต เพราะมีปรากฎการณ์ที่ทำให้ Yoyo Effect ได้เหมือนกัน โดยอาจารย์ เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้ชี้แจงผ่านเพจ “อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์” ไว้ว่า..

การกินคีโตก็ต้องวางแผนมื้ออาหารเหมือนกับการกินคลีน หรือ กินมังสวิรัติ ถ้าหากกินนานเกินไป หรือ กินน้อยเกินไปก็จะไม่ได้ผล ก็ต้องมีวินัยกับการใช้ชีวิตด้วย และอย่าลืมว่าไม่มีอะไรดีไปกว่าการออกกำลังกาย หากสนใจกินคีโต ต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดและมีระเบียบวินัยกับตัวเองมาก ๆ นะคะ ♥

ที่มาข้อมูลจาก :

1. https://www.honestdocs.co/ketogenic-diet-for-weight-loss
2. https://www.thaiketopal.com
3. https://www.dietdoctor.com/low-carb/keto
4. https://www.facebook.com/OhISeebyAjarnJess/?__tn__=kC-R&eid=ARBq9ZGVVccYPtl9nmPabn38fPCFhc_hWdlkUCR8It5a4nZgokxo3aM4oBQk4s_bPBBWfqFR9RZp_Vbt&hc_ref=ARSKCnRI2v_lZe4IFBtixGLGY903CpQarObsj2BlMHt3c7pOgHLsyM5JnjLA7ORyTIg&fref=nf&__xts__%5B0%5D=68.ARAOrBZRAZKHplnoBddMc94vCiauRAYhmnfLnQTx1qdFNRKBM19qlor9ckFUkz6slMis6-_PuN_Bw2sitRg4iFnUjjPGz-g7Tt6Pc_c3QQ6S5BAELRbGl7L2niZLPpqNkCa7G_DzbUK8fKO1zQ0Pk8EDe6xXMzm76aBd0kPoksKe1Xqa8ZhbIG3bW0dgOgUjFqNDFzedEj9mIvhaDmmfrava5voGqNyajYb2Dv0Pn5gQcIKdGV1Cd5dD8PwAW_FJNLREQN2gKE_j7z5WwN0OG0Apdll5oR-jKDGIfFjIhESUzwK5Uu9xm3YDNXlegj5Y6ZGYOA-gNTZv-_awnNvvEOErBZRkmsAmTVL0TnHTAMofrbLKipJepg

Click ดูประกันสุขภาพได้ที่นี่