พรบ. ประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถยนต์ทุกประเภท

พรบ. หรือ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ มีความจำเป็นอย่างมากต่อผู้ขับขี่รถยนต์ทุกประเภท และยังเป็นหน้าที่ของเจ้าของรถที่ต้องถือปฏิบัติตามกฎหมายกำหนดที่ว่า รถทุกคันจำเป็นต้องทำประกันพรบ. เพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยกฎหมายกำหนดให้ยานพาหนะทางบกทุกประเภทจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก อาทิ  รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถพ่วง รถสิบล้อ และรถโดยสาร ส่วนรถที่ได้รับการยกเว้นการทำพรบ. คือ รถเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์ พระราชทายาท หรือ ผู้สำเร็จราชการแทน เป็นต้น การทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ให้ความคุ้มครองทั้งคู่กรณีและผู้เอาประกันภัย ในรูปแบบของเงินชดเชย และค่าดูแลรักษาพยาบาล โดยไม่คำนึงว่าบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุเป็นฝ่ายถูก หรือฝ่ายผิด

โดยระยะความคุ้มครองของตัว พรบ. ตามกฎหมายกำหนด จะมีอายุความคุ้มครองรถยนต์ 1 ปี และจะต้องต่อพรบ. เมื่อหมดอายุ ซึ่งสามารถซื้อ หรือ ต่อ พรบ. ได้ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือสถานตรวจสภาพรถเอกชน เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองต่อเนื่อง สำหรับผู้ซื้อ พรบ. อาจสงสัยว่าระหว่างการซื้อ พรบ. ออนไลน์ กับ สถานตรวจสภาพรถเอกชน มีความแตกต่างกันอย่างไร แบบไหนดีที่สุด เรามาไขข้อข้องใจไปพร้อมกัน ดังนี้

ซื้อ พรบ. ออนไลน์ VS ตรอ. แบบไหนดี?

ซื้อ พรบ. ออนไลน์ VS ตรอ. แบบไหนดี

การเลือกซื้อพรบ. ออนไลน์ มีขั้นตอนง่าย รวดเร็ว ไม่วุ่นวาย ไม่เสียเวลา รวมถึงไม่ต้องต่อคิวเข้าแถวให้นาน สามารถทำได้เองง่ายๆ เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ของบริษัทประกัน กรอกข้อมูลออนไลน์ จากนั้นจะได้กรมธรรม์ทันที ผ่านอีเมลล์ที่สมัคร หรือ ตามที่อยู่บ้าน อีกทั้งยังสามารถต่อภาษีได้อีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการเดินทางและต้องการความรวดเร็ว

กรณีซื้อพรบ. ที่สถานตรวจสภาพรถเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก คุณอาจจะต้องเดินทางไปยังสถานตรวจสภาพรถเพื่อทำการซื้อ หรือ ต่อ พรบ. อาจทำให้เสียเวลาการเดินทาง หรือ ต่อคิวเข้าแถวตามลำดับ แต่…การเลือกซื้อพรบ. จากสถานตรวจสภาพรถ คุณสามารถสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครอง การต่อภาษี รวมไปถึงข้อมูลต่าง ๆ จากเจ้าหน้าที่

สรุปว่า : การเลือกซื้อพรบ. ออนไลน์ หรือที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละบุคคล หากต้องการข้อมูล หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตัว พรบ. แนะนำเดินทางไปยังสถานตรวจสภาพรถเอกชน สามารถสอบถามข้อมูลได้โดยตรง แต่…หากช่วงนี้หลีกเลี่ยงการเดินทาง หรือ ไปยังสถานที่มีผู้คนแออัด เนื่องจากเชื้อโควิด – 19 แพร่ระบาด การเลือกซื้อพรบ. ออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี

ซื้อพรบ. ที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน

เอกสารสำหรับซื้อ พรบ. ออนไลน์ หรือ ต่อ พรบ.

  1. บัตรประชาชน หรือ สำเนาบัตรประชาชน
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. สำเนาทะเบียนรถ หรือ เล่มจริง
  4. ใบรับรองการตรวจสภาพรถ

ความคุ้มครองที่จะได้รับจาก พรบ. ประกันภัยรถยนต์

  1. ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ จ่ายตามจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท/คน
  2. เสียชีวิต เสียอวัยวะ หรือ ทุพพลภาพอย่างถาวร จ่าย 35,000 บาท/คน
  3. ค่าสินไหมทดแทน ในกรณีที่ผู้เคลมประกัน มีการพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เป็นฝ่ายผิดตามกฎหมาย โดยมีวงเงินคุ้มครองรวมกับค่าเสียหายเบื้องต้น

**หากเสียหายรวมกัน อาทิ ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือ ทุพพลภาพ ต้องไม่เกิน 65,000 บาท/คน

ค่าสินไหมทดแทน กรณีเป็นฝ่ายถูก

  1. ค่ารักษาพยาบาล สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท/คน
  2. การเสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพอย่างถาวร 300,000 บาท/คน
  3. สูญเสียอวัยวะตามเกณฑ์ คุ้มครองสูงสุด 300,000 บาท/คน
  4. ค่าชดเชยการรักษาตัว กรณีผู้ป่วยใน 200 บาท/วัน ไม่เกิน 20 วัน หรือ ไม่เกิน 4,000 บาท
  5. เงินคุ้มครองสูงสุดรวมกันต้องไม่เกิน 304,000 บาท
  6. วงเงินคุ้มครองความรับผิดสูงสุดต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง สำหรับรถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง 5,000,000 บาท/ครั้ง และสำหรับรถยนต์เกิน 7 ที่นั่ง 10,000,000 บาท/ครั้ง

ไม่ทำ พรบ. มีโทษอย่างไร?

พรบ. ประกันภัยภาคบังคับ เป็นหน้าที่ของเจ้าของรถทุกคันจะต้องทำ หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท รวมถึงไม่สามารถเสียภาษีรถยนต์ได้ และยังส่งผลให้ป้ายทะเบียนขาดต่ออายุ

พรบ. ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ โดยกฎหมายกำหนดต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อรับความคุ้มครองที่จะได้รับจากการเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถยนต์ โดยคุณสามารถเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็น ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ชั้น 2, ประกันรถยนต์ชั้น 2+, ประกันรถยนต์ชั้น 3+ เป็นต้น เพื่อรับความคุ้มครองที่ครอบคลุมตามแผนประกันที่ผู้เอาประกันเลือกซื้อจากบริษัทประกัน

หลายคนอาจจะคิดว่าทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจแล้วต้องจ่ายเบี้ยแพง แต่ความจริงแล้ว คุณสามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ที่ราคาดีที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อ ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันแพงอย่างที่คิด ผู้ที่สนใจสามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้ง่าย ๆ ที่ไดเร็ค เอเชีย โบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์ ที่การันตีราคาเบี้ยประกันดีที่สุด คำนวณตามพฤติกรรมการขับ พร้อมจ่ายสบายกว่ากับสิทธิพิเศษผ่อน 0% 10 เดือน *โปรโมชั่นเป็นไปตามเงื่อนไข

ทำประกันรถยนต์ที่ไดเร็ค เอเชีย

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม