7 วิธีสังเกตพร้อมรักษาแผลแมลงก้นกระดก เบื้องต้นและระยะยาว

ถูกพิษของ “แมลงก้นกระดก” ทำอย่างไรดี ?

พอเข้าหน้าฝน ช่วงเวลาที่สภาพอากาศเหมาะแก่การพักผ่อนยามค่ำคืน และยังเป็นช่วงเวลาที่หลาย ๆ คนต้องระวังและดูแลตัวเองให้ไกลจากบรรดาแมลงมีพิษ อย่าง “แมลงก้นกระดก” ที่ออกอาละวาดในฤดูฝน ด้วยการฝากรอยแผลไว้ให้ดูต่างหน้า ถ้าแค่บาดแผลธรรมดาก็ไม่น่าหวั่นใจเท่าไหร่ แต่พิษของแมลงก้นกระดกทำให้เกิดแผลไหม้ แสบร้อน และอาการคันระคายเคืองผิวหนังได้ ยิ่งหากพิษแมลงสัมผัสดวงตาแล้ว อันตรายถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ทีเดียว

แมลงก้นกระดก คืออะไร ?

แมลงก้นกระดก (Rove Beetle) หรือ ด้วงก้นกระดก เป็นแมลงขนาดเล็ก มีขนาดประมาณ 7-10 มิลลิเมตร ลักษณะเรียวยาว ตัวสีส้มสลับสีดำเหลือบน้ำเงิน มีขนอ่อนเล็ก ๆ ปกคลุมตลอดทั้งตัว มีขาสามคู่ ปีกสองคู่ โดยคู่หน้าจะสั้น ส่วนคู่หลังจะพับเป็นจีบอยู่ข้างใต้ สามารถบินได้ แมลงก้นกระดกที่จริงมีหลายร้อยชนิด ในประเทศไทยพบเพียงชนิดเดียวคือ Paederus Fuscipes Curtis เรียกกันว่า “แมลงก้นกระดก” หรือ “ด้วงก้นกระดก” ที่มาของชื่อมาจากพฤติกรรมการเดินของแมลงที่จะส่ายก้นไปมา และจะยกหางขึ้น พบมากในเขตร้อนชื้น โดยเฉพาะบริเวณใกล้แหล่งน้ำ นาข้าว หรือตามพงหญ้า

พิษของแมลงก้นกระดก อยู่ที่บริเวณไหน

ตรงบริเวณลำตัวของแมลงก้นกระดกจะมีของเหลวที่เป็นสารพิษอยู่ คือ สารพีเดอริน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ที่สามารถทำลายเซลล์เยื่อผิวหนังบริเวณที่โดนพิษชนิดนี้ได้ แต่ปกติแล้ว แมลงก้นกระดกจะไม่กัดและไม่ต่อย เว้นแต่ถูกบี้ ขยี้ หรือขยำ สารพีเดอรินถึงออกมาสัมผัสร่างกายของคุณ ฉะนั้น จำไว้เมื่อพบแมลงก้นกระดกอย่าได้ไปบี้ หรือขยี้เด็ดขาด

อาการที่เกิดขึ้นเมื่อสัมผัสแมลงก้นกระดก

อาการที่เกิดขึ้นเมื่อคุณเผลอไปสัมผัสแมลงก้นกระดก อย่างกรณีเอามือไปปัด หรือบี้ นั่นคือ เกิดอาการผิวหนังอักเสบ เนื่องจากการสัมผัสสารพีเดอริน โดยเฉพาะการบี้จนทำให้แมลงกระดกท้องแตก แต่ทั้งนี้ อาการผิวหนังอักเสบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นทันที อาจเกิดขึ้นหลังจากการสัมผัสไปแล้ว 8-12 ชั่วโมง

แผลจากแมลงก้นกระดก มีลักษณะอย่างไร ?

หลังโดนพิษจากแมลงก้นกระดก ประมาณ 6-12 ชั่วโมง จะเริ่มมีอาการแสบหรือคันที่บริเวณผิวหนัง ต่อมาก็จะเกิดเป็นผื่นแดงที่มีขอบเขตชัดเจน จากนั้นค่อยเป็นตุ่มน้ำพองใส และตุ่มหนองเกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้น 2-3 วัน โดยลักษณะแผลจากแมลงก้นกระดกจะเป็นแผลรอยแดง หรือเป็นรอยไหม้ในลักษณะเป็นทางยาว ยิ่งถ้าโดนพิษตรงบริเวณรอยพับ อย่างข้อศอก หรือข้อเข่า อาจจะเกิดผื่นกระจายไปทั่วบริเวณ และสิ่งที่น่ากังวล คือ หากคุณโดนพิษจากแมลงก้นกระดกถูกบริเวณดวงตา จะก่อให้เกิดตาบวมแดง และเสี่ยงต่อการตาบอดได้เช่นกัน

วิธีการรักษา เมื่อสัมผัสแมลงก้นกระดก

(1) ให้รีบล้างผิวด้วยน้ำเปล่า และฟอกสบู่บริเวณที่โดนพิษจากแมลงกระดก

(2) หากแมลงก้นกระดกมาเกาะที่ร่างกาย ห้ามปัดหรือขยี้ด้วยมือเปล่า เพราะจะทำให้ท้องแตก แล้วจะทำให้ผิวหนังสัมผัสกับสารพิษ ควรใช้ปากเป่าแมลงออกไป

(3) ประคบเย็นบริเวณที่สัมผัสกับแมลงโดยตรง ประมาณ 10-15 นาที ก็จะช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนและแผลพุพอง

(4) สังเกตอาการหลังจากนั้น หากเกิดเป็นเพียงรอยแดงจะหายเองได้ไม่เกิน 3 วัน

(5) ถ้าอาการผื่นเป็นมาก หรือมีตุ่มน้ำพองเกิดขึ้น อย่าแกะเกา ถ้าไปแกะจะทำให้อาการลุกลามกว้างออกไป

(6) หากมีอาการอื่น ๆ ให้รีบพบแพทย์ ถ้าเป็นผื่นมาก แพทย์อาจจะให้ใช้ครีมสเตียรอยด์ทาบริเวณผื่นแดง ถ้าผื่นมีตุ่มน้ำหรือตุ่มหนอง หรือมีรอยแผลไหม้ จะต้องประคบด้วยน้ำเกลือครั้งละ 5-10 นาที วันละ 3-4 ครั้งจนกว่าแผลแห้ง และแพทย์จะให้รับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย

(7) สำหรับเด็กเล็กหรือลูกวัยทารก หลังจากล้างและฟอกสบู่บริเวณที่เป็นแผลแล้ว ควรพามาพบแพทย์

อย่างไรก็ตาม ผื่นแผลที่เกิดจากแมลงก้นกระดกจะตกสะเก็ดและหายได้เองได้ภายใน 1 สัปดาห์โดยประมาณ และเมื่อแผลแมลงก้นกระดกหายแล้วก็อาจจะทิ้งรอยดำสักช่วงหนึ่ง แต่มักไม่เกิดเป็นแผลเป็น

วิธีป้องกันอันตรายจากแมลงก้นกระดก

(1) ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแมลง หากแมลงมาเกาะตามร่างกาย อย่าตบหรือตีแต่ให้เป่า หรืออาจจะใช้เทปกาวใสมาแปะตัวแมลงออกไป

(2) หากพบว่า มีแมลงก้นกระดกมา่เกาะตามร่างกาย ให้ใช้ผ้าหรือกระดาษเขี่ยออกแล้ว จากนั้นรีบล้างผิวหนังด้วยน้ำและสบู่ทันที

(3) ควรหมั่นตรวจตราที่นอน หมอน ผ้าห่มให้เรียบร้อยก่อนนอน

(4) ควรปิดประตู หน้าต่าง ห้องนอนให้มิดชิด โดยเฉพาะเวลากลางคืน

(5) เปิดไฟเฉพาะที่จำเป็นเพื่อไม่ให้แมลงชนิดนี้มาเล่นไฟ

ข้อมูลจาก สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์


READ MORE :